Arbel's profileHome of Khowledge & plea...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
12/31/2008 เมื่อโรงแรมไฟไหม้โรงแรมไฟไหม้ เขียนโดย มณีอักษร
การเดินทางท่องเที่ยวระยะไกลและยาวนานย่อมต้องมีการพักค้างในโรงแรม หลายคนอาจเคยได้ยินข่าวไฟไหม้ในโรงแรมแล้วลามไปตามห้องพักต่างๆมาแล้ว การเรียนรู้วิธีเอาชีวิตรอดจากกองเพลิงเบื้องต้น จึงเป็นเรื่องที่ดีสำหรับนักท่องเที่ยว ข้อพึงจดใจไว้ มีดังนี้ 1. เมื่อได้ยินเสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น เราต้องตั้งสติให้มั่นคงก่อน 2. ลองใช้มือแตะลูกบิดประตูเพื่อรู้อุณหภูมินอกห้อง กรณีร้อนมาก เราต้องนำผ้าเช็ดตัวหรือผ้าห่มชุบน้ำปิดช่องว่างใต้ประตูเพื่อมิให้ควันลอดเข้ามาในห้องพัก แล้วเปิดหน้าต่างออก จากนั้นเหน็บชายด้านหนึ่งของผ้าชุบน้ำเข้ากับหน้าต่างแล้วปล่อยชายอีกด้านพาดแผ่นหลังของเรา มันจักช่วยคลายร้อนและป้องกันควันได้ ขณะที่เรายื่นหน้าไปสูดอากาศนอกหน้าต่างเพื่อรอความช่วยเหลือจากหน่วยดับเพลิง กรณีไม่ร้อนมาก มันแสดงว่าไฟอยู่ห่างพอที่เราจะเดินหนีได้ ควรนำผ้าผืนใหญ่เท่าที่หาได้ในห้องพักไปชุบน้ำเพื่อคลุมหัว ครอบปากและจมูก แล้วเปิดประตู ถ้าข้างนอกมีควันคละคลุ้งให้คลานหมอบต่ำที่สุดไปยังประตูฉุกเฉิน 3. ถ้าไม่อาจออกไปภายนอกได้และอากาศในห้องเริ่มมีน้อยและยากต่อการหายใจ เราต้องพยายามถีบหรือเตะผนังห้องที่มีเสียงกลวงหรือไต่ข้ามระเบียงที่ติดกันไปยังอีกห้องหนึ่งก็ได้ ส่วนวิธีผูกผ้าปูเตียงเป็นปมสี่เหลี่ยมคล้ายกับการผูกเชือกรองเท้าเพื่อไต่ลงชั้นล่าง ควรทำเมื่อไฟลุกลามเข้ามาใกล้และลงไปแค่หนึ่งชั้นเท่านั้น อย่าลืมว่าความเหนียวของผ้าและน้ำหนักตัวของคนรวมทั้งระยะทางอาจทำให้ผ้าขาดและคนตกลงมาตายได้
ข้อเตือนใจก่อนการเข้าพัก 1. ควรเลือกพักไม่เกินชั้น 7หรือ10 แล้วแต่ความเจริญของประเทศนั้นๆ เพราะเป็นระยะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของรถดับเพลิงโดยทั่วไป 2. ควรมีไฟฉายขนาดเล็กพกติดตัวไว้ 3. จดจำทิศทางของประตูฉุกเฉิน โดยการนับประตูห้องก่อนถึงมัน เพราะเมื่อเกิดไฟไหม้ขึ้น ทางเดินจะมืดสนิท เราอาจต้องใช้ความทรงจำ การสัมผัส และไฟฉาย 4. กุญแจห้องต้องวางให้หยิบง่ายสำหรับกรณีฉุกเฉิน 5. เมื่อเกิดไฟไหม้ ต้องตั้งสติให้ได้ก่อน โอกาสรอดชีวิตจึงมีเพิ่มขึ้น หน่วยดับเพลิงย่อมพยายามเต็มที่เพื่อช่วยแขกของโรงแรม แต่ทุกกระบวนการต้องใช้เวลา การรู้จักช่วยตัวเองเบื้องต้นเท่ากับสร้างเวลารอดชีวิตให้ตัวเองด้วย
******************** 12/29/2008 จุดเริ่มต้นของรัฐสวัสดิการในไทยสวัสดิการรัฐ กับ รัฐสวัสดิการ
เขียนโดย ลูกแก้ว
สารคดีต่างประเทศชุดหนึ่งเล่าถึงเด็กหญิงอังกฤษที่ประสบโชคร้ายจากอุบัติเหตุแม่ทิ้งก้นบุหรี่ในห้องจนเกิดเพลิงไหม้และเผาร่างเด็กไหม้ประมาณ 60% ผลจากไฟไหม้ทำให้เด็กต้องเสียโฉมและมีบาดแผลทั้งร่างกายแลดูอัปลักษณ์อย่างมาก มารดาทนดูสภาพลูกสาวและรับต้นเหตุที่ตนทำลายอนาคตลูกสาวไม่ได้จึงหนีหายจากไป ปล่อยให้พ่อของเด็กหญิงรับภาระดูแลเพียงคนเดียว ขณะที่พ่อก็เป็นคนงานในโรงงานเท่านั้นและเขาจำเป็นต้องลาออกจากงานไปดูแลลูกสาวที่บาดเจ็บสาหัสอีกทั้งต้องการความดูแลใกล้ชิดจากครอบครัวมากพิเศษ บาดแผลไฟไหม้และการทำศัลยกรรมเพื่อให้เด็กใช้ชีวิตในสังคมต่อไปได้ต้องใช้เงินจำนวนสูงมากและเวลานานหลายสิบปี ด้วยความเป็นรัฐสวัสดิการของอังกฤษค่ารักษาพยาบาลและค่าจ้างพยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดที่ช่วยฟื้นฟูชีวิตเด็กหญิงคนนี้ รวมทั้งเบี้ยเลี้ยงให้พ่อผู้เสียสละเพื่อลูกล้วนมาจากรัฐบาลทั้งสิ้น ณ วันที่ถ่ายทำสารคดีนี้การผ่าตัดตกแต่งใบหน้าให้น่าดูขึ้นและจัดแยกนิ้วให้ใช้งานสะดวกขึ้นเพิ่งเสร็จสิ้น เด็กหญิงเริ่มน่ามองมากขึ้น รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเธอทำให้แน่ใจว่า พ่อของเธอดูแลกายและจิตใจของลูกได้ดีอย่างยิ่ง หากเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในไทย เด็กหญิงคนนี้ต้องถูกปล่อยให้ตายด้วยความจำเป็นที่ไม่มีเงินรักษาบาดแผลสาหัสเพียงนี้เนื่องจากประเทศไทยไม่มีสวัสดิการรอบด้านอย่างในอังกฤษ แต่การเดินทางสู่รัฐสวัสดิการได้เริ่มต้นขึ้นแล้วตั้งแต่ปีพ.ศ. 2544 ซึ่งถือเป็นความหวังของคนไทยที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากนโยบายดังกล่าว การเป็นรัฐสวัสดิการนั้นต้องใช้งบประมาณสูงมาก หมายความว่า รัฐบาลต้องมีเงินใช้จ่ายในโครงการจำนวนมากและต้องมีระบบจัดการที่รัดกุมเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนมิใช่เพียงค่ารักษาพยาบาล แต่ยังครอบคลุมถึงการฟื้นฟูชีวิตร่างกายให้อยู่รอดในสังคมต่อไป ขณะที่ประเทศไทยยังถือเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีรายได้ไม่สูงเมื่อเทียบกับประเทศทางตะวันตก แต่ปีพ.ศ. 2544 พรรคไทยรักไทยภายใต้การนำของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ปฏิรูประบบสุขภาพของคนไทยใหม่โดยตั้งชื่อโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค หลังจากหาเงินมาชดใช้หนี้สินของกองทุนไอ เอ็ม เอฟ หมดแล้ว เริ่มแรกก็มีหลายคนไม่เชื่อว่าจะสามารถดูแลคนไทยได้ แต่ด้วยวิธีจัดการแบบใหม่ทำให้สามารถนำงบประมาณจำนวนมากไปช่วยรักษาสุขภาพคนไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพอันเป็นที่พอใจแก่คนไทยส่วนใหญ่ ดังเช่น คนจนผ่าตัดต้อกระจก รักษาโรคหัวใจ เปลี่ยนไต ผ่าตัดแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก รักษามะเร็งหรือเอดส์ เป็นต้น ด้วยแนวคิดว่าคนไทย 63 ล้านคนใช่ว่าจะเจ็บป่วยในเวลาเดียวกัน จึงนำเงินก้อนเดียวกันไปช่วยคนที่เดือดร้อนก่อน เรียกว่า การหมุนเงินไปใช้ประโยชน์สูงสุด ทำให้ชีวิตและสุขภาพคนไทยดีขึ้นตามงบประมาณที่เพิ่มขึ้นทุกปี สถิติการเสียชีวิตเพราะขาดโอกาสรักษาโรคน้อยลง เป้าหมายของรัฐบาลในเวลานั้น คือ กระจายโอกาสด้านสุขภาพให้ทั่วประเทศแก่คนไทย ทั้งนี้รัฐบาลตระหนักใจดีว่า ต้องใช้งบประมาณสูงมาก จึงเน้นการทำมาค้าขายผลผลิตเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเพื่อนำรายได้มาอุดหนุนโครงการดังกล่าว แม้โครงการนั้นจักเน้นการรักษาในโรงพยาบาลเป็นหลัก อันแตกต่างจากสวัสดิการรัฐในยุโรปที่ดูแลคนไข้เมื่อกลับบ้านด้วยเพื่อให้เขามีชีวิตความเป็นอยู่ในสังคมได้ อย่างน้อยก็เป็นก้าวแรกของการไปสู่รัฐสวัสดิการของไทย เพราะโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคมอบสิทธินี้แก่คนไทยทั้งประเทศโดยไม่เลือกชั้นวรรณะ แค่ถือสัญชาติไทยเท่านั้น สิทธินี้มีติดตัวตั้งแต่คนไทยถือกำเนิดขึ้นมาเยี่ยงเดียวกับสิทธิเลือกตั้ง โดยรัฐช่วยดูแลตั้งแต่การตั้งครรภ์ การถือกำเนิด ความรู้ในการเลี้ยงดู การรักษาพยาบาล นโยบายโครงการรักษาทุกโรคของรัฐนั้นได้รับงบประมาณจากรัฐบาลและวิธีจัดการระบบรักษาพยาบาลให้เข้ากับงบประมาณ โดยคนไทยจะได้รับการรักษาโรคทั่วไป โรคร้ายแรงทุกประเภท อย่างเหมาะสมและเน้นให้หายจากโรคหรือมีชีวิตดีขึ้น ถ้ามิอาจรักษาหายขาดได้ สิ่งที่ยังขาดไปคือ การดูแลหลังออกจากโรงพยาบาลแล้ว หลายคนอาจมีอาการเรื้อรังหรือความพิการ เช่น การเป็นอัมพาต บาดแผลหลังไฟไหม้ที่มีความพิการติดตัว และอื่นๆ ซึ่งต้องมีการดูแลต่อเนื่องตลอดชีวิตด้วยการมีพี่เลี้ยง พยาบาล คอยช่วยเหลือหรือแนะนำพวกเขาเพื่อให้มีชีวิตต่อไปในสังคมได้ ล้วนต้องมีค่าจ้างหรือเบี้ยเลี้ยงแก่บุคลากรเหล่านั้น มันเป็นโครงการใหญ่ที่เป็นแนวคิดต่อไปของรัฐบาลไทยรักไทยซึ่งในเวลานั้นมีความสามารถหารายได้เข้าประเทศสูงมาก จนกระทั่งโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคประสบความสำเร็จอย่างดีและเป็นที่ชื่นชอบของคนไทยทั้งประเทศโดยเฉพาะคนยากจน เมื่อจัดให้เลือกตั้งใหม่หลังจากทำงานครบวาระ 4 ปีแล้ว คนไทยส่วนใหญ่ก็ยังเลือกส.ส.จากพรรคนี้เข้าบริหารประเทศเพื่อหวังให้สานงานสุขภาพนี้ต่อเนื่องไปจนถึงระดับเดียวกับประเทศยุโรปตะวันตกตามนโยบายของพรรค ด้วยความสำเร็จของโครงการนี้ผูกใจคนไทยอย่างมากทำให้พรรคนี้เป็นที่อิจฉาของพรรคฝ่ายค้านในเวลานั้นซึ่งกลัวเกรงว่า หากปล่อยเวลาต่อไปคนไทยอาจชื่นชอบพรรคนี้เพิ่มขึ้นและเหนียวแน่นขึ้น ตนจักไม่มีวันเป็นรัฐบาลอีกแน่ จึงรวมตัวกับผู้ได้รับความเสียหายจากการทำงานของพรรครัฐบาลเพื่อหวังโค่นล้มพรรคดังกล่าว ในที่สุด พรรคนี้ก็ถูกกลุ่มที่รวมหัวกันของฝ่ายค้าน ทหารเกษียณที่ฝักใฝ่อำนาจเก่าแก่ ทหารใหม่ที่กลัวบารมีของทหารแก่เกินเหตุ กลุ่มตุลาการ ทำลายล้างล้มพรรคดังกล่าวลง หลังจากทำปฏิวัติสำเร็จในเดือนกันยายน พ.ศ. 2549 รัฐบาลของคณะปฏิวัติไม่ชื่นชอบโครงการนี้นัก แต่คนไทยส่วนใหญ่ต้องการและชอบมาก จึงไม่กล้าล้มโครงการนี้ แต่ทำเอาใจประชาชนเพื่อป้องกันการต่อต้านของคนไทยหลังทำปฏิวัติแล้ว จึงยกเลิกการจ่ายเงิน 30 บาท เท่ากับ คนไทยไม่ต้องจ่ายเงินเมื่อเข้ารับการรักษาพยาบาล ต่อมามีการจัดตั้งรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญใหม่ คนไทยยังคงเลือกตัวแทนจากพรรคไทยรักไทยที่เปลี่ยนชื่อเป็นพรรคพลังประชาชนด้วยจำนวนคนสูงอีกครั้ง อันสร้างความไม่พอใจแก่พรรคฝ่ายค้านที่ยังต้องพ่ายแพ้แก่พรรคเจ้าของนโยบายรักษาทุกโรคอีก กลุ่มทหารแก่และทหารใหม่ที่กลัวทหารแก่ กลุ่มตุลาการ ยังคงไม่พอใจการตัดสินใจของคนไทยที่ไม่ยอมจำนนต่ออำนาจคณะปฏิวัติที่ต้องการครองอำนาจเบ็ดเสร็จให้อยู่ในฝ่ายที่ตนสนับสนุน ขณะที่พรรคพลังประชาชนเริ่มสืบสานงานโครงการสุขภาพนี้ต่อเนื่องเพื่อหวังให้ประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการตามเป้าหมายเดิมอีกและคนไทยรอคอยความหวังนี้เสมอ กลุ่มเกลียดชังนโยบายดังกล่าวรวมตัวกันอีกครั้งเนื่องจากทราบแน่ว่าคนไทยต้องชื่นชอบและเพิ่มความภักดีต่อพรรคดังกล่าวอย่างแน่นอนเพราะผลประโยชน์ด้านสุขภาพเป็นของคนไทยที่ยากจนเป็นหลัก อันอาจสร้างความกระด้างกระเดื่องต่อผู้มีอำนาจอย่างพวกตน จึงเริ่มแผนทำลายล้างล้มพรรคพลังประชาชนอีกครั้ง ในที่สุดพวกเขาก็ทำสำเร็จ เมื่อพรรคพลังประชาชนล้มลงด้วยคำตัดสินของกลุ่มตุลาการภายใต้บังคับบัญชาของทหารแก่มากบารมี โครงการสวัสดิการรัฐย่อมชะงักตามไปด้วย ต่อมาพรรคฝ่ายค้านที่มีเสียงน้อยกว่าชิงซื้อส.ส.ที่แตกกระจายมาจากพรรคพลังประชาชนเพื่อผลักดันให้ตนก้าวขึ้นเป็นรัฐบาลได้สำเร็จ อันอาจส่งผลต่อโครงการรักษาสุขภาพของคนไทยซึ่งเริ่มต้นจากพรรคไทยรักไทยต้องหยุดการพัฒนาและขาดงบประมาณอุดหนุนอย่างพอเพียง เพื่อหวังทำลายล้างโครงการดังกล่าวเนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลเคยประกาศล้มล้างระบบประกันสุขภาพนี้มาตั้งแต่ต้นเพราะไม่ชื่นชอบนโยบายที่ให้รัฐเป็นผู้ดูแลเบ็ดเสร็จและหวังนำเงินไปใช้ในโครงการอื่น อีกทั้งผู้สนับสนุนรัฐบาลใหม่ไม่ต้องการให้คนไทยจดจำโครงการที่เริ่มต้นจากพรรคไทยรักไทยอีกต่อไป จึงต้องทำลายล้างให้สาบสูญไปจากแผ่นดินไทยและส่งผลให้คนไทยลืมเลือนการทำงานของพรรคนี้ นั่นหมายความว่า คนไทยกำลังถูกนำกลับไปสู่ระบบสุขภาพเก่า คือ ถ้าต้องการรักษาฟรี ก็ต้องยื่นคำร้องต่อฝ่ายที่ดูแลคนไข้อนาถาก่อนแล้วพิจารณาเป็นรายบุคคล ซึ่งมิใช่ทุกคนที่จะได้รับการดูแลรักษาโดยไม่ต้องจ่ายเงิน อันแตกต่างจากระบบประกันสุขภาพที่พรรคไทยรักไทยวางรากฐานไว้ว่า คนไทยไม่ว่ายากจนหรือร่ำรวยเมื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลในโครงการนี้ จักต้องดูแลรักษาในมาตรฐานเดียวกันไม่ว่าจะเป็นโรคหนักหนาสาหัสหรือเบาเพียงใด โดยไม่ต้องจ่ายเงินหรือยื่นคำร้องต่อหน่วยงานใดเพื่อขอรับสิทธิคนไข้อนาถา แต่เป็นการรักษาคนไทยโดยไม่แยกสถานภาพว่ารวยหรืออนาถาอีกต่อไป อันเป็นการรักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนไทย สวัสดิการรัฐที่พรรคไทยรักไทยวางรากฐานไว้ในโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค จนกระทั่งตอนนี้เป็นโครงการประกันสุขภาพที่ไม่ต้องจ่ายเงินเมื่อเข้ารับการรักษาโรค โดยไม่แบ่งแยกว่าต้องเป็นคนอนาถาเท่านั้น อันเป็นการคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกได้นำแบบอย่างของโครงการนี้ไปพัฒนาเพื่อใช้ในบ้านเมืองของเขาแล้ว แสดงว่า ผู้นำพรรคการเมืองนี้มีวิสัยทัศน์ล้ำหน้าในชาติเอเชียที่ช่วยให้คนจนกับคนรวยมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกันอย่างเป็นรูปธรรม โครงการนี้จะอยู่รอดต่อไปได้ต้องอาศัยฝีมือการบริหารประเทศของรัฐบาลในการหารายได้เข้าประเทศแล้วแบ่งเป็นงบประมาณที่สูงขึ้นเพื่อเพิ่มสวัสดิการรักษาพยาบาลคนไทย ถ้าได้รัฐบาลอ่อนแอ ไร้วิสัยทัศน์ ขาดสติปัญญาในการทำมาการค้าเพื่อชาติ ย่อมส่งผลต่อโครงการนี้ในอนาคต อีกทั้งหากได้รัฐบาลที่มีอคติต่อโครงการเพื่อคนไทยนี้ จักส่งผลเร่งรัดให้ยกเลิกโครงการนี้แล้วกลับไปสู่ระบบคนไข้อนาถาอีกครั้ง ดังนั้น คนไทยที่ยังชื่นชอบต่อแนวคิดรัฐสวัสดิการเยี่ยงประเทศทางตะวันตกและโครงการประกันสุขภาพที่เริ่มต้นจากพรรคไทยรักไทยในอดีต จำต้องร่วมมือร่วมใจกันตั้งรัฐบาลที่มีแนวคิดเดียวกันหรือมาจากรากเหง้าเดียวกันเพื่อเข้าไปสานต่อโครงการนี้ให้พัฒนาไปสู่การดูแลคนไข้หลังออกจากโรงพยาบาลด้วยการจ้างพี่เลี้ยงหรือพยาบาล เบี้ยเลี้ยงชีพ การผ่าตัดตกแต่งเปลี่ยนโฉมหน้าสำหรับผู้บาดเจ็บจากไฟไหม้หรืออุบัติเหตุให้ดูปกติที่สุด ดังที่เด็กหญิงในอังกฤษได้รับการดูแลจากรัฐอย่างครบวงจรอันส่งผลให้เธอสามารถดำรงชีพในสังคมอย่างปกติสุขได้ มิฉะนั้น ในไม่ช้านี้ โครงการนี้จักสูญสลายไปจากแผ่นดินไทยและคนไทยต้องกลับไปอยู่ในวังวนแห่งความยากแค้นเช่นเดิม ความหวังเป็นรัฐสวัสดิการเริ่มต้นขึ้นแล้วตั้งแต่ปีพ.ศ. 2544 แต่หยุดชะงักเป็นระยะจากการแย่งอำนาจของนักการเมืองอนุรักษ์นิยมที่ชื่นชอบให้มีคนไข้อนาถากับพวกสมัยใหม่ที่พยายามดันให้คนไทยมีชีวิตเท่าเทียมกันภายใต้การดูแลสุขภาพจากรัฐอย่างเต็มศักยภาพ การจะให้สานต่อผลประโยชน์เพื่อประชาชนทั้งประเทศ คนไทยต้องลุกขึ้นมารักษาสิทธิเสรีภาพในการเลือกตั้งให้เหนียวแน่นและเลือกส่งเสริมพรรคที่สืบทอดเจตนารมณ์เดิมของพรรคไทยรักไทยเพื่อมุ่งไปสู่รัฐสวัสดิการเต็มรูปแบบสำหรับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนไทย ถ้าคนไทยไม่รักโครงการนี้ ย่อมไม่ต้องหวังให้คนอื่นมารักมัน เพราะโครงการนี้ถือกำเนิดและคงอยู่อย่างเสียดแทงใจนักการเมืองคู่แข่งของพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย และพวกเขาไม่อยากอยู่ใต้ร่มเงาความสำเร็จของโครงการนี้อีกต่อไป งานทำลายล้างโครงการนี้จึงเป็นเป้าหมายสำคัญของพวกเขาที่คนไทยต้องตัดสินใจว่า อยากให้มันคงอยู่อีกหรือไม่ อยากให้พัฒนาสวัสดิการรัฐนี้ไปสู่ความเป็นรัฐสวัสดิการตามเป้าหมายเดิมของพรรคไทยรักไทยหรือไม่ การแสดงเจตนารมณ์ของคนไทยต้องให้เห็นจากการเลือกตั้งซ่อมที่ใกล้เข้ามาแล้ว การเลือกตั้งใหญ่ในวันข้างหน้า การคัดค้านทุกรูปแบบเมื่อรัฐบาลใดแสดงทีท่าลดทอนสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพของคนไทยตามวาระอันควร การนิ่งเฉยคือ การยอมรับหรือการยอมจำนนหรือเห็นชอบกับการกระทำของรัฐบาลนั้น เมื่อคนไทยไม่เห็นชอบก็ต้องรู้จักแสดงออกตามสื่อทุกรูปแบบอย่างสันติและสงบอันเป็นสิทธิชอบธรรมที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้แล้ว ผู้ใดจักริดรอนสิทธิเสรีภาพดังกล่าวไม่ได้ นอกจากรัฐบาลกับส.ส.ในสภารวมตัวกันแก้ไขเนื้อหาเพื่อยึดสิ่งนั้นไปจากคนไทยเท่านั้น
*********************** 12/24/2008 ปลูกเรือนพอตัว ฝ่าวิกฤติการเงินปลูกเรือนแต่พอตัว หวีหัวแต่พอเกล้า หมายถึง ทำสิ่งใดๆให้พอสมควรกับฐานะของตน
บทขยายความ
สำนวนไทยนี้ใช้เปรียบเปรยว่า การทำสิ่งใดควรทำด้วยความเหมาะสมแก่ศักยภาพของตน หากทำเกินตัว อาจทำให้เสียทรัพย์โดยเปล่าประโยชน์หรือท้ายที่สุดอาจสูญเสียทุกสิ่งไป เช่น เรามีรายได้เดือนละ 15000 บาท แต่ซื้อบ้านหลังละ 8 ล้านบาท ทำให้ต้องทำงานหนักขึ้น พักผ่อนน้อย เพื่อแลกกับบ้านหลังใหญ่ เป็นต้น หากเราซื้อบ้านตามกำลังความสามารถและร่างกายได้พักผ่อนมีความสุขตามอัตภาพ ย่อมทำให้เรามีความสุขมากกว่าคนอยู่บ้านหลังใหญ่ แต่ต้องทำงานหนัก อยู่อาศัยในบ้านน้อยมาก สุดท้ายก็อาจต้องสูญเสียบ้านไปเพราะความเจ็บป่วยของเรา ดังนั้น การรู้จักความพอเพียงถือเป็นการใช้ชีวิตอย่างฉลาดและอยู่อย่างมีความสุขได้
