Arbel's profileHome of Khowledge & plea...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
12/27/2007 แม่สายบัวแต่งตัวเก้อคำว่า “แม่สายบัวแต่งตัวค้าง(เก้อ)” หมายถึง ผู้ที่แต่งตัวคอยรับแขก แต่เขาไม่ได้มาตามนัดหมาย หรือ แต่งตัวแล้ว แต่ไม่ได้ออกไปทำตามที่ตั้งใจไว้
ตัวอย่างที่เห็นกันได้และโด่งดังทั้งประเทศมาแล้ว คือ การแต่งตั้งผู้นำรัฐบาลที่ไม่เป็นไปตามคาดหมายของคนทั่วไปที่ว่า นายกฯจะต้องมาจากพรรคการเมืองเสียงข้างมาก ข่าวประกาศต่อสาธารณชนตามคำยืนยันของประธานรัฐสภาว่า นายสมชายจะเป็นผู้นำประเทศคนต่อไปแล้วมีการจัดเตรียมพิธีรับการแต่งตั้งอย่างใหญ่โต สุดท้ายประธานรัฐสภากลับนำคำสั่งแต่งตั้งนายกฯไปมอบให้อีกคนหนึ่ง นายสมชายจึงแต่งตัวรอเก้อเป็นแม่สายบัวแต่งตัวค้าง พิธีการต้องล่มในที่สุดและกลายเป็นตำนานเล่าขานที่ขบขันกึ่งสงสารจนกระทั่งวันนี้
***************************** 12/15/2007 สมาชิกรัฐที่ดีสมาชิกรัฐที่ดี
เขียนโดย มณีอักษร
ผู้มีส่วนร่วมให้เกิดการปกครองที่ดีในฐานะสมาชิกรัฐของสังคมประชาธิปไตย ควรมีหลักปฏิบัติ ดังนี้ 1. หลักธรรมมาธิปไตย โดยถือธรรมเป็นใหญ่ ซึ่งหมายถึงถือหลักการ ความจริง ความถูกต้อง ความดีงาม เหตุผลเป็นใหญ่ กระทำการด้วยตรวจสอบตามข้อเท็จจริง รับฟังความเห็นอย่างกว้างขวางและพิจารณาอย่างดีที่สุดเต็มขีดแห่งปัญญา จะมองเห็นได้ด้วยบริสุทธิ์ใจว่า เป็นไปโดยชอบธรรมและเพื่อความดีงาม ดังนั้น สมาชิกรัฐที่ดีต้องเคารพหลักการ กฎ ระเบียบ กติกา อย่างเคร่งครัด 2. หลักร่วมรับผิดชอบที่จะป้องกันความเสื่อมของสังคมประชาธิปไตย อันทำให้มีส่วนในการปกครองของรัฐด้วย โดย 2.1 หมั่นปรึกษาหารือการงานโดยสม่ำเสมอตามระดับความรับผิดชอบของตน 2.2 ไม่ทำตามอำเภอใจหรือละเมิดข้อตกลงที่ทำไว้ร่วมกัน ถือปฏิบัติมั่นอยู่ในบทบัญญัติใหญ่ที่วางไว้เป็นธรรมนูญ 2.3 ประชุมกันอย่างพร้อมเพรียงทุกครั้ง 2.4 ให้เกียรติเคารพนับถือผู้ใหญ่ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนาน ถ้อยคำของเขาพึงรับฟังไว้พิจารณา 2.5 ให้เกียรติและคุ้มครองกุลสตรี 2.6 เคารพบูชาปูชนียสถาน อนุสาวรีย์ประจำชาติตามประเพณี 2.7 ให้ความคุ้มครอง บำรุงอันชอบธรรม แก่ผู้ทรงศีลธรรมอันบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นหลักใจทางศีลธรรมของประชาชน 2.8 ประพฤติตนเป็นผู้ครองเรือนและหัวหน้าครอบครัวที่ดี โดยเฉพาะการเป็นพลเมืองที่ดีและสร้างสรรค์สังคม
(ข้อมูลอ้างอิงจากหนังสือ ธรรมนูญชีวิต ของ พระธรรมปิฎก)
************************************** ค้นหาเว็บหลากหลายได้ที่ www.thaidir.org คลิกที่
<a href="ThaiLand">http://www.thaidir.org/">ThaiLand web directory.</a>
12/13/2007 หลังม่านของนายกฯหลังม่านของนายกฯ เขียนโดย แก้วมณี
ช่วงก่อนการเลือกตั้งมักได้ยินข่าวหลากกระแสที่สร้างความตกใจหรือหวั่นกลัวเพื่อทำลายความเชื่อมั่นต่อพรรคการเมืองที่ประชาชนชื่นชอบหรือต้องการเลือกหรือกำลังสับสนใจ ไม่ว่ามาจากพรรคฝ่ายตรงข้ามกันหรือคณะปฏิวัติที่ต้องการสกัดขัดขวางมิให้บางพรรคชนะการเลือกตั้งก็ตาม เช่น ข่าวยุบพรรคด้วยการยัดเยียดสารพัดข้อหา ข่าวคำตัดสินจำคุกหัวหน้าหรือแกนนำบางพรรคของศาล ข่าวเร่งรัดตัดสินคดีหัวหน้าบางพรรค เป็นต้น