*************************** 12/20/2008 ศึกส.ส.ชิงรมต.ศึกส.ส.ชิงรมต.
เขียนโดย แก้วมณี
การเปลี่ยนแปลงการปกครองบ้านเมืองไปสู่ระบอบประชาธิปไตยเมื่อปีพ.ศ.2475 นั้น ถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือส.ส.ซึ่งเป็นตัวแทนจากประชาชนเพื่อบริหารบ้านเมืองตามหลักประชาธิปไตย เนื่องจากคณะเปลี่ยนแปลงระบอบฯเกรงว่าประชาชนยังไม่เข้าใจหลักปกครองนี้อย่างสมบูรณ์จึงยังไม่ให้มีการเลือกตั้งส.ส.ในช่วงแรก โดยแต่งตั้งส.ส.ชุดแรกเพื่อทำหน้าที่ในสภาฯและเป็นตัวแทนคนไทยไปก่อน จากนั้นจึงมีการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบอบปกครองประเทศแบบใหม่เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งส.ส.ทั้งสภาในวันข้างหน้า ในที่สุดคนไทยก็มีโอกาสเลือกตัวแทนหรือส.ส.ทั้งสภาจากการเลือกตั้งด้วยตัวเองโดยกาเลือกชื่อผู้แทนที่ตนต้องการเพื่อเข้าสู่สภานิติบัญญัติ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยมากกว่า 60 ปี ของไทยผ่านการปฏิวัติหรือรัฐประหารหลายครั้งซึ่งทำลายการพัฒนาการเมืองของไทยเป็นระยะ แต่สังเกตได้ว่าจะมีการปรับปรุงการปกครองให้ดีขึ้นทีละน้อยและคนไทยเข้าใจหลักคิดแบบประชาธิปไตยมากขึ้น อันเป็นเรื่องเจ็บแค้นของผู้ฝักใฝ่ระบอบอำมาตยาธิปไตยหรือคอมมิวนิสต์อย่างมาก ความรู้ที่เพิ่มขึ้นของประชาชนเป็นอุปสรรคต่ออำนาจของบรรดาผู้ฝักใฝ่ยศถาบรรดาศักดิ์ที่เชื่อว่าตนสมควรเป็นผู้ปกครองบ้านเมือง มิใช่คนที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนทั้งประเทศ จักสังเกตได้ว่า ผู้ปกครองบ้านเมืองที่ฝักใฝ่กับยศถาบรรดาศักดิ์หรือมียศทหารสูงส่งจะไม่ค่อยส่งเสริมการศึกษาของคนไทยเพราะเชื่อว่า การมีความรู้ดีย่อมทำให้คนไทยไม่ยอมอยู่ใต้ปกครองของตน เมื่อมิอาจขัดขวางความเจริญได้ จึงชะลอการพัฒนาหรือเพิ่มพูนความรู้ไว้ให้ช้าที่สุด อันส่งผลต่อความเจริญของบ้านเมืองและระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยอย่างมาก เมื่อใดที่บ้านเมืองมีความเจริญในระดับสูงและมีเงินเก็บในคลังมาก จักเกิดการปฏิวัติรัฐประหารเสมอด้วยข้ออ้างเดิมๆ คือ ปราบคอรัปชั่น ความไม่เป็นธรรมในสังคม แม้จะเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเกือบ 70 ปีแล้ว การปฏิวัติก็มาจากกลุ่มเดิม คือ ผู้มียศศักดิ์และอาวุธกับยังใช้เหตุผลเดิมอยู่ ถือเป็นข้อสังเกตที่ชัดเจนว่า เหตุผลแท้จริงของการปฏิวัติทุกครั้งมาจากความปรารถนาจักปกครองบ้านเมืองและใช้สอยเงินออมของคลังประเทศตามใจชอบ จากนั้นจะมีการซื้ออาวุธยุโธปกรณ์จำนวนมากพิเศษทุกครั้งหลังการปฏิวัติ ฐานะการเงินของสมาชิกคณะปฏิวัติเปลี่ยนแปลงในทางดีขึ้นทันตา เมื่อเงินร่อยหรอลงมาก จึงยอมส่งมอบอำนาจให้รัฐบาลจากการเลือกตั้งเพื่อทำมาค้าขายและสะสมเงินออมอีก พวกปฏิวัติจะกลับมาใหม่เมื่อคลังมีเงินออมมาก มันจะเกิดรูปแบบซ้ำซากเช่นนี้มาตลอดนับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประชาธิปไตยที่ยังไม่แข็งแรงในไทย ช่วงไทยเป็นลูกหนี้ไอเอ็มเอฟ คลังมีเงินสำรองน้อยนิด การปฏิวัติจากกลุ่มทหารไม่มีแม้แต่ข่าวลือเพราะเงินคงคลังน้อย ไม่ถนัดหาเงินใช้หนี้ ขาดความสามารถบริหารหนี้ ขายสินค้าไม่เป็น แค่ชอบกู้เงิน แต่ไม่มีเจ้าหนี้คนใดยอมให้กลุ่มปฏิวัติกู้ยืมอย่างแน่นอน ทุกฝ่ายล้วนผอมกรอบเต็มที่ ถ้าปฏิวัติยึดอำนาจปกครองมาก็ต้องรับภาระหนี้สินเบิกบาน ไม่มีเงินให้ใช้สอยสบายมือ ถือว่าไม่คุ้มที่ลงทุนเอารถถังหรือคนแบกปืนออกจากค่ายเพราะต้องเสียเบี้ยเลี้ยงและต้นทุนการขนย้ายอาวุธเป็นอย่างน้อย ค่าใช้จ่ายจุกจิกอีกด้วย รัฐธรรมนูญฉบับแรกจนถึงก่อนปีพ.ศ.2540 สร้างปัญหาซ้ำซากอย่างหนึ่งให้ระบบรัฐสภาและรัฐบาลมาก คือ การกำหนดให้ส.ส.เป็นรัฐมนตรี(รมต.)ได้โดยไม่เสียสิทธิความเป็นส.ส. ทุกครั้งที่มีการฟอร์มรัฐบาลจึงเกิดภาพแย่งชิงตำแหน่งรัฐมนตรีจากพวกส.ส.กับคนภายนอก เมื่อไม่ได้ตำแหน่งตามที่ต้องการ ส.ส.บางคนบางกลุ่มจะแสดงความไม่พอใจสารพัดรูปแบบให้พรรคต้องปวดหัวแล้วยังส่งผลต่อความมั่นคงของรัฐบาลด้วย บางครั้งเกิดกรณีงูเห่าในพรรคที่ทรยศหัวหน้าพรรคและเพื่อนพ้องโดยย้ายพรรคกะทันหันหรือเทคะแนนไปให้พรรคฝ่ายตรงข้ามจนกระทั่งรัฐบาลต้องล่มสลายไป รัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆจึงสร้างปัญหาและสะสมความอ่อนแอให้ฝ่ายบริหารมาตลอด เมื่อประชาชนมีโอกาสเขียนรัฐธรรมนูญจึงต้องการสร้างความเข้มแข็งให้ฝ่ายบริหารและแยกอำนาจนิติบัญญัติกับอำนาจบริหารออกจากกันให้ชัดเจนขึ้น โดยสร้างกติกามิให้ส.ส.เปิดศึกแย่งชิงตำแหน่งรัฐมนตรีกันอีก รัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2540 กำหนดให้มีส.ส. 2 แบบ คือ ส.ส.เขต กับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของคนไทยทั้งหมด โดยส.ส.เขตไม่มีสิทธิ์ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี แต่ส.ส.บัญชีรายชื่อมีสิทธิ์เป็นรัฐมนตรีได้ หมายความว่า ก่อนจะสมัครรับเลือกตั้งผู้สมัครต้องเลือกว่า จะเป็นส.ส.เขต หรือ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทุกคนย่อมรู้ตัวแล้วว่ามีสิทธิ์อย่างไรกับตำแหน่งส.ส.ของตนเอง เท่ากับลดละกิเลสตัณหาตั้งแต่เริ่มแรก การแย่งตำแหน่งรัฐมนตรีระหว่างส.ส.ด้วยกันจึงไม่มีอีกต่อไป เมื่อได้ตำแหน่งส.ส.เขตก็มุ่งมั่นสนใจกับงานนิติบัญญัติไปเลย ปล่อยให้ส.ส.บัญชีรายชื่อจัดสรรตำแหน่งทางการเมืองกันเอง งานนิติบัญญัติมั่นคงมากขึ้น งานบริหารก็ลดการแย่งชิงระหว่างส.ส.ด้วยกันลง ความเป็นปึกแผ่นทางการเมืองของพรรคและความมั่นคงของรัฐบาลมีเพิ่มขึ้นมาก ถือเป็นการแก้ไขปัญหาสะสมของการเมืองไทยได้ในระดับดีมาก แล้วยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยไปสู่ระดับสากลยิ่งขึ้น เมื่อเกิดการปฏิวัติปีพ.ศ.2549 แม้ชื่อของคณะปฏิวัติจะเขียนว่า ทำเพื่อประชาธิปไตย แต่การกระทำเป็นเรื่องตรงข้ามกับชื่อดังกล่าวอย่างมาก หลังจากรัฐธรรมนูญปีพ.ศ.2550ของคณะปฏิวัติใช้ปกครองบ้านเมือง กลายเป็นการย้อนเวลากลับไปสู่ยุคเริ่มแรกของระบอบประชาธิปไตยในไทยซึ่งทำลายรัฐบาลและการเมืองไทยให้อ่อนแอลงอีกครั้งและยึดอำนาจของคนไทยไปโดยมีการแต่งตั้งตัวแทนประชาชนเพิ่มขึ้นในวุฒิสภาที่เป็นกลไกหนึ่งของฝ่ายนิติบัญญัติและขัดต่อหลักประชาธิปไตยที่เน้นการเลือกตั้ง พวกเขากำหนดให้มีคณะบุคคลจำนวนเล็กน้อยแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภาครึ่งหนึ่ง คนไทยเลือกอีกครึ่งหนึ่ง แล้วให้อำนาจถอดถอนรัฐบาล แต่งตั้งบุคคลในองค์กรอิสระ แก่สมาชิกสองแบบเท่าเทียมกัน ทั้งที่วิถีทางเข้าสู่อำนาจแตกต่างกันอย่างมาก เมื่อสมาชิกวุฒิสภาแต่งตั้งทำงานก็มุ่งเน้นทำลายรัฐบาลจากการเลือกตั้งเต็มที่อันขัดต่อหลักประชาธิปไตย แต่ไม่มีองค์กรใดลงโทษพวกเขาได้เพราะคะแนนเสียงจากฝ่ายเลือกตั้งมีไม่มากพอและไม่เป็นหนึ่งเดียวกันเพราะล้วนมาจากประชาชนต่างแหล่งกัน จึงแตกต่างจากฝ่ายแต่งตั้งซึ่งมาจากกลุ่มบุคคลเดียวกัน รัฐธรรมนูญปีพ.ศ. 2550 ยังกำหนดให้ส.ส.มีสิทธิ์เป็นรัฐมนตรีได้ไม่ว่าจะเป็นส.ส.เขตหรือส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็นหลักที่เคยใช้เมื่อเกือบ 70 ปีมาแล้ว และทำให้การเมืองไทยอ่อนแอมาตลอด สร้างความสับสนกับบทบาทของส.ส.ทั้งสองรูปแบบ ศึกแย่งชิงตำแหน่งการบริหารประเทศระหว่างส.ส.ด้วยกันกลับคืนมาอีกครั้ง ถือเป็นฝันร้ายของประเทศไทยที่คณะปฏิวัติจงใจสร้างขึ้นเพื่อมิให้การเมืองไทยเข้มแข็งตามหลักประชาธิปไตย โดยอาศัยข้ออ้างการแย่งอำนาจของพวกส.ส. แล้วยังส่งผลให้ฝ่ายนิติบัญญัติอ่อนแอและไม่ใส่ใจต่อหน้าที่หลักของตน เพราะมัวยุ่งกับการแย่งตำแหน่งทางการเมืองถ้าฝ่ายบริหารเข้มแข็งย่อมช่วยป้องกันมิให้ทหารเข้าแทรกแซงการเมืองได้ง่ายดังที่เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญปีพ.ศ.2540 บัดนี้ คนไทยมองเห็นจุดบกพร่องที่คณะปฏิวัติสร้างไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วว่า มันทำลายการเมืองไทยเพียงไร จักยอมให้จุดด่างพร้อยนี้คงอยู่ต่อไปอีกหรือ ? เมื่อเห็นแล้วว่าหลักคิดในรัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2540 เกี่ยวกับบทบาทของส.ส.ทั้งสองรูปแบบเด่นชัด รวมทั้งที่มาและบทบาทของวุฒิสภาตามระบอบประชาธิปไตย ควรมาจากประชาชนเท่านั้น มิใช่คณะบุคคลบางกลุ่มบางพวกจำนวนน้อยนิด แล้วอ้างว่ามาจากคนไทยทั้งประเทศ คณะปฏิวัติและคณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญมักกล่าวหาเชิงดูแคลนการเลือกตั้งจากคนไทยโดยตรงว่า ส.ส.เหล่านั้นเป็นคนคดโกง โง่เขลา ไม่เหมาะสมเป็นตัวแทนของคนไทย เราควรปล่อยให้ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นพวกลูกครึ่งเผด็จการครึ่งอำมาตยาธิปไตยหรือ ? เมื่อประเทศไทยมีส.ส.จากการเลือกตั้งเต็มร้อยเปอร์เซนต์และรัฐบาลมองเห็นสิ่งบกพร่องในรัฐธรรมนูญฉบับนี้เช่นเดียวกัน มันน่าจะเป็นเวลาสมควรในการแก้ไขปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้เป็นไปตามหลักประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ ก่อนที่จะถูกอำนาจมืดล้มล้างอำนาจเลือกตั้งของคนไทยลง เหลือแค่การลากตั้งแล้วสวมเสื้อเขียนแปะว่า การเลือกตั้งโดยประชาชน(เฉพาะกลุ่ม) และประกาศว่า นี่คือตัวแทนคนไทยทั้งประเทศ เราจักยอมให้พวกเขาเอาสิทธิความเป็นคนไทยของเราไปทำแบบนั้นหรือ ? ลองคิดให้ดีว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเมืองทำลายความมั่นคงของชาติแล้วควรแก้ไขให้เป็นไปตามครรลองที่เหมาะสมหรือยัง ? หากอยู่นิ่งเฉยด้วยความกลัวคำขู่ของกลุ่มพันธมิตรฯ คนไทยจะต้องอยู่กับรัฐธรรมนูญพิการด้วยความหวาดกลัวเช่นนี้ไปอีกนานเท่าใด ต้องเปลี่ยนผู้บริหารบ้านเมืองตามใจกลุ่มกบฏยึดทำเนียบ ทำละเมิดกฎหมาย อีกกี่ชุด ประเทศไทยต้องเป็นตัวตลกน่าขำในเวทีโลกอีกนานเท่าไรเมื่อผู้บริหารประเทศตัวจริง คือ กลุ่มพันธมิตรฯที่ยึดทำเนียบไว้ มิใช่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและได้รับพระบรมราชโองการให้บริหารบ้านเมืองตามกฎหมาย คนไทยทั้งประเทศจึงเป็นกลุ่มเดียวที่แก้ไขปัญหาหนักอกของชาติได้และนำเกียรติยศศักดิ์ศรีของชาติกลับคืนมา มิใช่รัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว
********************************* 12/19/2008 โทษกบฎ 2ประมวลกฎหมายอาญา หมวดความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร มาตรา 114 บัญญัติว่า ผู้ใดสะสมกำลังพลหรืออาวุธ ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกัน เพื่อเป็นกบฏ หรือกระทำความผิดใดๆ อันเป็นส่วนของแผนการเพื่อเป็นกบฏ หรือยุยงราษฎรให้เป็นกบฏ หรือรู้ว่ามีผู้จะเป็นกบฎแล้วกระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี
หมายเหตุ
ความผิดในหมวดความมั่นคงภายในของรัฐหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า กบฏ นี้ จะลงโทษแก่คนหนึ่งคนใดหรือคณะบุคคลที่เตรียมก่อกบฎเพื่อจุดประสงค์ล้มล้าง ยกเลิก หรือ ให้ใช้อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการไม่ได้ โดยสะสมกำลังพลหรือซ่องสุมคน เตรียมอุปกรณ์หรือเครื่องมือต่างๆหรือวางแผนโดยมีเจตนาเป็นกบฎ การยุยงชาวบ้านให้ต่อต้านหรือล้มล้างอำนาจรัฐ รวมไปถึงคนที่รู้แผนกบฏแล้วช่วยปกปิด จักถูกลงโทษฐานเป็นกบฏเช่นเดียวกับผู้ก่อการเองด้วย แต่ระวางโทษจะลดลงเล็กน้อย การเก็บอาวุธหรือรวมกำลังคนไว้เพื่อเจตนาล้มล้างหรือให้ใช้อำนาจรัฐไม่ได้ ต้องมีทั้งพฤติกรรมและเจตนาพิเศษดังที่กำหนดไว้ จึงลงโทษในฐานความผิดนี้ได้ ส่วนการสมคบกันจักแสดงในรูปแบบของการเกื้อกูลกันทางข่าวสารหรือข้อมูลหรือให้ผู้ชำนาญพิเศษหรือร่วมวางแผนหรือการปกป้องการกระทำของผู้ก่อกบฎทุกวิถีทางทั้งที่รู้ว่ากำลังล้มล้างอำนาจสำคัญตามรัฐธรรมนูญโดยเจตนาช่วยเหลือให้การก่อกบฎสำเร็จ ตัวอย่างเช่น พนักงานการไฟฟ้าตัดไฟเพื่อช่วยกบฎยึดสถานที่ทำงานของรัฐสภาหรือสถานีตำรวจหรือกองทัพไทยทำให้เจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถทำงานตามหน้าที่ในรัฐธรรมนูญโดยจงใจ เป็นต้น “กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา” เป็นเครื่องมือของกระบวนการยุติธรรมในการบอกได้ว่า ผู้ใดกระทำด้วยเจตนาเป็นกบฏ ยิ่งถ้าแกนนำกลุ่มประกาศต่อสาธารณชนว่า สะสมกำลังพลหรือจัดเตรียมอาวุธเพื่อหยุดยั้งการทำงานของรัฐบาลโดยชอบด้วยกฎหมายเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ เท่ากับซ่องสุมคนและอาวุธเพื่อก่อกบฏโดยชัดแจ้งตามพฤติกรรมและคำประกาศเจตนารมณ์ของเขา ศาลจักเป็นผู้พิจารณาและลงโทษบุคคลหรือคณะบุคคลตามระวางโทษอาญาที่กฎหมายกำหนดไว้