ข่าวเหล่านี้มีผลต่อการเลือกตั้งอย่างมากโดยเฉพาะนักการเมืองในสนามเลือกตั้งและผู้ใหญ่ในรัฐบาลต่างพูดเน้นเรื่องตำแหน่งผู้นำรัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีที่อยากให้ประชาชนเลือกพรรคที่ตนสนับสนุนอันส่งผลให้หัวหน้าพรรคดำรงตำแหน่งผู้บริหารประเทศด้วย โดยไม่มีใครเอ่ยถึงคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่มิได้ผูกติดกับความเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองเลย รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเขียนขึ้นโดยตัวแทนที่คณะปฏิวัติแต่งตั้งและใช้บังคับในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดกำหนดคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีไว้เพียงว่า ต้องเเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นั่นคือ ต้องผ่านการเลือกตั้ง ไม่เป็นข้าราชการประจำ ไม่ใช่องคมนตรี ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือกำลังรับโทษจำคุก และที่สำคัญที่สุด คือ ต้องได้รับมติส่วนใหญ่จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของฝ่ายบริหาร จึงไม่มีประโยคใดกำหนดว่า หัวหน้าพรรคการเมืองจะต้องเป็นนายกรัฐมนตรี เวลาที่ผ่านมาจักสังเกตว่าหลังการเลือกตั้งพรรคการเมืองจะจับกลุ่มรวมตัวกันตั้งรัฐบาลและทำข้อตกลงกันว่าจะสนับสนุนผู้ใดดำรงตำแหน่งนั้น มารยาททางการเมืองที่ทำกันไว้ คือ หัวหน้าพรรคการเมือง จักรับตำแหน่งสำคัญไป บางสมัยหัวหน้าพรรคฝ่ายเสียงข้างน้อยในการตั้งรัฐบาลยังเคยเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้ว ดังนั้น หัวหน้าพรรคการเมืองจึงเป็นนายกรัฐมนตรีได้เพราะความเห็นของเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯซึ่งผ่านการตกลงนอกสภามาก่อนแล้ว รัฐธรรมนูญมิได้กำหนดว่า หัวหน้าพรรคเท่านั้นที่เป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้น สมาชิกคนหนึ่งของพรรคเสียงข้างมากและได้รับความเห็นชอบร่วมกันจากพรรคร่วมรัฐบาลสามารถก้าวขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญเหมือนที่เกิดขึ้นในบางประเทศก็ได้ ในบางประเทศกำหนดคุณสมบัติผู้นำประเทศไว้คล้ายคลึงกับเมืองไทย คือ ไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ดังนั้น จึงอาจเห็นสมาชิกพรรคและสมาชิกสภาฯก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ ส่วนหัวหน้าพรรคก็เป็นอีกคนหนึ่ง แต่ทั้งนี้การทำงานของผู้นำประเทศต้องอยู่ในกรอบนโยบายของพรรคการเมืองในสังกัดของตนด้วย ถ้าวันใดถูกถอดจากสมาชิกพรรคก็ต้องออกจากตำแหน่งผู้นำประเทศ อันส่งผลให้ระบบพรรคการเมืองมีความแข็งแกร่งและการเมืองของประเทศเข้มแข็งตามไปด้วย หากมองกลับมายังรัฐธรรมนูญไทยซึ่งมิได้กำหนดว่าหัวหน้าพรรคการเมืองต้องเป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น จึงเป็นการเปิดกว้างอย่างมากในการสรรหาสมาชิกพรรคของพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งเพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ถ้าหัวหน้าพรรคเกิดปัญหาขัดข้องในการดำรงตำแหน่งหรือสมาชิกพรรคบางคนมีคุณสมบัติเด่นมากพอในการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนี้และประชาชนยอมรับมากที่สุด ดังนั้น ข่าวลือในการกำจัดหัวหน้าพรรคเพื่อมิให้เป็นนายกรัฐมนตรี