****************************** 12/18/2008 เกณฑ์ทหาร ปัญหาหนักอกสามศอกเกณฑ์ทหาร ปัญหาหนักอกของชาย
เขียนโดย ลูกแก้ว
กองทัพทหารในหลายประเทศทั่วโลกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเย็น ทำให้มีการปรับระบบการระดมกำลังพลรับสงครามในอนาคตจากการบังคับชายทุกคนเป็นทหารไปเน้นความเต็มใจของชายหนุ่มวัยฉกรรจ์เพราะการศึกษาระดับสากลพบว่า ทหารอาสาสมัครเรียนรู้และชื่นชอบอย่างแท้จริงกับการเป็นทหารอาชีพ อีกทั้งสร้างสรรค์ความสำเร็จในสนามรบอย่างมาก หลายประเทศเปลี่ยนจากการบังคับไปสู่ทหารอาชีพด้วยใจสมัคร สำหรับประเทศไทยหรือบางประเทศในเอเชียยังคงระบบเกณฑ์ทหารไว้และมีบทลงโทษชายหนีทหารอย่างหนัก อีกทั้งยังส่งผลไปถึงการทำงานหรือรับราชการไม่ได้ด้วยถ้าขาดใบรับรองการเกณฑ์ทหาร สถิติชายหนีทหารในไทยเพิ่มสูงขึ้นทุกปีบอกให้ทราบว่าน้อยคนที่กลัวเกรงอาญาทหาร หากมองย้อนกลับไปในอดีตของสหรัฐซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจด้านการทหารมานานแล้ว สมัยที่ยังใช้ระบบการเกณฑ์ทหารเขาบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัดและเสมอภาค ดังเช่นที่เกิดขึ้นกับนักร้องอมตะและโด่งดังสุดขีดชื่อว่า เอลวิส เพรสลี่ ซึ่งถูกบังคับให้เป็นทหารประมาณสองปีขณะที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากอันเป็นไปตามกฎหมายบังคับไว้ โทษการหนีทหารของสหรัฐ คือ โทษจำคุก จึงแทบไม่มีการหนีทหารเกิดขึ้นจนส่งผลให้กองทัพอ่อนแอลง การตามล่าคนหนีทหารกระทำอย่างเข้มงวด นอกจากนั้นคนสหรัฐค่อนข้างเคารพกฎหมายอย่างมาก การหนีทหารจึงมิใช่ปัญหาระดับชาติของเขา เมื่อยุคสมัยพัฒนาไปสหรัฐยกเลิกการเกณฑ์ทหารแล้วเน้นสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนอาสาสมัครเป็นทหารอาชีพด้วยสวัสดิการชั้นยอดและเงินเดือนสูงลิบ ณ วันนี้ย่อมเป็นข้อพิสูจน์ได้ชัดว่า ทหารอาชีพด้วยใจสมัครสร้างความมั่นคงแก่กองทัพยิ่งกว่าทหารบังคับเกณฑ์ที่มักมีสถิติหนีทัพแทรกอยู่เสมอ กองทัพสหรัฐและรัฐบาลในวันนี้ไม่ต้องพะวงตามล่าจับชายหนีทหารให้เสียเวลาและงบประมาณอีก บางชาติในเอเชีย เช่น ไต้หวัน เกาหลี ไทย เป็นต้น ทุกปีจะเห็นข่าวหนึ่งที่สร้างความเสียใจแก่วัยรุ่นที่คลั่งไคล้ดารานักร้องเมื่อคนเหล่านั้นต้องถูกเกณฑ์ทหารเป็นเวลานาน เช่น 2 ปี 3 ปี เป็นต้น บางคนหนีทหารก็ถูกลงโทษจำคุกและต้องเป็นทหารนานขึ้นอันเป็นบทลงโทษมาตรฐานสากล นอกจากบทลงโทษด้วยกฎหมายแล้วยังมีการลงโทษทางสังคมโดยอ้อมด้วย เช่น ทำงานกับบริษัทเอกชนหรือราชการไม่ได้ เป็นต้น ประเทศไทยเป็นชาติหนึ่งในเอเชียที่ยังใช้ระบบเกณฑ์ทหารอยู่ แม้จะเริ่มรณรงค์ให้มีทหารอาสาเพิ่มขึ้นก็ตาม แต่กำลังพลส่วนใหญ่ยังมาจากการเกณฑ์ทหาร โดยกำหนดบทลงโทษทางอาญาด้วยการจำคุกหลายปี และการลงโทษทางสังคมคือ การรับพนักงานชายในบริษัทเอกชนหรือราชการก่อนอายุ 30 ปี หรือ การติดต่อทำเอกสารราชการบางอย่าง หรือ การดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องมีใบรับรองเกณฑ์ทหาร เช่น สด.9 สด.43 เป็นต้น ประกอบด้วย เรามักเห็นใบประกาศรับสมัครงานสำหรับชายไทยเขียนว่า ต้องมีใบผ่านการเกณฑ์ทหารมาแล้ว จึงเห็นได้ว่า การเกณฑ์ทหารเป็นเรื่องสำคัญสำหรับชายไทยอย่างมาก แม้การเกณฑ์ทหารไทยจะกระทำกันทุกปีอย่างเข้มงวด แต่สถิติการหนีทหารก็ยังสูงตามไปด้วย โดยวิธีที่ถูกกฎหมาย เช่น การเป็นนักเรียนรักษาดินแดนในช่วงชั้นมัธยม จิตบกพร่อง มีโรคประจำตัวที่เสี่ยงชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่อย่างหอบ หืด โรคหัวใจ โรคติดต่อร้ายแรง ขนาดร่างกายต่ำกว่ามาตรฐานทหารไทย ความพิกลพิการ การจับฉลากว่าไม่ต้องเป็นทหาร เป็นต้น ทั้งนี้การแทงชื่อว่าขาดคุณสมบัติเป็นทหารต้องกระทำในวันคัดเลือกเท่านั้น มิอาจกระทำอย่างซ่อนเร้นได้อันเป็นไปตามระเบียบทหารที่ใช้กันมานานแล้ว อีกวิธีหนึ่งที่มิชอบด้วยกฎหมาย คือ การใช้เงินวิ่งเต้นเพื่อรับใบผ่านเกณฑ์ทหารโดยไม่เข้ารับคัดเลือกตามที่ถูกเรียกตัวในขั้นตอนปกติ ส่วนใหญ่จะมีการจ้างวานนายหน้าช่วยจัดการให้เรียบร้อย การว่าจ้างให้นายหน้าวิ่งเต้นขอใบเกณฑ์ทหารเป็นที่นิยมใช้กันมากสำหรับพวกหนีทหาร ถ้าโชคดีได้พบนายหน้าที่ซื่อตรงต่องาน ลูกค้าจะได้รับเอกสารประกอบการเกณฑ์ทหารครบทุกใบซึ่งเรียกกันว่า หนีได้เนียนมาก อีกด้านหนึ่งนายหน้าที่ไม่รับผิดชอบและลูกค้าที่ขาดความรู้เกี่ยวกับเอกสารเหล่านี้อาจได้รับเอกสารไม่ครบถ้วนจนกลายเป็นปัญหาในภายหน้าเมื่อชายคนนั้นต้องทำงานหรือติดต่อกับราชการ บางคนก็ถูกจับไปลงโทษฐานหนีทหารและมีเอกสารปลอมหรือแจ้งข้อมูลเท็จ พ่อแม่ที่รักลูกมากและกลัวลูกจะทนการฝึกทหารไม่ได้ กลับเลือกใช้เงินซื้อเอกสารเหล่านั้นไว้ให้ลูกชาย แทนที่จะวางแผนหลบเกณฑ์ทหารตามที่กฎหมายเปิดช่องไว้ เช่น การสมัครใจเรียนหลักสูตรรักษาดินแดนซึ่งเป็นการฝึกที่เบากว่าทหารเกณฑ์มากด้วยแนวคิดที่ทหารมองว่า พวกเขายังเป็นเด็กและต้องการสอนให้เป็นกำลังสำรองที่ดีเท่านั้น เป็นต้น ส่วนแนวคิดที่ให้ลูกไปรับราชการที่กระทรวงทบวงกรมอื่นหรือเรียนในต่างประเทศเพื่อเลี่ยงการเป็นทหาร โดยไม่ศึกษาให้ถ่องแท้ว่า กฎใดใช้ยกเว้นการเป็นทหารได้อย่างถาวรหรือชั่วคราว แต่ยังต้องมีองค์ประกอบอื่นด้วย คือ ทุกครั้งที่มีการเรียกเกณฑ์ทหาร ชายคนนั้นต้องไปคัดเลือกและยื่นหนังสือขอผ่อนผันโดยต้องมีเหตุผลตามที่กฎหมายกำหนดไว้ มิฉะนั้น จะถือว่าเป็นการหนีทหาร ดารานักร้องไทยหลายคนก็มีสภาพไม่ต่างจากดาราในชาติเอเชียที่ยังมีระบบเกณฑ์ทหารใช้อยู่ คือ อายุที่ต้องเข้าเกณฑ์ทหารมักเป็นช่วงชีวิตรุ่งโรจน์อย่างมาก พวกเขาจึงไม่เต็มใจเกณฑ์ทหาร หากชาติใดไม่เข้มงวดมาก การหนีทหารย่อมเกิดขึ้นสูงตามไปด้วย เกาหลี ไต้หวัน มีการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดและตามล่าเอาจริงกับชายที่หนีทหารซึ่งทำให้เกิดความกลัวเกรงกฎหมาย ส่วนไทยนั้นมีสถิติการหนีทหารค่อนข้างสูงมานานแล้ว นักวิชาการด้านทหารหลายคนเคยเสนอให้เปลี่ยนไปใช้ระบบทหารอาสาสมัครและสร้างทหารอาชีพที่แข็งแกร่งขึ้น แต่ทหารเห็นว่าสภาพสังคมไทยยากจน จึงเกรงว่าผู้ชายจะมีความเห็นแก่ตัวและไม่ยอมเป็นทหารด้วยใจสมัคร อันอาจส่งผลต่อกำลังพลของกองทัพ จึงเลือกที่จะใช้ระบบนี้ต่อไป แต่ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้กำลังพลจำนวนมากนัก ทหารจึงกำหนดจำนวนทหารเกณฑ์น้อยลง และโปรโมทให้คนสนใจสมัครเป็นทหารอาชีพเพิ่มขึ้น ทุกครั้งที่มีการเกณฑ์ทหารในไทยถ้ามีชายไทยสมัครเป็นทหารเท่ากับหรือมากกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ ก็ยุติการเกณฑ์ทหารในเขตนั้น ถือว่าช่วยผ่อนคลายการหนีทหารได้บ้าง แนวโน้มสงครามยุคใหม่เน้นความก้าวหน้าของอาวุธซึ่งใช้ทหารน้อยลง แต่มีความเป็นมืออาชีพเพิ่มขึ้นซึ่งนำไปใช้กับประเทศตะวันตก รัสเซีย และสหรัฐอย่างได้ผล ขณะที่ไทยยังมีแนวคิดดั้งเดิมบังคับใช้การเกณฑ์ทหารอันเป็นการเน้นจำนวนมากกว่าคุณภาพ จึงมีทหารอาชีพที่เข้าใจหน้าที่และบทบาทของตนน้อยมาก อันส่งผลให้มีการนำศักยภาพและอาวุธไปใช้กับการทำปฏิวัติรัฐประหารเพื่อปกครองบ้านเมือง มากกว่าจะปกป้องอาณาเขตดินแดนหรือกำจัดศัตรูที่บุกรุกบ้านเมือง โดยเน้นการใช้ข่มขู่เพื่อได้ชัยจากคนไทยด้วยกัน การหนีทหารไม่เคยยุติหรือลดน้อยลงอันเป็นช่องทางหารายได้ของนายหน้าและทหารบางคน กองทัพอ่อนแอลงเพราะขาดทหารที่มีใจรักในวิชาชีพแท้จริงหรือทุ่มเทเพื่องานในหน้าที่อันทรงเกียรติ แต่กลับมีข่าวอาชีพเสริมของทหารยอดนิยมสูงสุด คือ การรับจ้างดูแลความปลอดภัยและเก็บค่าคุ้มครองจากสถานบันเทิง เวลาได้พิสูจน์แล้วว่าการพัฒนาความรู้และทักษะวิชาชีพทหารเกิดขึ้นกับทหารอาชีพ ทหารเกณฑ์ส่วนใหญ่สมัครเพื่อหนีความยากจนหรือตกงานเพิ่มขึ้นในยามเศรษฐกิจตกต่ำอันไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกองทัพที่ต้องการชายที่กายและใจคือ ทหารอาชีพ ณ วันนี้การเกณฑ์ทหารในไทยกำลังสร้างปัญหาแก่ผู้นำบ้านเมืองคนล่าสุดซึ่งมีประวัติขาดตกบกพร่องเกี่ยวกับเอกสารเกณฑ์ทหาร ซึ่งน่าจะได้มาจากผู้ช่วยเหลือที่ขาดความรับผิดชอบและความไม่รู้ของเขาเอง อันอาจส่งผลต่อคุณสมบัติการเป็นผู้นำประเทศที่เป็นชายไทยและต้องอยู่ภายใต้กฎหมายทหารเดียวกับคนไทย นอกจากนั้นยังควรพิจารณาโทษของผู้บังคับบัญชาที่ทราบเรื่องการหนีทหารของชายไทยคนนี้แล้วนิ่งเฉยว่า เป็นการละเว้นการทำงานตามหน้าที่โดยจงใจและสนับสนุนให้เขาหนีทหาร เนื่องจากข่าวการหนีทหารเพราะไม่ไปคัดเลือกทหาร จึงไม่ได้รับเอกสารอย่างครบถ้วน โด่งดังไปทั่วประเทศ ผู้บังคับบัญชาจะอ้างว่า ไม่ทราบเรื่อง ย่อมทำไม่ได้แน่นอน การตรวจสอบโดยทหารหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็นทั้งที่เอกสารเหล่านี้ค้นหาง่ายมากและมีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น บ่งบอกแก่คนไทยว่า ทหารและหน่วยงานเหล่านั้นเจตนาไม่ทำงานและช่วยเหลือชายหนีทหารอย่างชัดเจน ขณะที่ชายไทยหลายคนยังต้องรับโทษอาญาฐานหนีทหารอยู่ มันจึงไม่มีความเป็นธรรมที่เสมอภาคระหว่างชายไทยกับผู้นำประเทศที่ควรเป็นแบบอย่างแก่คนไทยทั้งประเทศ เกณฑ์ทหารในไทยจึงกลายเป็นปัญหาหนักอกของผู้นำคนล่าสุดซึ่งน่าจะเป็นผลพวงจากความผิดพลาดในอดีตที่ตนกระทำไว้อย่างไม่แนบเนียนเพียงพอเพราะความไม่รู้แจ้งเห็นจริงเกี่ยวกับข้อกฎหมาย แค่อาศัยเสียงลือเล่าอ้างตามกันไป จึงต้องทุกข์ใจในวันนี้ คอยหวาดระแวงใจว่า ใครจะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นประจานและเรียกร้องให้รับโทษอาญา บุคลิกภาพของผู้นำคนล่าสุดน่าวิเคราะห์ได้ว่า ต้นเหตุเกิดจากความไม่รู้จริงและความบกพร่องของบิดามารดาที่ชี้นำเขาไปตามเส้นทางดังกล่าว มากกว่าคิดพิจารณาหรือกระทำด้วยตัวเอง ผลสรุปของเรื่องนี้ก็ต้องตามดูการทำหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า จะให้ความเป็นธรรมแก่สังคมและคนไทยมากน้อยเพียงใด หรือยกเว้นหรือเมินเฉยเฉพาะชายไทยที่เป็นผู้นำคนล่าสุดเท่านั้น
********************** 12/17/2008 ย้อนรอยงูเห่าการเมืองย้อนรอยงูเห่าการเมืองไทย เขียนโดย แก้วมณี
“ท่ามกลางความหนาวเย็นขณะที่ชาวนากำลังเดินกลับบ้าน พลันสายตาเหลือบไปเห็นงูน้อยขดตัวอยู่บนถนน เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆก็เห็นลิ้นโผล่แลบช้าๆ แสดงว่ามันยังไม่ตาย แต่ด้วยความหนาวเหน็บทำให้มันเลื้อยต่อไปไม่ไหว เขายืนตัดสินใจครู่หนึ่ง จึงหยิบงูน้อยมาใส่ในอ้อมแขนด้วยความสงสารเพื่อหวังให้ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ไปให้งูน้อย แล้วจะส่งมันกลับเข้าป่าข้างทาง เวลาผ่านไปพักใหญ่งูน้อยเริ่มขยับตัวได้ดีขึ้นเมื่อได้รับความอบอุ่นจากชาวนา ความกลัวและหวาดระแวงภัยงูน้อยฉกกัดชาวนาแล้วหนีเข้าป่าอย่างรวดเร็ว ชาวนานอนเจ็บปวดทรมานจากพิษงูครู่หนึ่งจึงมีชาวบ้านผ่านมาพบเห็นและนำส่งโรงพยาบาล เขาไม่ตายเพราะมาหาหมอเร็วทันกาล” นิทานเรื่องนี้ถูกนำไปสอนเด็กรุ่นใหม่เพื่อเตือนใจว่า อย่าช่วยเหลือหรือเข้าใกล้สัตว์มีพิษ เพราะงูเป็นสัตว์เดรัจฉานจึงไม่รู้จักตอบแทนพระคุณที่ให้ชีวิตใหม่ และเตือนให้คนรู้จักระแวดระวังภัยร้ายใกล้ตัวจากคนเลวที่มีรอยยิ้มเมตตา แต่จิตใจต่ำทราม คิดชั่วต่อผู้อื่น จึงควรหลีกเลี่ยงเข้าใกล้คนประเภทนี้ งูเห่าทางการเมืองในไทยเกิดขึ้นมานานมากกว่าสองร้อยปีแล้ว งูเห่าในอดีตที่เลื่องชื่อมากที่สุด คือ พระยาจักรี ซึ่งเป็นหนอนบ่อนไส้ให้พม่าทำลายความมั่นคงของอาณาจักรอยุธยาและเปิดประตูเมืองให้กองทหารพม่าบุกเผาทำลายอันเป็นการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ต่อมาพระเจ้าตากสินและนักรบผู้กล้าต้องรวมกำลังนำทัพมากู้เมืองหลวงแห่งนี้จากกองทัพพม่า แต่มันก็เหลือเพียงซากปรักหักพังและธุลีดินอาบเลือดของคนไทย พระองค์จึงตัดสินใจสร้างเมืองหลวงใหม่ชื่อว่า กรุงธนบุรี หลายคนลืมเลือนว่า พระยาจักรีได้รับสิ่งตอบแทนจากการเป็นงูเห่าทำลายชาติมากเพียงใด ตามประวัติศาสตร์ที่บันทึกสืบทอดกันมาให้คนรุ่นใหม่ศึกษานั้นระบุว่า กษัตริย์พม่าพอใจกับบทบาทหนอนบ่อนไส้ของพระยาจักรีอย่างมาก จึงปูนบำเหน็จด้วยเงินทอง เพชรนิลจินดา ข้าทาสบริวาร ปรนเปรอให้เขามีความสุขและความหวังว่า จะเป็นผู้ครองเมืองอยุธยาในฐานะเมืองขึ้นของพม่า หลังจากผ่านไปไม่กี่วันก่อนที่กองทัพพม่าจะถอนกำลังออกไป กษัตริย์พม่าออกคำสั่งประหารชีวิตพระยาจักรีซึ่งเขาร้องถามเหตุผลเพราะเชื่อว่าทำความดีความชอบอันเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อกษัตริย์พม่าแล้ว เหตุไฉนจึงต้องตาย คำตอบของกษัตริย์พม่าเสียดแทงใจของพระยาจักรีและสะใจสำหรับคนไทยยิ่ง คือ พระยาจักรีเป็นคนไทยยังทรยศและเนรคุณต่อแผ่นดินบ้านเกิดและกษัตริย์ไทยที่ให้ตำแหน่งและทรัพย์สินแก่เขาได้ จึงไม่มั่นใจว่าเขาจักจงรักภักดีต่อกษัตริย์พม่า เมื่อเนรคุณได้ครั้งหนึ่ง ย่อมเกิดเรื่องนี้เป็นครั้งที่สองได้ พระองค์ไม่ไว้วางใจให้พระยาจักรีครองเมืองนี้และแต่งตั้งแม่ทัพพม่าทำหน้าที่นี้แทน งูเห่าตัวนี้จึงถูกตัดคอเสียบประจานกลางเมืองอันสร้างความสะใจแก่คนไทยที่ชอกช้ำใจจากพฤติกรรมเนรคุณของพระยาจักรีซึ่งกระทำต่อกษัตริย์ไทยและคนไทย งูเห่าในยุคถัดมาซึ่งห่างจากพระยาจักรีหลายร้อยปีเกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตยอันเป็นที่มาของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ของท่านชวนยุคที่เป็นเสียงข้างน้อย แต่กระสันอยากเป็นรัฐบาลเนื่องจากรัฐบาลของพลเอกชวลิตเพลี่ยงพล้ำจากพิษเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง จึงพยายามรวบรวมเสียงจากพรรคเล็กพรรคน้อยเพื่อเป็นเสียงข้างมาก แต่ยังขาดเสียงอยู่ไม่น้อยซึ่งอยากได้จากพรรคประชากรไทย แต่หัวหน้าพรรคประชากรไทยปฏิเสธไม่ยอมรวมตัวด้วยเพราะไม่เป็นไปตามมารยาททางการเมืองที่ควรให้โอกาสพรรคซึ่งได้คะแนนเสียงมากกว่าจัดตั้งรัฐบาลก่อนจึงประชุมและออกมติยืนยันไม่เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่พรรคเก่าแก่นี้กลับช่วงชิงและฉวยโอกาสซ้ำเติมพรรคใหญ่ ด้วยวาทะยอดเยี่ยมและผลตอบแทนสูงของผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ในเวลานั้นทำให้สมาชิกส่วนหนึ่งของพรรคประชากรไทยยอมยกมือผลักดันให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลสำเร็จและนายชวนได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง สมาชิกกลุ่มดังกล่าวล้วนเคยสังกัดพรรคอื่นมาก่อนและมีชื่อเสียงในทางไม่ดีด้านกินสินบนหนัก แม้แต่พรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคอื่นไม่ยอมให้ร่วมกิจกรรมด้วย หัวหน้าพรรคประชากรไทยมีความใจกว้างและให้โอกาสคนจึงยอมรับเข้าเป็นสมาชิกพรรค พฤติกรรมงูเห่าของกลุ่มนี้สร้างความโกรธเคืองแก่หัวหน้าสมัครซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคประชากรไทยในเวลานั้นอย่างมาก กลุ่มงูเห่าต้องลาออกเพราะไม่อาจสู้หน้ากับท่านสมัครได้ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ยอมรับเข้าเป็นสมาชิกเนื่องจากจ่ายค่าตอบแทนแล้วและไม่ต้องการทำลายภาพพจน์พรรคของตน ทำให้กลุ่มงูเห่าต้องพากันออกไปตั้งพรรคใหม่ซึ่งก็เป็นพรรคเล็กที่ต้องเปลี่ยนชื่อหรือยุบพรรคด้วยสารพัดเหตุทางการเมืองและการเงินขัดสนจนกระทั่งไปรวมตัวกันใหม่ล่าสุดอยู่ในพรรคเพื่อแผ่นดิน เราจักสังเกตได้ว่าผลตอบแทนของบรรดางูเห่าทางการเมืองนั้นมิได้มีเพียงสถานภาพการเงินเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเพียงแค่ยกมือเท่านั้น อีกด้านหนึ่งที่พวกเขาต้องได้รับจากพรรคการเมืองหรือประชาชนคือ ความไม่ไว้วางใจให้อยู่ใกล้ตัวหรืออาศัยอยู่ในบ้านเรือน ทั้งที่เป็นเพื่อนร่วมรัฐบาลด้วยกันก็ยังแสดงกิริยารังเกียจกึ่งระแวงใจกัน มันบอกชัดว่าพวกเขารวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนประโยชน์ซึ่งกันและกัน มิใช่มาจากร่วมอุดมการณ์เดียวกัน สิ่งที่หลายคนสงสัยคือ เหตุผลที่พวกเขาอ้างต่อสาธารณชนว่าต้องทรยศต่อมติพรรค คือ ทรยศเพื่อชาติ เพื่อเปลี่ยนขั้วรัฐบาลและให้ประชาชนมีความหวังใหม่ๆ พวกเขาเชื่อว่ารัฐบาลใหม่จะสร้างประเทศให้แข็งแกร่งได้ดีกว่าเดิม แต่ผลสุดท้ายคนไทยต้องเป็นหนี้กองทุนไอเอ็มเอฟและถูกควบคุมการบริหารประเทศจากต่างชาติเพราะรัฐบาลชวนกู้เงินจากกองทุนนั้นและรับข้อเสนออัปยศในการออกกฎหมาย 11 ฉบับแลกเงินกู้ซึ่งล้วนเป็นกฎหมายที่เปิดโอกาสให้ต่างชาติกอบโกยผลประโยชน์จากคนไทยและแผ่นดินไทยด้วยศักยภาพที่เหนือกว่า อีกทั้งเป็นที่รู้กันดีว่าการกู้เงินระหว่างประเทศนั้นรัฐบาลที่ลงนามกู้มักได้รับประโยชน์พิเศษเป็นส่วนตัว จึงเร่งเร้าให้ผู้นำประเทศกู้เงินให้มากเข้าไว้ ผลประโยชน์จักสูงตามไปด้วย ต่อมาเป็นงูเห่ายุคไซเบอร์ที่เกิดขึ้นในช่วงศึกแย่งชิงอำนาจบริหารบ้านเมืองที่มีการเล่นแร่แปรธาตุ สารพัดเล่ห์กลที่ใช้ทั้งบารมี กฎหมาย เจ้าหน้าที่รัฐ ทหาร เพื่อทำลายล้างคู่แข่งที่ได้เสียงข้างมากจากการเลือกตั้งให้เป็นรัฐบาล ด้วยอุบายสมคบคิดของกลุ่มผู้มีบารมีและใฝ่สูงอยากหมุนเวลากลับไปก่อนปีพ.ศ.2475 ทำลายรัฐบาลเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยหลายรุ่น พวกเขาสร้างสภาพวุ่นวายขึ้นในสังคมไทยเพื่อให้มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เป็นระยะ ในที่สุดพรรคตัวแทนของกลุ่มนี้ คือ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งอาศัยอำนาจและบารมีจากกลุ่มดังกล่าวจึงใช้วิธีดั้งเดิมที่เคยได้ผลมาแล้วเมื่อหลายสิบปีก่อน คือ การสร้างงูเห่า เนื่องจากพรรคนี้ได้เสียงข้างน้อย ถ้าต้องการเป็นรัฐบาล จักต้องหาเสียงส.ส.จากพรรคอื่นมาร่วมด้วยเพื่อให้ได้เสียงข้างมากตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ กลุ่มผู้สนับสนุนทั้งม็อบโกเต๊กซ์ กลุ่มผู้มีอำนาจและบารมี และกลุ่มทหาร ได้ใช้การบีบบังคับและข่มขู่พรรคเล็กพรรคน้อยให้เข้ามารวมตัวกับพรรคตัวแทนของตน โดยเสนอเงินตอบแทนจำนวนสูงแลกกับเสียงสนับสนุนจากพวกเขา โดยเฉพาะตัวเลขสูงพิเศษมอบให้กลุ่มที่ยอมแยกตัวจากพรรคเสียงข้างมากที่ตนสังกัดอยู่ เมื่อมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจึงมองเห็นการกลายสภาพเป็นงูเห่าจากในพรรคเสียงข้างมากที่ยกมือสนับสนุนศัตรูของพรรคตน ทั้งที่พรรคเก่าแก่นี้เคยปรามาสหรือดูแคลนกลุ่มงูเห่ารุ่นล่าสุดและต่อสู้กันมาหลายสิบปี ภาพการกอดคอและไหล่กันระหว่างหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กับผู้นำกลุ่มงูเห่าปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์ด้วยรอยยิ้มกว้างเพื่อขอบคุณที่ยอมกลายสภาพเป็นงูเห่าไปสนับสนุนเขาและพรรคเป็นรัฐบาล กลุ่มงูเห่านี้ให้เหตุผลที่ทรยศต่อพรรค ต่ออดีตผู้ก่อตั้งพรรคซึ่งมีพระคุณในการให้ชีวิตใหม่ โอกาสใหม่ เพื่อสร้างผลงานในฐานะนักการเมืองอย่างเต็มที่ทั้งที่พรรคอื่นต่างผลักไสและเดียดฉันท์พวกเขาอย่างมากเพราะประวัติในอดีต ว่า ทรยศเพื่อชาติ ต้องการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลใหม่ อยากให้ความหวังใหม่แก่ประชาชน จักสังเกตได้ว่า งูเห่ายุคท่านชวนกับงูเห่ายุคอภิสิทธิ์ใช้คำพูดคล้ายคลึงกัน ความหมายเดียวกัน แล้วยังเป็นคนกลุ่มเดียวกันที่สร้างงูเห่าขึ้นเพื่อจุดประสงค์เดียวกันเพราะเป็นพรรคเสียงข้างน้อย แค่ต่างยุคสมัยเท่านั้น หากเปรียบเทียบงูเห่าไทยสามยุคจักพบว่า มีผลประโยชน์และความหวังของงูเห่าที่ต้องได้จากผู้จ้างวานเหล่านั้น คือ เงินทอง ความสุขสบาย ตำแหน่งหน้าที่สูงส่ง เมื่อเทียบกับสิ่งที่ตนมีอยู่ในวันนี้ ส่วนการลงทุนของผู้จ้างวานต้องคุ้มค่ากับของที่ได้ตอบแทน ซึ่งในตำนานงูเห่าไทยนั้นผู้ชนะจะได้ตำแหน่งสูงส่งและอำนาจบริหารบ้านเมือง รวมทั้งการแสวงหาผลประโยชน์จากตำแหน่งงานอย่างสบาย พระยาจักรีและนักการเมืองงูเห่าล้วนไม่ได้ทำเพื่ออุดมการณ์หรือบ้านเมืองอย่างแท้จริง วาระสุดท้ายของพวกเขาคือ การสูญเสียชีวิต ตำแหน่ง ความฝันมลายสิ้น ด้วยวาทะเด็ดของผู้จ้างวาน คือ ท่านกล้าทรยศพ่อแม่ แผ่นดินเกิด ย่อมถือเป็นคนเลวสุดทราม ยากจะไว้วางใจให้ทำงานหรือมีชีวิตต่อไป มิฉะนั้น อาจทรยศต่อเขาได้ตลอดเวลา นักการเมืองงูเห่าที่ทรยศต่อพรรคต้นสังกัดในแต่ละยุคมักไม่มีผู้ใดไว้วางใจทางการเมือง เมื่อจ่ายเงินตอบแทนตามข้อตกลงแล้ว พวกเขาจะไม่ใกล้ชิดสนิทสนมกันหรือไว้ใจให้ทำงานสำคัญเพราะระแวงพฤติกรรมทรยศต่อผู้มีพระคุณได้ ย่อมพร้อมจะทรยศเขาเช่นกัน ความรู้สึกนี้มักเกิดขึ้นกับผู้สร้างงูเห่ามานานหลายร้อยปีแล้ว สิ่งที่พวกงูเห่าต้องพบเหมือนกันทุกยุคสมัย คือ การสูญเสียสถานภาพทางสังคมและเงินทอง นักการเมืองหลายคนต้องหายไปจากวงการเมืองเพราะชาวบ้านไม่ยอมเลือกให้เป็นส.ส. ชีวิตตกต่ำลง เงินทองที่ได้จากการขายตัวทางการเมืองสูญสลายอย่างรวดเร็ว เชื่อว่านักการเมืองบางคนยอมขายตัวแลกเงินก้อนใหญ่กับการไม่เป็นนักการเมืองอีกครั้ง เขารับรู้ผลลัพธ์ดังกล่าวและยอมรับมันได้ แท้จริงแล้วมันเป็นผลกรรมที่พวกเขากระทำต่อประเทศและทรยศต่อเจตนารมณ์ของประชาชนที่ลงคะแนนเสียงให้เขาซึ่งประวัติศาสตร์เขียนบอกเล่าชะตากรรมงูเห่าเหล่านั้นไว้เป็นบทเรียนแล้ว แต่หลายคนไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับพวกเขาได้ สุดท้ายทุกคนก็มักพบชะตาเลวร้ายเดียวกัน คือ สูญเสียเงินทอง เกียรติยศ ครอบครัว และความภูมิใจในเกียรติยศของคนไทย นี่แหละด้านมืดของงูเห่าไทยที่มิใช่ราชาแห่งสัตว์เลื้อยคลานในธรรมชาติ
*************************** 12/14/2008 รายชื่อผู้สนับสนุนม็อบโกเต๊กซ์ หลายคนอยากรู้รายชื่อกลุ่มสนับสนุนม็อบโกเต๊กซ์ให้ยึดทำเนียบรัฐบาล สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ประท้วงขับไล่รัฐบาลของคนไทยตามรัฐธรรมนูญ การประท้วงต้องมีกำลังเงินและอาหารและกำลังคนจำนวนมาก จึงทำลายชาติให้เสียหายได้มาก นอกเหนือจากความละเลยหน้าที่ของเจ้าพนักงานไทย คนไทยหัวใจประชาธิปไตยและคนที่ต้องตกงานเพราะผลเสียหายที่ม็อบนี้ก่อขึ้นควรใช้สิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยที่ยังมีอยู่ในตอนนี้ประท้วงและต่อต้านทางสังคมต่อกลุ่มผู้สนับสนุนการทำลายชาติและกฎหมายบ้านเมือง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้มียศบรรดาศักดิ์สูง บริษัท ห้างร้าน ชื่อเสียงโด่งดัง ไปตามหารายชื่อนั้นได้ที่ www.shinawatradio.com เขียนบอกไว้ที่บอร์ดของเขา เห็นชื่อเหล่านั้นแล้วต้องจดจำ หลีกเลี่ยง ขอให้สนับสนุนคนหรือสินค้าที่เคารพกฎหมายเป็นหลัก เพื่อรักษาสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยไว้และบอกให้ทราบว่า นี่คือจุดหมายของคนที่รักประชาธิปไตยและไม่พอใจการทำลายชาติโดยม็อบนั้นและการสนับสนุนทางการเงินจากพวกเขา
************************* เวลา คือ ผู้ชนะตลอดกาลเวลา : ผู้ชนะตลอดกาล เขียนโดย ลูกแก้ว
เมื่ออ่านบทความต่างชาติวิเคราะห์เกี่ยวกับการเมืองไทยทำให้คิดถึงสัจธรรมที่ว่า “เวลาและสายน้ำไม่เคยรอใครและเดินหน้าอย่างเดียวเท่านั้น” หากอ่านประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่เขียนด้วยนักประวัติศาสตร์ไทยจักพบว่า เวลากว่า 70 ปีที่ผ่านมาของระบอบประชาธิปไตยในไทยโดยเฉพาะช่วงต้นของคณะราษฎร์ที่ต้องเผชิญการต่อต้านจากผู้นิยมเจ้าหรือผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ที่เสียดายอำนาจเดิมหรือสูญเสียอำนาจสูงสุดที่เคยมีและการให้ความรู้และความเข้าใจแก่ประชาชนซึ่งเคยชินกับการกดขี่บังคับให้ยอมรับอำนาจของผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ทั้งหลาย หลายปีที่ผ่านมาคนไทยรับทราบและชื่นชอบกับสิทธิเสรีภาพที่รับรองโดยรัฐธรรมนูญซึ่งกำหนดให้คนไทยไม่ว่ายากดีมีจนสูงหรือต่ำศักดิ์ย่อมมีความเสมอภาคและอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน คนไทยรุ่นต่อมาสืบทอดเจตนารมณ์ของคณะราษฎร์ที่จะให้ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น และไม่ปรารถนาจะให้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์กลับมาปกครองคนไทยอีก แม้จะมีการปฏิวัติหลายครั้ง คนไทยก็ยังรักษาประชาธิปไตยและเจตนารมณ์เดิมไว้อย่างเหนียวแน่น จึงทำให้คนไทยยังมีสิทธิเสรีภาพมากกว่าสมัยที่อยู่ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ฝ่ายนิยมผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ในอดีตยังคงมุ่งมั่นจะนำอำนาจเดิมกลับมาปกครองคนไทยหลายครั้งในการหมุนเวลาย้อนเวลาคืนจากปีพ.