จึงไม่มีความสำคัญอีกต่อไปเพราะรัฐธรรมนูญและระบบพรรคการเมืองเปิดกว้างไว้ สมาชิกพรรคทุกคนทำงานทดแทนกันได้ ประชาชนควรใช้วิจารณญาณพิจารณานโยบายของพรรคการเมืองในการบริหารประเทศถ้าได้รับคัดเลือกเข้าสู่สภาที่เสนอไว้ในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง โดยไม่ต้องสนใจสารพัดข่าวลือต่างๆ สิ่งที่ทำลายระบบพรรคการเมืองและความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายลงได้ คือ อำนาจของมือที่สามซึ่งคุมการเลือกตั้งที่สอดแทรกเข้าทำลายหรือยุบพรรคโดยใช้เล่ห์เพทุบายหรืออิทธิพลผ่านอำนาจสำคัญของชาติ คือ ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการ เพื่อยุบพรรคการเมืองคู่แข่งที่มิใช่พวกของตนเท่านั้น ประชาชนจะสังเกตเห็นพฤติกรรมนี้ได้ไม่ยากเพราะการยุบพรรคถือเป็นเรื่องใหญ่มากซึ่งต้องร่วมมือกันทำเป็นขบวนการที่ต้องเปิดเผย แต่ไม่แยบยล มันจะกลายเป็นละครโรงใหญ่ให้ประชาชนชมฟรีอย่างสนุกสนาน เมื่ออีกฝ่ายต้องลุกขึ้นมาปกป้องตัวเองจากผู้มีอำนาจที่ต้องการทำลายล้างโคตรให้สิ้นซากด้วยกฎหมายในมือของตนก่อนเปลี่ยนผู้บริหารประเทศเป็นคนใหม่ที่ยังไม่แน่ชัดว่าจะเชื่อฟังคำสั่งมากน้อยแค่ไหน นักการเมืองและผู้เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญพยายามไม่เอ่ยถึงการที่หัวหน้าพรรคไม่จำเป็นต้องเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้ ทำให้ประชาชนจำนวนมากเชื่อว่า เลือกพรรค ก็ได้หัวหน้าพรรคเป็นนายกฯเท่านั้น อันเป็นการสร้างความเข้าใจผิดอย่างมาก ทำให้การหาเสียงเลือกตั้งเน้นการใส่ร้ายป้ายสีหรือใช้อำนาจรัฐยัดเยียดข้อหาหรือคำตัดสินคดีเพื่อโจมตีไปที่หัวหน้าพรรคเป็นหลัก แม้หัวหน้าพรรคจะประสบเหตุขัดข้องในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ถ้าพรรคการเมืองของเขาได้รับเสียงข้างมากจากประชาชนในการจัดตั้งรัฐบาล ย่อมมีสิทธิในการคัดสรรสมาชิกสภาผู้แทนฯในสังกัดขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศได้ เนื่องเพราะระบบพรรคตามรัฐธรรมนูญมิได้ยึดติดที่หัวหน้าพรรคเท่านั้น ดังนั้น ทุกการเลือกตั้งนโยบายพรรคการเมืองในการนำพาประเทศและประชาชนไปสู่เป้าหมายแห่งความผาสุกและเจริญรุ่งเรืองจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ส่วนบุคลากรในการบริหารประเทศต้องคำนึงถึงระดับความรู้ ประสบการณ์ชีวิตและการทำงาน วัยวุฒิต้องมีมากพอ เราต้องไม่ลืมว่าเวลาทำให้คนมีสติปัญญาเพิ่มขึ้น ความผิดพลาดจะมีน้อยลงเนื่องจากประสบการณ์คือบทเรียนสอนใจ หากทั้งชีวิตเรียนหนังสือโดยมีเวลาทำงานหาประสบการณ์น้อย ไม่เคยทำงาน หรือเข้าเวทีการเมืองเร็วไปด้วยความมักใหญ่ใฝ่สูงและต้องการใช้เส้นทางลัดสู่นายกรัฐมนตรี ความรอบรู้จักน้อยตามไปด้วย อันส่งผลต่อวิสัยทัศน์ไม่กว้างและจิตใจคับแคบเหมือนกบในกะลาที่เชื่อว่ากะลาของตนใหญ่ที่สุดในโลก ประเทศไทยวันนี้มิได้อยู่โดดเดี่ยว แต่ต้องอยู่ร่วมกับนานาชาติ ลักษณะผู้นำไทยรุ่นใหม่จึงต้องมีความฉลาดเฉลียว นิสัยกระตือรือร้น ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย วิสัยทัศน์แบบสากล ความรู้ดีและมีประสบการณ์รอบรู้ด้านเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ มิใช่คนคลั่งชาติหรืออนุรักษ์นิยมสุดขอบ คะแนนเสียงของประชาชนจักบ่งบอกวิสัยทัศน์ของคนไทยในการเลือกผู้นำประเทศยุคหลังการปฏิวัติได้ จึงควรพิจารณาให้ถ่องแท้ก่อนการใช้สิทธิ์เลือกตั้งว่า อำนาจตามหลักประชาธิปไตยหลังการปฏิวัติพรรคใดควรเป็นผู้แทนของประชาชน เราต้องใช้วิจารณญาณมองให้ลึกซึ้งว่าพรรคใดเป็นหุ่นเชิดของคณะปฏิวัติที่ไม่อยากสูญเสียอำนาจ พรรคใดมีศรัทธาต่อหลักประชาธิปไตย ถ้าผู้นำรุ่นต่อไปของไทยขาดวิสัยทัศน์กว้างไกล จิตใจคับแคบ วัยวุฒิต่ำ คุณวุฒิสูง อาจนำพาประเทศดำดิ่งลงเพราะขาดประสบการณ์ชีวิตที่มากเพียงพอ ไม่รู้จักบริหารอำนาจให้สมดุลย์ ขาดภาวะผู้นำให้คนยำเกรง ในที่สุดเขาจะเป็นเพียงตุ๊กตาหุ่นให้คนเบื้องหลังผูกเชือกเชิดไปมาและเป็นที่ขบขันของนานาชาติกับสภาพผู้นำประเทศไร้คุณภาพของอาณาจักรไทย
****************************** 12/7/2007 การเลือกตั้งกับสิทธิทางการเมืองสิทธิทางการเมืองกับการไม่ไปเลือกตั้ง
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ผู้นั้นย่อมเสียสิทธิ 3 ประการ ดังนี้ 1. สิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา 2. สิทธิสมัครรับเลือกตั้งและสิทธิได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น 3. สิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
การเสียสิทธิตามวรรคหนึ่ง ให้มีกำหนดเวลาตั้งแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้นั้นไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้งครั้งที่ผู้นั้นไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
กรณีที่ท่านไม่ไปเลือกตั้งครั้งนี้ สิทธิทางการเมืองทั้งสามชนิดนั้นจะกลับคืนมาเมื่อไปใช้สิทธิเลือกตั้งวุฒิสมาชิกในปี พ.ศ.2551 ซึ่งต้องจัดให้มีขึ้นอย่างแน่นอน สิ่งที่พึงพิจารณาให้มากที่สุด คือ การไปลงคะแนนเสียงใช้สิทธิอย่างอิสระของแต่ละท่านเป็นการสะกัดกั้นคะแนนเสียงจัดตั้งที่พรรคการเมืองหรือคณะปฏิวัติกำหนดสร้างรัฐบาลใหม่ได้ตามใจของพวกเขา ดังนั้น การใช้สติ ปัญญา ความรู้เท่าทันทางการเมือง เพื่อตัดสินใจเลือกรัฐบาลใหม่ตามรัฐธรรมนูญและกำหนดทิศทางของชาติด้วยตัวเองโดยไม่หวั่นเกรงคำขู่ปฏิวัติครั้งใหม่ถ้าไม่ได้รัฐบาลตามใจผู้มีอำนาจหรือผู้อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ จะเป็นคำเตือนจากประชาชนถึงพฤติกรรมในอดีตและความต้องการอนาคตใหม่ของประชาชนที่มิใช่ร่มเงาของคณะปฏิวัติ โปรดสละเวลาออกไปใช้เสรีภาพในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ถ้าเสียงอิสระมีมากเท่าไร คะแนนผีร้ายจะไร้ค่า ประเทศจึงเดินก้าวไปข้างหน้าได้ รัฐบาลและผู้บริหารต้องมีประสิทธิภาพแท้จริงและฉลาด จึงนำเรือที่มีรูรั่วผ่านพ้นคลื่นน้ำไปได้ ทิศทางของชาติอยู่ในมือของคนไทยเมื่อถึงวันลงคะแนนเสียงแล้ว
วันเลือกตั้งล่วงหน้า คือ เสาร์และอาทิตย์ ที่15-16 ธันวาคม พ.ศ. 2550 เวลา 8.30 - 17.00 น. ใครอยู่เขตใดสามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามสำนักงานเขตของตน แล้วไม่ต้องไปลงในวันจริง ส่วนวันเลือกตั้งจริง คือ อาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 เวลา 8.00 - 15.00 น. ต้องไปลงคะแนนตามสถานที่กำหนดไว้และแจ้งให้ผู้ใช้สิทธิรับทราบถึงบ้านแล้ว สำหรับคนที่ลงล่วงหน้าแล้วก็ใช้เวลาพักผ่อนเต็มที่เพราะได้วันหยุดเพิ่มในวันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม ด้วย โปรดสละเวลาไปใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่อกำหนดอนาคตของชาติ อย่าปล่อยให้คนอื่นกำหนดตามใจชอบ วันนั้นจะบอกเตือนว่าคนไทยเกลียดการปฏิวัติเพียงใด พรรคใดเคยสนับสนุนการปฏิวัติซึ่งขัดต่อหลักประชาธิปไตยทั้งออกหน้าและแอบสรรเสริญก็จะรับคำเตือนไปด้วยว่าเขาทำถูกใจประชาชนมากน้อยแค่ไหน ท่านจะใช้วิจารณญาณเพื่อประชาธิปไตยได้ในวันเลือกตั้งอย่างอิสระ กองทัพรถถังไม่สามารถบังคับการลงคะแนนเสียงของประชาชนได้ จึงเป็นเวลาอิสระแท้จริง จงใช้อิสรภาพนี้อย่างมีสติเท่าทันและปัญญาล้ำเลิศเพื่อประเทศชาติ
********************************* 12/5/2007 รูปแบบการร้องทุกข์แบบการร้องทุกข์
เขียนโดย ลีลา LAW
หลายท่านอาจไม่ทราบมาก่อนว่า การแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจหรือโรงพักนั้นมีสองแบบ คือ การร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดี กับ เพื่อเป็นหลักฐาน เนื่องจากคดีอาญาบางคดีเป็นความผิดที่ยอมความได้ ผู้เสียหายจะต้องมีการร้องทุกข์ก่อน กรณีนี้จึงต้องเลือกรูปแบบเพื่อดำเนินคดีเท่านั้น ผลของการร้องทุกข์ผิดรูปแบบ จักมีผลต่อทุกขั้นตอนในการดำเนินคดี ดังปรากฏใน คำพิพากษาฎีกาที่ 4906/2543 ความผิดฐานข่มขืนหญิงอื่นซึ่งมิใช่ภรรยาของตน เป็นความผิดอันยอมความได้ พนักงานสอบสวนจะทำการสอบสวนได้ต่อเมื่อมีคำร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 121 วรรค 2 กำหนดว่า ถ้าเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว ห้ามมิให้ทำการสอบสวน เว้นแต่จะมีคำร้องทุกข์ตามระเบียบ จากรายงานประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐานประกอบกับคำเบิกความของพนักงานสอบสวนว่า ผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ไว้ก่อนเพื่อเป็นหลักฐานเท่านั้น มิได้มอบคดีให้ลงโทษ แม้จะเป็นการรับแจ้งความ จึงไม่ถือว่าเป็นคำร้องทุกข์โดยถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพราะยังมิได้กระทำโดยเจตนาให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษ การสอบสวนความผิดดังกล่าวที่ผ่านมาจึงไม่ชอบ อัยการไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยในความผิดฐานนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 บัญญัติว่า ห้ามมิให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีใดต่อศาล โดยมิได้มีการสอบสวนในความผิดนั้นก่อน หากท่านต้องการให้มีการลงโทษผู้กระทำผิดหรือก่อความเสียหายแก่ผู้เสียหาย ต้องเลือกแจ้งความร้องทุกข์เพื่อการดำเนินคดีถึงที่สุด จึงลงโทษผู้กระทำความผิดอาญาได้ตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนการร้องทุกข์เพื่อเป็นหลักฐาน มักใช้เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดกับตนเองในอนาคต เช่น กรณีการสูญหายของบัตรเครดิต บัตรสำคัญอื่นๆ หรือ หนังสือเดินทาง เพื่อไม่ต้องรับผิดชอบกับหนี้สินจากบัตรดังกล่าว เป็นต้น ดังนั้น เมื่อเกิดความผิดอาญาและผู้เสียหายต้องการแจ้งความ จึงต้องเลือกรูปแบบการร้องทุกข์และแจ้งให้ตำรวจรับทราบโดยชัดแจ้ง มิฉะนั้น ผู้กระทำความผิดอาจหลุดรอดพ้นคดีลอยนวลไปอย่างง่ายดายด้วยสาเหตุร้องทุกข์ผิดแบบเท่านั้น
***************************** |
|
|