ศ. 2551 ไปยังยุคก่อนปีพ.ศ. 2475 ก่อนยุคปีพ.ศ. 2475 นั้นประเทศไทยปกครองในระบอบราชาธิปไตยหรืออีกชื่อหนึ่งคือ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งกษัตริย์เป็นผู้ปกครองประเทศเพียงผู้เดียว คล้ายกับจักรพรรดิหรือฮ่องเต้จีนปกครองอาณาจักรจีน ในภาคปฏิบัตินั้นกษัตริย์มิอาจทำงานทุกอย่างได้ผู้เดียว จึงต้องมีการแต่งตั้งพระญาติวงศ์หรือข้าหลวงไปดูแลหรือทำงานต่างๆ ซึ่งส่งผลให้พวกเขามีอำนาจสูงในฐานะตัวแทนกษัตริย์ หลังจากการปฏิรูปการปกครองไทยในปีพ.ศ.2475 คณะราษฎร์นำระบอบประชาธิปไตยเข้ามาใช้บริหารประเทศโดยกำหนดให้ตัวแทนที่ผ่านการเลือกตั้งจากประชาชนเท่านั้นมีอำนาจบริหารประเทศได้ ทำให้บุคคลเหล่านั้นสูญเสียอำนาจไปทันตาเนื่องจากรู้สึกเสื่อมเสียเกียรติที่ต้องไปขอคะแนนเสียงจากคนไทยเพื่อเป็นผู้แทนหรืออยู่ใต้การปกครองบริหารจากผู้แทนที่บางคนอาจมาจากครอบครัวชาวนายากจน บ้างก็มีพ่อแม่เคยเป็นทาสมาก่อน หลังจากคณะราษฎร์เน้นให้ความรู้และการศึกษาแก่คนไทยด้วยเวลาหลายปี คนไทยตระหนักและหวงแหนสิทธิเสรีภาพของตนมากขึ้น ทำให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยมั่นคงเพิ่มขึ้นพร้อมกับกาลเวลาที่เดินไปข้างหน้าโดยการสนับสนุนของสหรัฐและประเทศยุโรปตะวันตกที่ต้องการให้ประเทศไทยรักษาระบอบนี้ไว้ เมื่อได้อ่านบทวิเคราะห์เบื้องหลังการปฏิวัติในไทยตอนปีพ.ศ.2549 ซึ่งเศรษฐกิจไทยยังดีอยู่และผู้สนับสนุนเหตุความวุ่นวายในไทยของม็อบโกเต๊กซ์ซึ่งเขียนโดย นักวิชาการและนักวิเคราะห์ต่างชาติที่มองประเทศไทยดั่งเวทีละครซึ่งมีคนไทยเป็นตัวละครและมองลึกถึงคนเขียนบทสัญชาติไทย ทำให้เห็นว่า กลุ่มหนึ่งกำลังสืบทอดเจตนารมณ์ของบรรพชนที่จะเอาระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์กลับคืนมาหรือที่คนไทยวันนี้เรียกกันว่า ระบอบอำมาตยาธิปไตย ที่ผู้ได้รับแต่งตั้งจากกษัตริย์จักเป็นใหญ่ในแผ่นดิน มิใช่ตัวแทนประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย มันเป็นความพยายามหมุนย้อนเวลากลับไปสู่ยุคอดีตของคนยุคใหม่และคนใกล้หมดเวลาบนโลกกลุ่มหนึ่ง แต่ประวัติศาสตร์โลกไม่เคยมีการย้อนคืนได้เลย มิฉะนั้น ไดโนเสาร์คงเดินยั้วเยี้ยบนแผ่นดินไทยและคนไทยเดินทางด้วยเกวียนข้ามประเทศคงมีให้เห็นชินตามากกว่าเครื่องบิน ชนชั้นสูงหรือมหาเศรษฐีไทยยังเดินทางด้วยเครื่องบินแทนที่จะขี่ม้าหรือช้าง เนื่องจากพวกเขาต้องการย้อนเวลาแห่งอำนาจเท่านั้น ไม่ต้องการแตะต้องการพัฒนาเครื่องมือเครื่องใช้สอยในชีวิตประจำวัน ประวัติศาสตร์ยืนยันให้ทราบว่า เวลาเดินไปข้างหน้าเท่านั้น ไม่มีวันหวนย้อนคืนได้ เวลาจึงเป็นผู้ชนะมนุษย์ตลอดกาล ดังนั้น การพัฒนาจึงเดินเคียงคู่กับเวลาเสมอ ดังปรากฏในประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสที่ราชวงศ์ต้องสูญสลายลงเพราะมันเป็นเวลาที่ความหมักหมมฟอนเฟะที่ผู้ปกครองกดขี่ข่มเหงประชาชนและเห็นพวกเขาเป็นไพร่สถุลไร้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นานหลายร้อยปี เมื่อแรงบีบคั้นทวีสูงขึ้นกอปรกับความรู้และการศึกษาทำให้ประชาชนรู้จักคุณค่าชีวิตของตนอย่างแท้จริงและผู้ปกครองพยายามเหนี่ยวรั้งเวลาและอำนาจไว้กับตน จึงเกิดโศกนาฏกรรมในชาติขึ้น แม้ประชาชนต้องสูญเสียชีวิตแลกกับสิทธิเสรีภาพของตนอย่างมาก แต่พวกเขายังยืนยันว่าคุ้มค่าและไม่เสียใจที่กระทำต่อกลุ่มผู้ปกครอง มันจึงเป็นจุดเริ่มต้นการปกครองแบบประชาธิปไตยที่อำนาจเป็นของปวงชนในแผ่นดิน มิใช่ของผู้ใดผู้หนึ่ง สิทธิเสรีภาพเสมอภาคของมนุษย์ แผ่ขยายไปยังประเทศใกล้เคียงและลามเข้ามาถึงสยาม อันสร้างความหวั่นเกรงแก่ผู้ปกครองในเวลานั้น เราจึงได้เห็นความชาญฉลาดของผู้ปกครองในไทยที่ริเริ่มลดแรงกดดันทางสังคมลงทันทีด้วยการเริ่มปลดปล่อยทาสและแบ่งปันความเจริญทางวัตถุไปถึงราษฎรมากขึ้น ทำให้ความอยากมีประชาธิปไตยในไทยเกิดช้าลง นานมากที่คนไทยมีชีวิตอยู่ในการปกครองเดิมต่อมาจนถึงปีพ.ศ. 2475 คนไทยเคยชินกับความเป็นอิสระจากทาส แต่ยังไม่พ้นจากคำเรียกว่า ไพร่ จากชนชั้นสูงและข้าหลวงที่ยังมีอำนาจปกครองพวกเขาอยู่ เมื่อศึกษาผลของความพยายามเก็บอดีตไว้กับตนซึ่งเกิดขึ้นในยุคไซเบอร์ที่รู้จักกันดีของคนไทย คือ การเปลี่ยนระบอบราชาธิปไตยไปสู่สังคมนิยมในเนปาล ซึ่งเป็นการกระทำอย่างรุนแรงและหักหาญอย่างมาก อันเป็นผลสืบเนื่องจากกษัตริย์องค์สุดท้ายของเนปาลยึดอำนาจบริหารประเทศจากตัวแทนประชาชนและกดขี่หรือลดทอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนลง เข้าบริหารประเทศด้วยตัวเองโดยอาศัยพระญาติหรือข้าหลวงที่ฝักใฝ่ตน แรงศรัทธาที่ลดลงของประชาชนสั่นคลอนความมั่นคงของกษัตริย์เนปาล แรงกดดันที่กษัตริย์กระทำต่อประชาชนและตัวแทนส่งผลร้ายในการเลือกตั้งที่ทำให้ฝ่ายค้านซึ่งมีนโยบายยกเลิกระบบกษัตริย์ได้ชัยชนะอย่างงดงาม ดังนั้น แนวคิดที่อดีตกษัตริย์เนปาลจักยึดครองอำนาจดั้งเดิมไว้ โดยไม่มองข้อเท็จจริงที่ว่า ชาวเนปาลเปลี่ยนไปจาก 300 หรือ 400 ปีก่อนที่ไร้การศึกษา ไม่รู้จักโลกภายนอก สัญชาตญาณของมนุษย์ที่ชอบอิสระเสรีภาพ จึงต้องเกิดการสูญสลายอำนาจของบรรพชนอันเนื่องจากการไม่ปรับตัวเข้ากับยุคสมัยเหมือนเช่นที่อังกฤษหรือประเทศทางยุโรปที่ยังมีประมุขเป็นกษัตริย์อย่างสง่างามได้ แต่เนปาลกลับสูญสลายในพริบตาเพียงเพราะความหวงแหนและยึดติดกับอำนาจ ลืมเลือนการเคลื่อนไหวของเวลาตามธรรมชาติ ละเว้นความจริงที่มนุษย์ชื่นชอบเสรีภาพ มิใช่การกักขังหรือบีบคั้นให้ยอมรับความเป็นไพร่อย่างไม่เป็นธรรม ตัวอย่างของประเทศที่เดินคู่ไปกับกาลเวลาซึ่งเห็นได้ในยุคใหม่นี้ คือ ภูฏาน ประเทศเล็กในหุบเขาอันหนาวเย็นซึ่งปกครองด้วยระบบกษัตริย์นานหลายร้อยปีเช่นเดียวกับเนปาล แต่กษัตริย์มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและไม่คิดฝืนหรือเป็นศัตรูกับกาลเวลา พระองค์ตระหนักดีว่าความศรัทธาต่อผู้ปกครองเป็นเรื่องสำคัญ มิใช่การรักษาอำนาจทั้งหมดไว้ แต่ต้องรู้จักแบ่งปันมันให้แก่ประชาชนของพระองค์ให้รู้จักดูแลตัวเองและบ้านเมือง เฉกเช่นเดียวกับพ่อสอนให้ลูกรู้วิธีตกปลา มิใช่ป้อนปลาใส่ปากของลูก สิ่งแวดล้อมรอบบ้านเมืองของพระองค์และอินเตอร์เนตทำให้ตระหนักแก่ใจดีว่า มิอาจปิดกั้นการรับรู้โลกภายนอกของชาวภูฏานอีกต่อไป พระองค์เลือกที่จะเดินเคียงข้างกับกาลเวลาด้วยการปรับระบอบเดิมไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่เหมาะสมกับบ้านเมืองโดยกษัตริย์และประชาชนอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเดียวกันซึ่งเชื่อว่าจะส่งเสริมประเทศให้ก้าวหน้าและประชาชนมีการศึกษาสูงขึ้น อันเป็นการสร้างความเข้มแข็งแก่สถาบันกษัตริย์ของภูฏานอย่างชาญฉลาดยิ่ง การฝืนเวลา ดึงอดีตกลับคืนมากลับเป็นการทำลายล้างศรัทธาประชาชนต่อผู้ปกครองบ้านเมืองสูงสุดเพราะประชาชนจักเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัว มิใช่เพื่อส่วนรวมหรือเพื่อประชาชน เราจักเห็นผลลัพธ์ของการเดินฝืนหรือเดินเคียงคู่กับกาลเวลาที่ประเทศต่างๆดังได้กล่าวข้างต้นเผยให้เห็นต่อประชาชนโลกแล้วว่า ได้รับคุณประโยชน์หรือโทษทัณฑ์หนักหนาสาหัสเพียงใด ดังนั้นความต้องการย้อนคืนเวลาและอำนาจกลับไปสู่ยุคอดีต คนไทยต้องกลับไปขี่เกวียน นั่งรถลาก ต้องเคารพเชื่อฟังผู้ปกครองแบบอำมาตยาธิปไตย ยอมตนเป็นไพร่ตามคำเรียกขานของผู้ปกครอง เป็นสิ่งที่ม็อบโกเต๊กซ์ มือที่มองไม่เห็น และผู้สนับสนุนการเงิน เร่งรัดเอาชนะพวกประชาธิปไตยที่อำนาจปกครองต้องมาจากปวงชนชาวไทยโดยเร็วที่สุดด้วยเชื่อว่า ถ้าชนะได้ ก็จะครองอำนาจโดยเหล่าเสนาอำมาตย์และเรียกคืนความรุ่งเรืองของราชาธิปไตยกลับมาให้เห็นได้ในยุคไซเบอร์เป็นชาติแรกของโลก พวกเขาพยายามลืมว่า กฎธรรมชาติของเวลา คือ พัฒนาการ วิวัฒนาการ ที่ไม่มีวันเดินย้อนหลังได้ คนใดที่ฝืนธรรมชาติข้อนี้ต้องจมอยู่กับภาพอดีตที่จับต้องไม่ได้ไปจนลมหายใจสุดท้าย นอกจากนั้น ระบอบประชาธิปไตยยังมีเพื่อนที่แข็งแกร่งจากชาติตะวันตกซึ่งคอยสนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยของคนไทย จึงมิใช่เรื่องง่ายที่กลุ่มนิยมราชาจักหวนกลับมามีอำนาจดังอดีตได้สมบูรณ์ แม้จะสร้างหุ่นเชิดทางการเมืองไว้เพื่อเขียนป้ายว่า ยังเป็นระบอบประชาธิปไตย แต่มิอาจตบตาประเทศต้นฉบับประชาธิปไตยได้ ดังเหตุที่เกิดขึ้นในการยึดสนามบินของม็อบโกเต๊กซ์ที่ต้องหอบผ้าหนีออกไปทันทีเมื่อยูเอ็นประกาศเตือนจะจัดการม็อบนี้ในฐานะผู้ก่อการร้ายสากลตามสนธิสัญญาที่ไทยลงนามไว้แล้วพร้อมกับยึดทรัพย์ผู้สนับสนุนการเงินที่ฝากไว้ในต่างประเทศโดยระบุว่าทราบรายชื่อทุกคนแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงว่าคนไทยฝ่ายประชาธิปไตยที่หวงแหนสิทธิเสรีภาพ มิต้องการให้คนใดมาใช้สิ่งนั้นแทนคนไทย ยังมีเพื่อนสัญชาติประชาธิปไตยอยู่ทั่วโลก อันแตกต่างจากยุคก่อนปีพ.ศ.2475 ที่ไทยอยู่โดดเดี่ยว ไม่รู้จักเพื่อนรอบบ้าน โดยเชื่อว่า เมืองไทยเป็นหนึ่งชาติเท่านั้นในโลก ขอให้เดินเคียงคู่เป็นเพื่อนกับเวลา ดีกว่าลบทิ้งปัจจุบันเพื่อกลับไปใช้ประวัติศาสตร์ที่ฝืนกฎธรรมชาติของโลก ฝ่ายที่ต้องสูญสลาย คือ ผู้แพ้ต่อกาลเวลานั่นเอง ไม่มีผู้ใดชนะเวลา ทำได้เพียงเดินเคียงคู่กับกาลสมัยเท่านั้น จึงยืนหยัดและรักษาศรัทธาของประชาชนต่อผู้ปกครองไว้ได้อย่างเหนียวแน่นและมั่นคง นั่นคือ ประมุขหรือผู้ปกครองที่ชาญฉลาด ประเทศไทย ณ เวลาหลังการปฏิวัติภายใต้การอุปถัมภ์ของกลุ่มอนุรักษ์นิยมสุดโต่งที่สืบทอดมาจากบรรพชนทั้งพวกปัญญาชนหลงใหลอำนาจดั้งเดิมและผู้มีสกุลรุนชาติสูงส่งที่หวั่นเกรงต่อสถิติประชาชนที่มีการศึกษาสูงขึ้นจากนโยบายของรัฐบาลในรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2540 ซึ่งพวกเขาคาดว่าน่าจะลดทอนความเชื่อฟังต่อชนชั้นดังกล่าวลงในวันข้างหน้า จึงสร้างรัฐธรรมนูญใหม่ที่ลดทอนสิทธิเสรีภาพในการเลือกตั้งตัวแทนปวงชนชาวไทยตามหลักประชาธิปไตยที่รัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2540 มอบให้คนไทยได้เลือกวุฒิสมาชิกและสมาชิกสภาผู้แทนฯอย่างสมบูรณ์เป็นครั้งแรกของไทย แต่หลังปฏิวัติสิทธิเสรีภาพดังกล่าวถูกยึดกลับไปให้คนกลุ่มหนึ่งไม่ถึง 10 คน เลือกวุฒิสมาชิกมากกว่าครึ่งเรียกว่า วุฒิสมาชิกแต่งตั้ง แล้วอ้างสวมสิทธิเป็นตัวแทนปวงชน ทั้งที่คนไทยไม่เคยรู้จักหรือรับรู้กระบวนการคัดเลือกคนกลุ่มนั้นเลย ตอนนี้ม็อบโกเต๊กซ์และพรรคฝ่ายค้านรวมตัวกันผลักดันแนวคิดยึดสิทธิเสรีภาพของคนไทยโดยมิให้เลือกส.ส.ด้วยข้ออ้างว่า คนไทยยังเป็นไพร่ต่ำศักดิ์ที่ไม่ควรมีสิทธิเลือกตั้งหรือปกครองบ้านเมือง แต่ควรให้ผู้มีอำนาจศักดิ์ศรีสูงส่งจากบรรพชนและผู้สนับสนุนที่มีเงินทองมากทำหน้าที่แทนคนไทย ถ้าคนไทยไม่หวงแหนปกป้องสิทธิเสรีภาพที่คณะราษฎร์ต่อสู้เพื่อให้ประเทศไทยมีการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยรัฐสภาด้วยความเหนื่อยยากและอันตรายยิ่ง แต่กลับมอบคืนให้กลุ่มคนที่หลงยุคด้วยการนิ่งเฉยหรือไม่ต่อต้านหรือขัดแย้งใดๆ เท่ากับทรยศต่อบรรพชนและยอมรับสถานภาพความเป็นไพร่ที่กลุ่มอนุรักษ์นิยมยัดเยียดให้ทั้งที่ปู่ย่าตาทวดของคนไทยในวันที่ได้รับสิทธิเสรีภาพจากคณะราษฎร์ล้วนยินดีและสาบานว่าจะรักษาอำนาจของปวงชนชาวไทยไว้อย่างเหนียวแน่นและมั่นคง ลูกหลานของคนไทยในวันนั้นจึงควรยืนหยัดปกป้องสิทธิเสรีภาพของตนไว้และเดินเคียงคู่กับกาลเวลาที่การเมืองต้องพัฒนาให้ประชาธิปไตยเข้มแข็ง มิใช่กดมันให้ตกต่ำด้วยการยอมรับความเป็นไพร่ที่คนหลงยุคยัดเยียดใส่จิตสำนึกของคนไทย การศึกษาของคนไทยวันนี้ย่อมรู้ดีว่า ประชาธิปไตยดีหรือเลวกว่าเผด็จการหรือราชาธิปไตยหรืออำมาตยาธิปไตยเพียงไร คำตอบอยู่ในใจของคนไทยผู้มีปัญญาและมิใช่ไพร่อีกต่อไปแล้ว สิ่งที่ต้องเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ คือ ไม่มีผู้ใดเอาชนะกาลเวลาได้สักคน แม้จะมีศักดิ์สูงเหนือหล้า นั่งเก้าอี้ทองคำ ยึดครองสมบัติล้ำค่าของโลก ก็ต้องพ่ายแพ้ต่อเวลาเพราะเวลาเดินหน้าเสมอ ไม่เคยย้อนหลัง หากคนคนหนึ่งหมุนเข็มนาฬิกาย้อนหลัง แต่ความจริงที่ต้องยอมรับ คือ เวลายังเดินหน้าต่อไป เจ้าของมือหมุนเข็มยังไม่อาจหยุดยั้งเวลาได้อย่างแท้จริง ทำได้เพียงหลอกคนเบื้องหน้าเท่านั้น ดังนั้น เวลา พัฒนาการ และ ความตาย คือ ผู้ชนะตลอดกาลที่ไม่มีใครปฏิเสธความมีอยู่หรือกำจัดมันไปจากโลกใบนี้ได้ แม้สังขารของเขาสูญสลาย แต่เวลายังคงเดินหน้าต่อไป
********************** 12/11/2008 ภัยซ่อนในลมหนาวภัยซ่อนในลมหนาว
เขียนโดย มณีอักษร
เราเรียนรู้กันว่าประเทศไทยมี 3 ฤดูกาล คือ ฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว แต่สภาวะแวดล้อมของโลกเปลี่ยนแปลงไปเมื่อมนุษย์ใช้ธรรมชาติเพื่อความสุขของตนมากเกินไป ทำให้ฤดูกาลในไทยรวนเรพอควร จักสังเกตเห็นว่าอากาศร้อนจัดขึ้นแทบทุกปี ฝนตกหนักน้อยวันจนหลายเขื่อนมีน้ำน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ ความหนาวเย็นมีน้อยวันลง ผู้เฒ่าหลายท่านสัมผัสความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ชัดเจน เมื่อเอ่ยถึงความหนาวในไทยหลายท่านคงนึกถึงการท่องเที่ยวล่าหาลมหนาวตามดอยหรือภูเขาต่างๆ และทุกปีจะมีข่าวชิ้นหนึ่งเกิดขึ้น คือ นักท่องเที่ยวตายอยู่ในเต็นท์ทั้งครอบครัว ความตายเกิดขึ้นตามมากับลมหนาวและการท่องเที่ยวของคนไทยซึ่งขาดความรู้เพียงพอ จึงอยากบอกให้ทราบว่า การนอนตายในเต็นท์ของนักท่องเที่ยวหลายครั้งที่มิใช่มาจากเหตุสุขภาพส่วนตัว มักเกิดจากการนำเตาแก๊สไปไว้ในเต็นท์เพื่อสร้างความอบอุ่นแก่สมาชิกครอบครัว อันเป็นการกระทำแสนอันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากเตาแก๊สเผาไหม้แล้วสร้างก๊าซคาร์บอนมอนนอคไซด์หรือไอเสียจากรถยนต์แล้วลอยอบอวลในสถานที่แคบคือ เต็นท์ มนุษย์สูดอากาศเสียนี้เข้าไปแทนที่อ็อกซิเจนในร่างกายก็จะไม่รู้สึกตัวและตายในที่สุด หรือที่เรียกกันว่า หลับตาย หลายคนคงเคยได้ยินข่าวคนตายในรถที่เปิดแอร์ทิ้งไว้ มันเกิดจากก๊าซคาร์บอนมอนนอคไซด์เล็ดรอดเข้าไปในรถที่เปิดแอร์โดยรถไม่เคลื่อนที่ อันมีสภาพเช่นเดียวกับการเอาเตาแก๊สวางไว้ในที่ปิดหรือเต็นท์ นอกจากนั้น ควรเผยแพร่ความรู้และอันตรายของการนำกองไฟเข้าไปในบ้านซึ่งทำให้คนตายได้เช่นเดียวกับการนำเตาแก๊สไว้ในเต็นท์ ชาวบ้านบางคนไม่ทราบอันตรายนี้ หน่วยราชการในพื้นที่ต่างๆควรให้ความรู้แก่ชาวบ้านเพื่อปกป้องชีวิตตนและครอบครัวไว้ ดังนั้น เพื่อให้การท่องเที่ยวสนุกสนาน ปราศจากการสูญเสียชีวิต จึงควรเผยแพร่เตือนใจนักท่องเที่ยวให้ระวังการใช้เตาแก๊สสร้างไฟให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายในสถานที่ปิดหรือในเต็นท์ จึงควรห้ามนำเข้าไปในเต็นท์อย่างเด็ดขาด หากต้องการให้ความอบอุ่นก็ต้องวางไว้หน้าเต็นท์เท่านั้น แล้วเปลี่ยนไปใช้ผ้าห่มหนากับเสื้อหนาวเพื่อรักษาชีวิตและสุขภาพของนักท่องเที่ยว การป้องกันภัยหนาวราคาถูกอีกอย่างหนึ่ง คือ การใช้ผ้าพันคอสร้างความอบอุ่นให้ลำคอและหน้าอกเป็นหลัก นอกเหนือจากใช้กองไฟหรือเสื้อหนาวแล้ว ลำคอและหน้าอกเป็นตำแหน่งที่อวัยวะสำคัญตั้งอยู่ เช่น หัวใจ ปอด เส้นเลือดสำคัญ สมอง เป็นต้น การปกป้องลำคอและหน้าอกเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากเป็นเส้นทางนำเชื้อโรคไปสู่อวัยวะสำคัญได้และทำลายความเข้มแข็งของร่างกายอย่างง่ายดายด้วยความหนาวเย็น ดังนั้น แม้ไม่มีเสื้อหนาว ขอเพียงใช้ผ้าพันคอสร้างความอุ่นให้แก่ลำคอและหน้าอก เมื่อร่างกายอบอุ่น การทำงานของอวัยวะต่างๆจักสมดุลย์และเป็นปกติเท่ากับร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์
****************************** 12/4/2008 กฎหมู่และกฎหมายผนึกกำลังเป็นคณะปฏิวัติปฏิวัติด้วยกฎหมู่และกฎหมาย
เขียนโดย ลูกแก้ว
การปฏิวัติเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2549 คณะปฏิวัติแต่งตั้งรัฐบาลและสภานิติบัญญัติเพื่อใช้อำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ และ ร่างรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหลายฉบับ ด้วยเวลาแค่หนึ่งปีสามารถออกกฎหมายสารพัดชนิดมากกว่า 300 ฉบับ บางเดือนออกกฎหมายได้ถึง 40 ฉบับ ซึ่งถือเป็นการทำงานที่รวดเร็วอย่างมาก ต่อมาหลายฉบับถูกยกเลิกเพราะศาลเห็นว่าองค์ประชุมสภาไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนดไว้จึงนำไปใช้บังคับกับประชาชนไม่ได้ นอกจากนั้น ยังปลดเจ้าหน้าที่ในองค์กรอิสระซึ่งเกี่ยวพันกับการเมืองแล้วแต่งตั้งพรรคพวกของตนเข้าไปดำรงตำแหน่งต่างๆโดยยกเลิกกฎหมายขององค์กรนั้นแล้วเขียนใหม่ บ้างก็ยกเว้นบางมาตราในกฎหมายเพื่อแต่งตั้งคนของคณะปฏิวัติเข้าไปควบคุมบัญชางาน แต่ยังรักษาอำนาจและหน้าที่ขององค์กรนั้นไว้ จึงเกิดลักษณะลักลั่นในบางองค์กรขึ้น หลังจากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของคณะปฏิวัติใช้บังคับแล้ว บางองค์กรจึงมีคำถามจากคนไทยว่า พวกเขาดำรงตำแหน่งอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ โดยเฉพาะในองค์กรที่มีการยกเว้นบางมาตราแต่ไม่ครอบคลุมให้ครบทุกขั้นตอนของการเข้าดำรงตำแหน่งนั้น เช่น ไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯทั้งที่กำหนดให้นับเวลาดำรงตำแหน่งจากวันที่ได้รับโปรดเกล้าฯ มีคุณสมบัติบกพร่องไม่เป็นไปตามกฎหมาย เป็นต้น ซึ่งอาจส่งผลให้ตำแหน่งนั้นไม่สมบูรณ์และไร้อำนาจตามหลักนิติธรรมและหลักกฎหมาย ยิ่งกว่านั้นคณะปฏิวัติยังมีความหวาดกลัวสมาชิกรัฐบาลเดิมที่ถูกโค่นล้มไปแล้วว่าอาจกลับคืนอำนาจอีกจากการเลือกตั้ง ขณะที่ผลการปฏิวัติของตนสร้างความเสียหายอย่างหนักทางเศรษฐกิจแก่ชาติเมื่อประเทศทางตะวันตกและชาติเอเชียไม่ติดต่อเจรจาทางการค้าหรือหยุดสัมพันธไมตรีไว้ชั่วคราวจนกว่าจะมีการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น ทำให้รัฐบาลของคณะปฏิวัติต้องเสียหน้าและไร้เกียรติอย่างมากในสังคมโลก การค้าขายทำได้อย่างแคบ จึงเป็นบทเรียนให้พวกเขาเห็นว่า การนำทหารหรืออาวุธมาแสดงตามท้องถนนหรือยึดสถานที่ราชการหรือทำเนียบ ส่งผลร้ายแก่ตนเองมากกว่าเกียรติยศที่อดีตคณะปฏิวัติเคยได้รับ เมื่อความกลัวอดีตรัฐบาลคืนอำนาจได้กับเกียรติยศที่ตกต่ำจากการเป็นคณะปฏิวัติทำให้พวกเขากับนักกฎหมายกลุ่มหนึ่งที่ฝักใฝ่เผด็จการจึงคิดแผนการหนึ่งขึ้น คือ เมื่อชาติตะวันตกชอบพูดว่า ต้องเคารพกฎหมาย ต้องมีรัฐธรรมนูญ บังคับให้ทุกคนต้องเชื่อฟังกฎหมาย จึงต้องสร้างกฎหมายให้เป็นอาวุธดับชีพฝ่ายตรงข้ามหรือใช้ผลักดันพรรคพวกของตน เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า กฎหมายปิดปากคนไทยและต่างชาติ โดยใช้กฎหมายทำปฏิวัติล้มล้างรัฐบาลแทนอาวุธ คณะปฏิวัติเขียนรัฐธรรมนูญที่ลดทอนอำนาจรัฐบาลให้น้อยลง แบ่งแยกวุฒิสภาให้มีการแต่งตั้งมากกว่าการเลือกตั้ง แม้จุดมุ่งหมายให้เลือกผู้แทนน้อยลงจะทำไม่ได้เพราะถูกนักวิชาการบางคนขัดขวางไว้ แต่เป็นเป้าหมายหลักในวันหน้าในการมิให้เลือกตั้งผู้แทนเด็ดขาดด้วยความเชื่อฝังใจว่า ชาวบ้านเป็นไพร่ต่ำต้อย ไร้การศึกษา จึงไม่ควรมีสิทธิเลือกตั้งผู้แทน แต่ควรให้ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองจัดหาผู้แทนฝ่ายเดียว เนื่องจากการเลือกตั้งโดยประชาชนทั้งประเทศเป็นเรื่องไม่แน่นอน ดังที่เกิดขึ้นในการทำประชามติกับรัฐธรรมนูญปีพ.ศ. 2550 ซึ่งรัฐบาลพยายามหลอกล่อให้คนไทยยอมรับรัฐธรรมนูญ แต่คะแนนเสียงที่ชนะนั้นบอกได้ชัดว่า คนไทยส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นในรัฐธรรมนูญฉบับเดิมและรัฐบาลเดิมอย่างมาก แผนต่อไปจึงต้องเร่งมือก่อนหมดอายุรัฐบาลเผด็จการ คือ การออกกฎหมายที่จะเป็นอาวุธทำปฏิวัติซึ่งชาติตะวันตกก็มิอาจเรียกได้เต็มปากว่า ประเทศไทยกำลังถูกปฏิวัติโดยคนกลุ่มหนึ่งอยู่ ด้วยความเชื่อว่าชาติตะวันตกจะยอมรับได้มากขึ้น ถ้าการปฏิวัติกระทำโดยผู้ใช้กฎหมายหรือที่เรียกกันว่าองค์กรอิสระที่มีอำนาจเยี่ยงเดียวกับตุลาการ และ ใช้อำนาจตุลาการ เป็นผู้นำกฎหมายที่พวกปฏิวัติเขียนไว้ไปใช้กับฝ่ายตรงข้ามหรือพวกไม่สวามิภักดิ์กับตน นอกจากการเขียนกฎหมายรองรับการปฏิวัติแล้ว พวกเขายังแต่งตั้งบุคลากรไปดำรงตำแหน่งในองค์กรที่ใช้กฎหมายดังกล่าวด้วยเพื่อใช้เร่งเวลาปฏิวัติได้ดังใจนึก ตัวอย่างที่เห็นชัด คือ องค์กรป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือปปช. ซึ่งมีการแต่งตั้งคนเข้าไปโดยไม่ได้เขียนกฎหมายใหม่ แต่ยกเว้นบางมาตราเกี่ยวกับการแต่งตั้งคนไว้ โดยลืมยกเว้นมาตราที่ระบุให้ทุกคนต้องได้รับการโปรดเกล้าฯด้วย จึงทำให้เกิดข้อกังขาขึ้นว่า เมื่อไม่ทำให้ครบทุกข้อ ย่อมทำให้เกิดความไม่สมบูรณ์เท่ากับไม่เคยมีคนๆนั้นในองค์กรมาก่อนตามหลักนิติธรรมซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกกับแนวคิดดังกล่าว การยกเว้นหมายถึง มาตราที่ระบุไว้จะไม่นำมาใช้ แต่มาตราที่เหลือยังคงใช้ได้สมบูรณ์เหมือนเดิม มันเป็นหลักคิดพื้นฐานของนักกฎหมาย ส่วนตุลาการรัฐธรรมนูญ เป็นหน่วยงานอิสระ มิใช่อำนาจตุลาการแท้จริง ถือกำเนิดจากอำนาจบริหารจึงประกอบไปด้วย คนที่เกษียณอายุ ไม่สังกัดการเมือง ไม่ใช่ข้าราชการ แต่มีคุณสมบัติและความรู้ตามที่กฎหมายนั้นกำหนดไว้ การร่างรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบหลายฉบับเน้นการทำลายความเข้มแข็งของพรรคการเมือง การยุบพรรคด้วยเงื่อนไขง่ายๆหรือตั้งข้อสันนิษฐานแบบตีเหมา การใช้กฎหมายย้อนหลังไปลงโทษสมาชิกพรรคตามใจชอบ หลายอย่างเขียนขึ้นโดยไม่คำนึงถึงหลักนิติธรรม หลักกฎหมายสากล จนกลายเป็นข้อกังขาของนักกฎหมายระหว่างประเทศว่า นักกฎหมายไทยที่ร่างมันกำลังนำประเทศไปสู่การปกครองเผด็จการและไม่เข้าใจหรือแกล้งลืมหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง ทั้งที่หลายคนจบการศึกษาจากประเทศตะวันตกที่เป็นแม่แบบประชาธิปไตย การเขียนกฎหมายคือคำชี้แจงเจตนารมณ์โดยไม่ต้องพูดแก้ตัวใดๆ เมื่อกฎหมายกับผู้ใช้กฎหมายกำเนิดจากคณะปฏิวัติ จึงเป็นการรวมตัวที่สมบูรณ์ของคณะปฏิวัติรูปแบบใหม่ที่ใช้กฎหมายเป็นอาวุธและชาติตะวันตกที่นิยมประชาธิปไตยภายใต้กฎหมายต้องขบคิดหนักเมื่อพวกเขาใช้กฎหมายเหล่านั้นในไทยเพื่อล้มล้างรัฐบาลเลือกตั้งจากประชาชน มิใช่อาวุธที่เห็นหรือสัมผัสได้ ด้วยคิดว่าประเทศเหล่านั้นคงตามแผนนี้ไม่ทันหรือโง่กว่าคณะปฏิวัติ ทั้งที่คนไทยส่วนใหญ่มองเห็นแผนการนี้มานานแล้ว แต่ต้องรอให้ผู้แทนเลือกตั้งเข้าไปทำงานในสภาก่อนจึงแก้ไขเรื่องนี้ได้ คณะปฏิวัติทราบดีว่าจะต้องถูกต่อต้านและแก้ไขกฎหมายเหล่านั้น แต่พรรคที่พวกเขาสนับสนุนก็มีเสียงน้อยมาก จึงต้องใช้วิธีการนอกระบบด้วยการสร้างม็อบมาก่อกวนการทำงานของรัฐบาลเป็นระยะเพื่อมิให้สมาชิกสภารวมใจกันแก้ไขกฎหมายได้ นอกจากนั้นยังสั่งให้สมาชิกวุฒิฯชนิดแต่งตั้งก่อกวนหรือจ้องทำลายรัฐบาลเป็นระยะ แผนนี้ทำให้รัฐบาลต้องหยุดยั้งการแก้กฎหมายหลายครั้ง การใส่ร้ายป้ายสีรัฐบาลโดยพรรคฝ่ายค้านกระทำอย่างต่อเนื่องในหลายองค์กรอิสระซึ่งทำงานพร้อมเพรียงกันโดยใช้กฎหมายและการแต่งตั้งคนจากคณะปฏิวัติล้อมกรอบรัฐบาล ในที่สุดบางหน่วยงานก็ทำงานเข้าถึงเป้าหมายไปก่อน สังเกตได้ว่า ปปช.มีสำนวนคดีค้างมากมาย แต่ช่วงหนึ่งปีที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้บังคับและพรรครัฐบาลมิใช่พวกของคณะปฏิวัติ ปปช.ไม่เคยทำงานคั่งค้างที่สร้างความเสียหายแก่ชาตินับหมื่นล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับพรรคฝ่ายค้านที่คณะปฏิวัติสนับสนุนอยู่เบื้องหลังให้คืบหน้าหรือสำเร็จสักคดี แต่เร่งรัดทำคดีที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลซึ่งร้องเรียนมาจากฝ่ายของตนเป็นหลักและทำงานเสร็จเร็ว คณะปฏิวัติคาดเดาผลเลือกตั้งไว้ล่วงหน้าจากการทำประชามติเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับปฏิวัติได้ว่า สมาชิกพรรครัฐบาลเดิมยังเป็นที่นิยมของคนไทยส่วนใหญ่ แผนลับจึงต้องจัดเตรียมอย่างเร่งร้อนและรัดกุมเพื่อกำจัดตัวแทนประชาชนที่มิได้มาจากฝ่ายของตนไม่ให้ตั้งรัฐบาลหรือให้รัฐบาลมีอายุสั้นที่สุด จากนั้นก็เปิดทางไปสู่อำนาจให้พรรคพวกของตนอีกครั้ง มือที่มองไม่เห็นซึ่งบงการคณะปฏิวัติมาตั้งแต่ต้นได้ร่วมกันวางแผนทำลายความมั่นคงแห่งรัฐบาล สร้างความเสียหายแก่บ้านเมืองเพื่อหวังใช้คนไทยที่เดือดร้อนเป็นเครื่องมือบีบคั้นรัฐบาล ตีความกฎหมายโดยยกเว้นหลักนิติธรรมซึ่งเป็นหัวใจหลักของกฎหมายเพื่อเอาโทษกับสมาชิกรัฐบาลทุกคนที่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขณะที่ฝ่ายค้านซึ่งถูกพิจารณาความผิดจะได้รับการช่วยเหลือจากผู้ใช้กฎหมายและคนในองค์กรอิสระปัดเป่าความผิดทั้งมวลจนจางหายไปแม้จะทำความผิดชัดเจนเพียงใดก็ตามดุลพินิจของผู้ตัดสินซึ่งกฎหมายให้อำนาจไว้เป็นเครื่องมือสำคัญเยี่ยงเดียวกับปืนหรือรถถังของทหารเพื่อทำการปฏิวัติล้มล้างรัฐบาลของประชาชน เราจักสังเกตได้ว่า การกำจัดศัตรูทางการเมืองของคณะปฏิวัติตั้งแต่เริ่มตั้งรัฐบาลใหม่เกือบหนึ่งปีมาแล้ว จะเป็นการใช้กฎหมายที่คณะปฏิวัติเขียนขึ้นด้วยจุดประสงค์พิเศษเฉพาะกิจที่มุ่งเล่นงานนักการเมืองโดยอ้างว่าต้องการกำจัดคนชั่วโดยอาศัยเล่นคำในกฎหมาย เช่น ปล่อยปะละเลย ลูกจ้าง วิชาชีพอิสระ เป็นต้น ไม่คำนึงถึงเจตนาหรือข้อเท็จจริงที่วิญญูชนพึงกระทำต่อกันได้หรือขอบเขตของวิญญูชน ทั้งที่การลงโทษที่รุนแรงเยี่ยงเดียวกับการประหารชีวิตควรมีการตีความเคร่งครัดและต้องให้ความเป็นธรรมมากพิเศษ เพราะฆ่าคนผิด ถือเป็นบาปมหันต์ที่อภัยไม่ได้ในทางธรรมและทางกฎหมายหากขาดความระมัดระวังของผู้ตัดสินคดี การให้โอกาสพิสูจน์ข้อเท็จจริงหรือการไตร่ตรองคดีจึงเป็นเรื่องสำคัญต่อความยุติธรรมอย่างมาก แต่กลับไม่ถูกนำมาใช้ในการวินิจฉัยคดีของนักการเมืองเป้าหมาย อันแสดงถึงการมีสองมาตรฐานในการพิจารณาคดีทางการเมืองในไทยโดยไม่ละอายต่อสายตาชาวโลกแล้วใช้คำว่า ดุลพินิจ เป็นโล่กำบังกายและเจตนารมณ์แท้จริงไว้ แผนกฎหมู่สร้างม็อบรบกวนการทำงานและทำลายภาพพจน์รัฐบาลที่ยังไม่เคยลงมือทำงานจริงจังนับแต่การเลือกตั้งผ่านพ้นไปไม่ถึงปี แผนกฎหมายคอยตามล่าล้าง ปลด นักการเมืองรัฐบาลทีละคน ค่อนข้างให้ผลล่าช้า ระยะหลังสมุนคณะปฏิวัติหันไปจ้องเล่นงานแกนนำรัฐบาลด้วยการหาสารพัดข้ออ้างจริงบ้าง เท็จบ้าง เข้าไปอยู่ในมือขององค์กรอิสระที่มีหน้าที่ตรวจสอบพฤติกรรม ด้วยหวังให้พวกของตนในองค์กรควานหาหรือมองเห็นสักอย่างในการใช้อ้างประกอบกฎหมายสร้างความน่าเชื่อถือแล้วปลดหรือยุติการทำงานของสมาชิกรัฐบาลทีละคน แล้วส่งไปให้ศาลเฉพาะกิจพิจารณาตัดสินคดี เพราะทุกครั้งที่มีการชี้มูลความผิด ไม่ว่าจะจริงหรือเท็จ จะต้องยุติการทำงานของนักการเมืองได้ก่อน เท่ากับฉุดรั้งการทำงานของรัฐบาล มันเป็นผลจากกฎหมายที่คณะปฏิวัติตั้งใจเขียนไว้ การรุมสกรัมรัฐบาลที่มีมาต่อเนื่องจากแผนการเลวร้ายที่คณะปฏิวัติซึ่งแม้จะสิ้นอายุขัยไปอย่างไม่เต็มใจยังดำเนินอยู่ต่อเนื่อง สมุนก็ทำงานเสาะหาเรื่องไปเสนอองค์กรที่พวกตนคุมอยู่ตลอดเวลา รัฐบาลจึงทำงานเหนื่อยยากยิ่ง แม้แต่ฝ่ายตุลาการที่ควรเป็นที่พึ่งด้านความยุติธรรม ก็ถูกบงการให้ช่วยเหลือสมุนคณะปฏิวัติโดยใช้กฎหมายและดุลพินิจเอื้อเฟื้อ ปลดปล่อยให้ม็อบโกเต๊กซ์ที่ผู้บงการคณะปฏิวัติหนุนหลังมาตลอดหรือฝ่ายค้านทำละเมิดกฎหมายทั้งบุกรุกสถานที่ราชการ กระทำกบฏ หมิ่นประมาทบุคคลหรือสถาบันกษัตริย์ ก็ถูกปัดเป่าข้อหาเหล่านั้นหายไปกับสายลม ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลหรือผู้สนับสนุนระบอบประชาธิปไตยถูกฟ้องด้วยข้อกล่าวหายอดฮิต คือ หมิ่นสถาบัน เป็นประจำแทบทุกวัน เจ้าหน้าที่บ้านเมืองและฝ่ายตุลาการดำเนินคดีและตัดสินลงโทษอย่างรวดเร็ว หลายคนถูกใส่ร้ายป้ายสีถูกจำคุกด้วยสาเหตุเพียงแค่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับม็อบโกเต๊กซ์ รัฐธรรมนูญไทยกำหนดให้สามอำนาจปกครองบ้านเมืองให้มีระเบียบเรียบร้อย สร้างความสงบสุขแก่ปวงชนชาวไทย องค์กรอิสระที่กำหนดขึ้นมาจึงแยกสาขามาจากอำนาจทั้งสาม แต่มิใช่อำนาจทั้งสาม ดังนั้น ที่มาของผู้นำองค์กรอิสระจึงมักมีคุณสมบัติที่ต้องไม่ใช่นักการเมือง ข้าราชการ นักวิชาการมีสังกัด เป็นหลัก ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรอิสระหนึ่งที่แยกสาขามาจากอำนาจบริหารเพื่อควบคุมการใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร ถือว่าอยู่ภายใต้สายตาและการดูแลของคนไทย แม้จะทำงานด้านตัดสินชี้ขาดคดีทางการเมือง แต่องค์กรนี้ยังมีหน้าที่พิเศษ คือ ตีความบทมาตราหรือข้อความในรัฐธรรมนูญให้กับฝ่ายการเมืองด้วย กฎหมายของศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่มีบทห้ามในการวิจารณ์คำวินิจฉัยเยี่ยงเดียวกับที่กำหนดห้ามในประมวลกฎหมายอาญาที่ใช้บังคับกับศาลทั่วไป ศาลรัฐธรรมนูญจึงมิใช่อำนาจตุลาการ แค่ใช้ชื่อให้ฟังดูคล้ายกับเป็นอำนาจนั้น ส่วนคุณสมบัติผู้นำองค์กรก็มีแบ่งกันระหว่างนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ซึ่งแตกต่างจากอำนาจตุลาการที่ต้องมีเฉพาะนักนิติศาสตร์เท่านั้น เนื่องจากศาสตร์การปกครองบ้านเมืองด้วยรัฐธรรมนูญต้องประกอบด้วยความรู้ทางรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์จึงจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นและความเคร่งครัดที่สมดุลย์ อันแตกต่างจากการอยู่ในอำนาจตุลาการที่ต้องรักษาตัวบทกฎหมายให้เคร่งครัดเพื่อความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง การวินิจฉัยข้อพิพาทคดีจึงไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิง การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบันซึ่งเป็นนักนิติศาสตร์ทั้งเก้าคน แม้บางคนจะอ้างว่ามาจากโควต้ารัฐศาสตร์ แต่ก็เป็นนักนิติศาสตร์อิสระนั่นเอง จึงสังเกตเห็นการใช้ดุลพินิจแข็งกร้าว ไม่อยู่ในขอบเขตเยี่ยงวิญญูชนพึงปฏิบัติหรือเข้ากับสถานการณ์บ้านเมืองและลดเลี้ยวลัดเลาะปรับข้อเท็จจริงให้เข้ากับข้อกฎหมายได้อย่างแนบเนียน แม้บางครั้งจะฟังแปร่งหูไป ก็ถือว่าทำงานได้ดีเยี่ยมสมกับการลงทุนของคณะปฏิวัติและหลายคนก็เกษียณจากหน่วยงานตุลาการเดิมซึ่งแสดงตนว่า ยังทำงานโดยละเว้นหลักนิติธรรมได้ไม่ยากเหมือนตอนทำงานเป็นตุลาการขนานแท้ หลายคดีที่ตัดสินผ่านพ้นไปและเป็นที่ยิ้มขำของคนไทยหรือนักวิชาการต่างชาติ คือ ระยะเวลาตัดสินคดีที่รวดเร็วเหลือเชื่อ คือ ฟังคำให้การของพยานปากสุดท้ายตอนใกล้เที่ยง ช่วงบ่ายก็ตัดสินคดีได้ซึ่งน่าจะถือว่ารวดเร็วที่สุดในโลก ปกติแล้วคดีที่มีโทษหนักโดยเฉพาะถึงขั้นประหารชีวิต ผู้พิพากษาต้องให้เวลาและโอกาสพิสูจน์ข้อเท็จจริงแก่ฝ่ายจำเลยอย่างเต็มที่เพื่อมิให้มีข้อติดค้างในใจทั้งโจทก์และจำเลย คดีอดีตนายกฯสมัครตัดสินอย่างเร็วโดยไม่ต้องดูทบทวนพยานหลักฐานหรือคำให้การของพยานบุคคล ผู้ตัดสินไม่ต้องพิจารณาพยานอีกครั้งหลังจากฟังคำให้การพยานคนสุดท้ายอย่างถี่ถ้วนก่อนพิพากษาซึ่งอย่างน้อยก็ควรใช้เวลา 1 วัน แต่ศาลรัฐธรรมนูญไทยใช้เวลาไม่ถึงสามชั่วโมงหลังจากฟังคำให้การพยานคนสุดท้าย คดีเดียวกันมีคำวินิจฉัยที่ฟังแล้วอมยิ้มเมื่ออดีตนายกฯสมัครต้องออกจากตำแหน่งผู้นำด้วยการตีความหมายคำว่า “ลูกจ้าง” โดยศาลรัฐธรรมนูญนำความหมายในพจนานุกรมมาตัดสินคดี ทั้งที่การปลดผู้นำบ้านเมืองเป็นเรื่องสำคัญเยี่ยงเดียวกับการประหารชีวิตบุคคลทางการเมือง จึงน่าจะใช้วิจารณญาณรอบคอบเป็นพิเศษและเข้ากับความเป็นจริงทางสังคมมากกว่าการใช้ความหมายในพจนานุกรม นอกจากนั้น ความเป็นลูกจ้างยังส่งผลกระทบต่อคุณสมบัติขององค์คณะในศาลรัฐธรรมนูญซึ่งมีพฤติกรรมเยี่ยงเดียวกับข้อเท็จจริงในคดีที่ตีความ “ลูกจ้าง” แต่องค์กรนี้กลับละเว้นไม่ตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลในคณะของตนทั้งที่มีคำทักท้วงเป็นเอกสารแล้ว แต่มุ่งกำจัดเป้าหมายตามใบสั่งเป็นหลัก คิดเพียงว่าแล้วค่อยไปแก้ปัญหาข้างหน้า แต่ต้องทำงานให้บรรลุสำเร็จเสียก่อนเพราะมันคือผลงาน ระยะเวลาดำเนินคดีที่รวดเร็วมิได้เกิดขึ้นครั้งเดียว แต่ยังมีอีกครั้งในคดียุบสามพรรคร่วมรัฐบาล โดยมีพฤติกรรมที่น่าสงสัยเกี่ยวกับหลักนิติธรรมเพิ่มไปด้วย คือ คดียุบพรรคการเมือง ถือเป็นการประหารชีวิตกลุ่มนักการเมือง แต่กลับตัดสินคดีแบบรวบรัด โดยการตัดการสืบพยานในศาลนับร้อยคนโดยอาศัยดุลพินิจของผู้ตัดสินคดีที่กฎหมายให้ทำได้โดยห้ามการโต้แย้งจากคู่ความ ทั้งที่ควรให้โอกาสพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่โต้แย้งการสอบสวนของเจ้าหน้าที่รัฐและยังเป็นที่กังขาของคู่ความอยู่ โดยเฉพาะข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณสมบัติขององค์คณะตัดสินคดี จากนั้นก็นัดให้แถลงปิดคดีตอนใกล้เที่ยงและตัดสินคดีในช่วงเที่ยงครึ่งของวันเดียวกัน การแถลงปิดคดีของจำเลยมักเป็นการชี้แนะให้เห็นข้อต่อสู้และพยานยืนยันว่ามีข้อสงสัยหรือไม่เป็นความผิดอย่างไร ดังนั้น ผู้ตัดสินคดีจึงควรนำคำแถลงปิดคดีไปพิจารณาประกอบเอกสารคำให้การคำฟ้องต่างๆซึ่งน่าจะใช้เวลาอย่างน้อยที่สุด คือ 1 วัน แต่พวกเขามีความสามารถพิจารณาที่สูงเยี่ยมกว่าผู้พิพากษาในต่างประเทศอย่างมาก ข้อสังเกตที่วิญญูชนน่าจะเห็นได้ชัดเกี่ยวกับคำพิพากษาที่ออกมาหลังจากคำแถลงปิดคดีซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการพิจารณาที่กฎหมายกำหนดไว้และใช้เวลาอ่านสามฉบับไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง คือ เนื้อหาในคำพิพากษาสามฉบับเหมือนกันแทบทุกถ้อยคำ ยกเว้นช่องที่ใส่ชื่อจำเลยเท่านั้น มันเร่งร้อนและรวดเร็วจนบางฉบับยังพิมพ์ชื่อจำเลยหรือผู้เกี่ยวข้องผิดพลาด ผู้อ่านยังต้องเขียนแก้ไขให้ใหม่ โดยหลักการสร้างคำวินิจฉัยกลางต้องมาจากคำตัดสินหรือคำวินิจฉัยของผู้ตัดสินคดีแต่ละคนก่อน หมายความว่า ต้องอ่านคำให้การ คำฟ้อง คำแถลงปิดคดี จากนั้นจึงเขียนคำวินิจฉัยส่วนตัวก่อนแล้วจึงรวมกันเป็นคำวินิจฉัยกลางโดยความเห็นชอบของผู้ตัดสินทุกคนอีกครั้ง ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 วัน คำวินิจฉัยกลางที่อ่านเผยแพร่มีเนื้อหาเดียวกันแสดงว่าจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าก่อนการฟังคำแถลงปิดคดีของจำเลย ซึ่งเป็นสิ่งที่มิควรกระทำอย่างยิ่งขององค์คณะศาลรัฐธรรมนูญอันผิดต่อหลักนิติธรรมและเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องให้ความยุติธรรมและปราศจากอคติส่วนบุคคล พฤติกรรมของศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ย่อมเตือนนักการเมืองว่า พึ่งพาหาความเป็นธรรมไม่ได้อันเนื่องจากขาดความรู้ ความเข้าใจ ทางรัฐศาสตร์ ลักษณะการเมืองไทย แต่ยึดถือเคร่งครัดกับทุกตัวอักษรโดยไม่คำนึงถึงเจตนารมณ์แท้จริงของกฎหมายหรือวัตถุประสงค์ของการตั้งศาลพิเศษทางการเมืองออกจากศาลทั่วไป ทำงานด้วยจิตอคติตั้งแต่ต้นแทนที่จะใช้ข้อสันนิษฐานว่าทุกคนที่มาศาลรัฐธรรมนูญยังเป็นคนบริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยว่ากระทำผิดแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสังเกต คือ ม็อบโกเต๊กซ์ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมหรือบริหารโดยตรงจากผู้บงการที่เรียกกันว่า มือที่มองไม่เห็น ประกาศกลางเวทีชุมนุมล่วงหน้าถึงหนึ่งสัปดาห์ว่า จะลบชื่อนายกฯสมชายและล้มพรรครัฐบาลทั้งสามในวันที่ 2 ธันวาคม ทั้งที่ยังไม่มีการนัดพิพากษาเลย แต่เมื่อถึงวันนั้นคนไทยก็ได้เห็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญตรงตามคำบอกกล่าวของแกนนำม็อบอย่างไม่ผิดเพี้ยน แสดงว่า ม็อบได้รับการบอกกล่าวล่วงหน้าว่าแผนต่อไปจะเป็นอย่างไร เขาจึงกล้าประกาศอย่างมั่นใจเช่นนั้น มันบ่งบอกว่า ม็อบบุกสนามบินสุวรรณภูมิมีความเกี่ยวข้องกับศาลรัฐธรรมนูญอย่างใกล้ชิดแบบที่รู้ความเคลื่อนไหวได้ล่วงหน้านานมาก เมื่อมองไปยังองค์กรอิสระอื่นที่กระทำแบบเดียวกัน เช่น ปปช. กกต. สตง. เป็นต้น น่าจะเกี่ยวข้องกับม็อบเช่นเดียวกัน เมื่อลากเส้นความสัมพันธ์ระหว่างม็อบโกเต๊กซ์กับองค์กรอิสระที่คณะปฏิวัติแต่งตั้งพวกของตนเข้าไปทำงาน จะมองเห็นแกนนำที่คอยบงการให้ดำเนินไปตามแผนล้มล้างรัฐบาลซึ่งวางไว้ล่วงหน้าแล้วชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคนไทยน่าจะรู้แล้วว่า จอมบงการคนนั้นเป็นผู้ใด กลุ่มใด ย่อมรู้แล้วว่าเขาหรือเธอมีอำนาจสูงส่งเพียงใดที่สามารถบงการ ชี้นำ อำนาจตุลาการ องค์กรอิสระ วุฒิสภา พรรคฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในแผ่นดินไทย ไปยังทิศทางใดก็ได้ตามใจชอบ ไม่คำนึงถึงความเสียหายของบ้านเมืองหรือคนไทย ขอเพียงเอาชนะสมาชิกรัฐบาลเดิมให้ได้เท่านั้น ใช้ชีวิตคนไทยกับทรัพย์สินของบ้านเมืองเป็นเดิมพัน คนไทยน่าจะเห็นความเห็นแก่ตัวของคนกลุ่มนี้ได้ชัดตาขึ้น เมื่อต่อต้านหรือสั่งสอนพวกเขาไม่ได้ทางตรง ก็ต้องแสดงให้เห็นพลังของประชาชนและความรู้สึกโกรธให้พวกเขารับทราบไว้ด้วยการเลือกตั้งฝ่ายตรงข้ามกับมือที่มองไม่เห็นและไม่สนับสนุนแหล่งเงินของกลุ่มนายทุนที่สนับสนุนม็อบทำลายบ้านเมืองด้วยการไม่ใช้สินค้าหรือบริการของพวกเขา มันเป็นสิทธิ์ของคนไทยที่พึงกระทำและกระทำได้ตามกฎหมายในระบอบประชาธิปไตย คนไทยจึงต้องรักษาสิทธิ เสรีภาพ ของตนไว้อย่างเต็มที่ อย่าปล่อยให้มือที่มองไม่เห็นซึ่งจ้องลิดรอนและเอามันไปจากคนไทยได้เด็ดขาด คนไทยแสดงออกถึงความรักประชาธิปไตยได้ด้วยการเลือกตั้ง การแสดงความเห็นตามวาระอันควร การต่อต้านทางสังคมต่อมือที่มองไม่เห็นซึ่งมีทั้งชายและหญิงด้วยการไม่ร่วมงาน ไม่เคารพนับถือ ไม่พูดยกย่อง พวกเขาเหล่านั้นอย่างชัดเจน อย่าปล่อยให้กฎหมู่และกฎหมายทำลายนักการเมืองด้วยข้อหาว่า เป็นพรรคพวกของอดีตรัฐบาลที่ถูกปฏิวัติเพราะมันมิใช่ความยุติธรรม ********************************* 12/1/2008 เปิดม่านม็อบโกเต๊กซ์เปิดม่านม็อบโกเต๊กซ์
เขียนโดย ลูกแก้ว
ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2475 รัชกาลที่ 7 มอบอำนาจของพระองค์ให้แก่ประชาชนคนไทยเท่านั้นตามระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นองค์ประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญไทย ถือว่า ประเทศไทยเริ่มปกครองในระบอบดังกล่าวและมีความเท่าเทียมกันในความเป็นมนุษย์ แต่คนไทยหลายส่วนขาดความเข้าใจลึกซึ้งในแนวคิดประชาธิปไตย มักเกิดภาพการก้าวก่ายหน้าที่ ใช้อำนาจไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง ไม่เคารพเสียงของประชาชน ยึดติดกับตำแหน่งเกียรติยศของบรรพชน ช่วงแรกจึงเกิดศึกแย่งอำนาจระหว่างนักการเมืองหัวใหม่กับผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ที่ติดกับระบอบเก่าหรือพวกอำมาตย์ซึ่งยึดถือว่า ชนกลุ่มนี้เท่านั้นที่ควรมีอำนาจเหนือประชาชน มิใช่นักการเมืองที่มาจากชาวบ้าน ทั้งสองฝ่ายผลัดกันแพ้ชนะมาหลายปี ยังมีอีกกลุ่มที่มักสอดแทรกแย่งอำนาจจากประชาชนและพวกอำมาตย์ด้วย คือ ทหารซึ่งถืออาวุธและมีความใกล้ชิดกับพวกอำมาตย์มาแต่โบราณทำให้ทั้งสองฝ่ายมักรวมตัวกันต่อสู้กับประชาชนหลายครั้ง ถ้าชนะก็จักแบ่งปันอำนาจหรือผลประโยชน์ทางการเมืองกันได้ดีกว่าอยู่ฝ่ายประชาชนที่ยึดติดกับระบอบประชาธิปไตยที่มีแนวคิดว่า ทหารต้องทำงานตามหน้าที่ปกป้องประเทศเท่านั้น ห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมืองหรือผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างเด็ดขาด ระยะหลังการปฏิวัติรัฐประหารจึงมีทหารถืออาวุธนำหน้าแล้วพวกอำมาตย์เดินตามหลังเสพย์สุขร่วมกัน จนกระทั่งความแข็งแกร่งขีดสุดของประชาชนเกิดขึ้นในรัฐบาลปีพ.ศ. 2544 ของนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่ได้รับการศึกษาจากสหรัฐและเข้าใจระบอบประชาธิปไตยอย่างดี อีกทั้งมีเป้าหมายจะสร้างความแข็งแกร่งให้คนไทยที่มีฐานะยากจนด้วยการให้ความรู้ การศึกษา แก่ลูกหลาน ให้โอกาสทำมาหากิน เพื่อหวังว่าคนรุ่นต่อไปจะพัฒนาบ้านเมืองให้ก้าวหน้าอย่างเข้มแข็ง แต่ทฤษฎีแห่งอำนาจปกครองคนแบบเผด็จการนั้นหัวใจสำคัญคือ ผู้อยู่ใต้ปกครองต้องมีการศึกษาต่ำ ความก้าวหน้าด้านชีวิตการทำงานต้องมีน้อย ผู้ปกครองเมืองจะควบคุมคนได้ง่าย จึงไปขัดใจพวกอำมาตย์หรือชนชั้นเคยเป็นผู้ปกครองและหวั่นเกรงว่าคนไทยจะไม่เชื่อฟังหรือโต้เถียงหรือเรียกร้องเพิ่มขึ้นเมื่อมีการศึกษาดี จึงเกิดการรวมตัวกันต่อต้านหรือล้มล้างนโยบายเพิ่มศักยภาพคนไทย กอปรกับผู้เสียประโยชน์จากการบริหารประเทศของรัฐบาลและทหารที่ถูกลดบทบาทลงมากหลังจากประเทศโดนพิษเศรษฐกิจต้มยำกุ้งจนต้องกลายเป็นลูกหนี้ รัฐบาลจึงเน้นการพัฒนาองค์กรทางเศรษฐกิจ แต่ไม่เน้นเพิ่มการซื้ออาวุธซึ่งเป็นฐานรายได้ของนายทหาร ความคับแค้นใจฝังแน่นจึงควบรวมตัวกันกลายเป็นคนสร้างม็อบหรือกลุ่มทุนหนุนหลังม็อบโกเต๊กซ์ ม็อบโกเต๊กซ์หรือม็อบมีเส้นตามที่รัฐมนตรีมหาดไทยประกาศกลางที่ประชุมสภาเป็นกลุ่มที่รวมตัวของพรรคการเมืองที่ผิดหวังหรือพ่ายแพ้แก่รัฐบาล ชนชั้นบรรดาศักดิ์หรืออำมาตย์ที่หลงเวลา นักธุรกิจผิดหวัง กลุ่มนอกกฎหมายที่ถูกไล่ล่าจนแทบทำมาหากินไม่ได้ เช่น ยาเสพย์ติด หวยเถื่อน เป็นต้น ทหารที่พลาดผลประโยชน์และตำแหน่งที่หวังไว้ เมื่อมีคนหัวหมอใช้สื่อทีวีดาวเทียมปลุกปั่นทางจิตวิทยาด้วยการฝังแนวคิด ให้คนเชื่อฟังพวกเขาและออกมาประท้วงหรือยอมตายตามคำสั่งได้ จึงเป็นความหวังสว่างวาบขึ้นในการล้มล้างรัฐบาลหนามยอกอกแล้วดันนักการเมืองที่ตนหนุนหลังและยอมสามิภักดิ์เชื่อฟังกลุ่มทุนหนุนหลังโดยดีขึ้นครองอำนาจในบ้านเมือง สิ่งที่สังเกตเห็นถึงเบื้องหลังที่ใหญ่โตหรือเรียกกันว่า เส้นใหญ่ คือ การนำผ้าอนามัยใช้แล้วไปทาพระบรมรูปทรงม้าให้เปื้อนเลอะเทอะตามคำสั่งของแกนนำม็อบที่เชื่อถือไสยศาสตร์นอกรีต ซึ่งเป็นการลบหลู่พระบรมรูปอดีตกษัตริย์ไทยอันเป็นที่รักของคนไทยอย่างมาก มีการตั้งฉายาม็อบนี้ใหม่ว่า ม็อบโกเต๊กซ์ ตำรวจไม่สามารถดำเนินคดีนี้โดยไม่แจ้งสาเหตุใดๆอันสร้างความอึดอัดใจแก่คนไทยที่ทุกฝ่ายนิ่งเฉยอย่างมาก ไม่มีคำกล่าวประณามม็อบจากฝ่ายทหาร นักวิชาการ นักการเมืองฝ่ายค้าน สมาชิกวุฒิสภา คราวนี้ต้องมาเปิดดูเบื้องหลังของม็อบมีเส้นกันแล้วว่า เหตุใดตำรวจหรือทหารต้องนิ่งเฉย ปล่อยให้ม็อบทำละเมิดกฎหมายต่อหน้าต่อตากันได้ทั้งบุกรุกสถานที่ราชการ ด่าประณามหรือใช้คำหยาบต่อหลายบุคคลที่มีชื่อเสียง ทำร้ายร่างกายคนอื่นตามท้องถนน ปิดถนนตามใจชอบ ผู้อยู่เบื้องหลังกลุ่มแรกที่มีการเอ่ยถึงตลอดมาตั้งแต่ก่อนการปฏิวัติจนกระทั่งการเลือกตั้งในปีพ.ศ. 2550 สิ้นสุด ซึ่งอดีตนายกฯสองท่านเรียกเป็นนัยว่า ผู้มากบารมี หรือ มือที่มองไม่เห็น การที่ไม่สามารถบอกชื่อหรือนามสกุลได้เพราะตระหนักใจดีว่าแตะต้องยาก ณ ที่นี้ ขอเรียกว่า มือที่มองไม่เห็น อาจเป็นบุคคลหรือคณะบุคคลก็ได้ มีทั้งชายและหญิงวัยชรา โดยใช้เกียรติยศหรือบารมีเป็นทุนหลักสนับสนุนม็อบ คือ ออกแรง ไม่ออกเงิน ส่วนใหญ่แกนนำและสมาชิกจะเป็นคนสูงวัยที่ทรงเกียรติในสังคม จิตใจมีผลกระทบจากอาการวัยทองหรือไม่ เป็นอีกเรื่องที่ต้องให้แพทย์หรือนักจิตวิทยาวิเคราะห์ต่างหาก เขาอาศัยสายสัมพันธ์และความยิ่งใหญ่ด้านสถานภาพทางสังคมติดต่อเชื่อมโยงอำนาจตุลาการ อำนาจนิติบัญญัติด้านฝ่ายค้านกับวุฒิสมาชิกแต่งตั้ง และฝ่ายทหาร ให้เข้าร่วมแผนล้มล้างรัฐบาลที่มีนโยบายเสริมศักยภาพคนไทยด้านความรู้ ชีวิตความเป็นอยู่ให้ทันสมัย และแย่งอำนาจจากประชาชนเพื่อย้อนเวลากลับไปสู่ยุคแห่งความยิ่งใหญ่ที่มีพวกอำมาตย์หรือชนชั้นปกครองจากสายเลือดบรรดาศักดิ์อีกครั้ง โดยเชื่อว่า หากปล่อยให้คนไทยมีความรู้ ชีวิตดีขึ้น คนไทยจะหวงแหนสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยเหมือนที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา อันอาจส่งผลให้พวกตนดูไม่มีค่าอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต จึงทุ่มเทอิทธิพลบารมีไปกับการชี้นำและปกป้องม็อบโกเต๊กซ์ แม้จะถูกพวกม็อบลบหลู่เกียรติมากเพียงใดก็ตาม แต่ต้องการใช้พลังการรวมตัวของม็อบให้บรรลุวัตถุประสงค์ของตน จึงยอมทนปกป้องม็อบไว้สุดหัวใจ กลุ่มต่อมา คือ ฝ่ายทหารซึ่งเป็นสายสัมพันธ์สืบทอดจากอดีตที่เคารพนับถือและสมานใจกับมือที่มองไม่เห็นซึ่งมาจากผู้ทรงเกียรติทางสังคมจากยุคอดีตและร่วมใจกันเสพย์ประโยชน์กันมาหลายยุครัฐบาลแล้ว จึงไม่ยากที่ยอมรับปากตกลงทำงานล้มล้างรัฐบาล แย่งสิทธิเสรีภาพจากประชาชน ปกป้องม็อบโกเต๊กซ์อย่างเต็มที่ การนิ่งเฉยของฝ่ายทหารซึ่งถืออาวุธ เป็นการสนับสนุนทางอ้อมแก่ม็อบโกเต๊กซ์ให้ทำละเมิดกฎหมายแรงขึ้นตามลำดับโดยไม่มีฝ่ายใดกล้าโต้แย้ง แม้แต่ฝ่ายตุลาการก็ใช้กฎหมายปกป้องม็อบหรือกำจัดทุกข้อหาของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองโดยเมินมองการเสียประโยชน์ของประเทศชาติ ส่วนใหญ่ก็มาจากความกลัวเกรงกลุ่มมือที่มองไม่เห็นซึ่งมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับฝ่ายทหาร แม้แกนนำม็อบจะพูดด่าประณามผู้นำทหารด้วยวาจาหยาบคายและหมิ่นแคลนเกียรติกองทหารทั้งประเทศ ผู้นำทหารเหล่านั้นก็ยังต้องคุ้มครองม็อบ ในที่สุดพวกทหารก็เลือกจะไม่รับฟังคำสั่งของผู้นำบ้านเมือง และแสดงตัวเลือกจะเข้าข้างมือที่มองไม่เห็นอย่างชัดเจนมากขึ้นโดยไม่ยอมรับอำนาจของกฎหมายฉุกเฉินของรัฐบาล เนื่องจากผู้นำทหารคาดว่า กลุ่มมือที่มองไม่เห็นที่ประกอบไปด้วยผู้ทรงเกียรติทางสังคมคอยหนุนหลังแข็งขันน่าจะเป็นฝ่ายชนะ เมื่อมีพวกทหารถืออาวุธประสานเสียงด้วย จึงคาดกันว่าฝ่ายรัฐบาลและคนไทยที่หวงแหนสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยต้องพ่ายแพ้เพราะขาดอาวุธหรือพวกสนับสนุนไม่รวมตัวเหนียวแน่นเท่าพวกมือที่มองไม่เห็น กลุ่มที่สาม คือ นักวิชาการ ซึ่งถือเป็นผู้มีคุณวุฒิ ปัญญาวุฒิ ค่อนข้างสูง หลายคนศึกษาเล่าเรียนจากประเทศในระบอบประชาธิปไตยอย่างสหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส แต่พวกเขาสนับสนุนม็อบโกเต๊กซ์ทั้งการใช้สถานภาพน่าเชื่อถือในสังคม เงินทอง โอกาสต่างๆ เพื่อเผยแพร่แนวคิดระบอบปกครองใหม่ที่เปลี่ยนชื่อให้ลดความน่ากลัวจากระบอบเผด็จการไป ทั้งที่การเมืองใหม่ที่ม็อบประกาศนำมาใช้กับประเทศไทยหลังได้ชัยชนะเป็นรูปแบบผสมของระบบราชาธิปไตยกับเผด็จการทหารของเยอรมันในยุคนาซี อีกเหตุผลหนึ่งที่นักวิชาการเข้าร่วมขบวนการแย่งอำนาจจากประชาชน คือ ประเมินกลุ่มหนุนหลังม็อบที่รู้ดีว่า มือที่มองไม่เห็นคือใคร และ มั่นใจว่าฝ่ายทหารยอมเชื่อฟังหรือร่วมมือกับผู้มีเกียรติยศทางสังคมสูงส่งเหล่านี้ จึงเลือกแสดงตนให้ชัดเจนว่าร่วมทำงานนี้ด้วยเพื่อหวังเข้าเสพย์ประโยชน์ เขาเชื่อว่า กลุ่มผู้มากเกียรติและฝ่ายทหาร น่าจะเป็นฝ่ายชนะ มิใช่ประชาชนที่ไร้อาวุธ ไม่มีการรวมตัวที่เหนียวแน่นมากพอจะทำให้อีกฝ่ายหวั่นเกรงพลังได้เลย พรรคฝ่ายค้านที่ผิดหวังจากการเลือกตั้งและมิได้เป็นรัฐบาลเสียที ทั้งที่พยายามช่วงชิงจังหวะในสภาหลายครั้งที่เรียกกันว่า ชิงทรัพย์หรือตำแหน่งนายกฯกลางสภา แต่ล้มเหลว รวมกับวุฒิสภาแต่งตั้งและข้าราชการที่โกรธแค้นหรือผิดหวังที่รัฐบาลไม่สนองตำแหน่งแก่ตนตามที่ร้องขอ เมื่อเห็นรายชื่อในกลุ่มมือที่มองไม่เห็นซึ่งเต็มไปด้วยผู้มีบารมี เกียรติยศ ในสังคมสูงส่ง จึงมั่นใจว่าฝ่ายนี้จะเป็นผู้ชนะในเกมชิงอำนาจจากประชาชนแน่ เมื่อเห็นว่าอิทธิพลของมือที่มองไม่เห็นในหมู่ข้าราชการหรือองค์กรอิสระหรือวงการทหารและตุลาการทำลายฐานอำนาจของฝ่ายรัฐบาลอย่างได้ผลหลายครั้ง เนื่องจากบุคคลเหล่านั้นดำเนินงานไปตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด อันแสดงว่า กลุ่มมือที่มองไม่เห็นมีการควบคุมพวกเขาได้เบ็ดเสร็จแล้ว จึงคาดว่า ฝ่ายที่พ่ายแพ้น่าจะเป็น ประชาชนที่หวงแหนสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย แต่ไร้อาวุธและไร้พลังทุกด้าน พวกเขาจึงแสดงตนต่อสาธารณชนเพื่อฝ่ายนั้นเห็นว่า ช่วยเหลือปกป้องม็อบโกเต๊กซ์อย่างเต็มที่ สุดท้ายจะได้ไม่รังเกียจที่พวกเขาจะเข้าร่วมเสพย์ผลประโยชน์ตอบแทนด้วย กลุ่มสุดท้ายที่สำคัญมากและขาดไม่ได้ในแผนสร้างม็อบ คือ กลุ่มนายทุนที่มีหน้าที่จ่ายเงินอย่างเดียว ห้ามซักถามวิธีใช้เงินหรือแผนใดๆ อันเกิดขึ้นได้ด้วยความเชื่อใจกลุ่มมือที่มองไม่เห็นซึ่งเป็นคนประสานงานเชื่อมโยงการจ่ายเงินไปสู่ม็อบโดยตรง บางส่วนต้องจ่ายให้ฝ่ายค้านเพื่อช่วยเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือยอมแสดงตนในม็อบเพื่อสนับสนุนม็อบให้มีภาพน่าเชื่อถือขึ้น หลายปีที่ผ่านมาตั้งแต่ก่อนเกิดปฏิวัติไปจนถึงวันที่ม็อบยึดสนามบินสุวรรณภูมิคนไทยทั้งประเทศทราบเป็นนัยมาตลอดว่า นายทุนทางการเงินหลักของม็อบนี้ต้องมาจากสถาบันการเงินระดับต้นของไทย บริษัทด้านเกษตรกรรม บริษัทเอกชนอีกหลายแห่ง ระยะหลังมีการเปิดเผยชื่อทางทีวีและวิทยุทำให้คนไทยมั่นใจเพิ่มขึ้น หลายคนแสดงปฏิกิริยาต่อต้านนายทุนเหล่านั้นที่มีส่วนทำลายประเทศชาติด้วยการถอนเงินหรือหยุดการค้าขายกับเอกชนเหล่านั้น เมื่อพิจารณาสถาบันการเงินใหญ่ดังกล่าวหรือบริษัทเอกชน จักเห็นว่า สมาชิกมือที่มองไม่เห็นเป็นหนึ่งในผู้บริหารหรือที่ปรึกษาระดับสูงซึ่งมีอิทธิพลในสถาบันการเงินหรือสังคมอย่างมาก บ้างก็เป็นคู่แข่งทางการค้ากับกลุ่มทุนของรัฐบาล ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ไม่พอใจพฤติกรรมทำลายสังคมไทยในการสนับสนุนม็อบละเมิดกฎหมายและก่อกบฎดังที่กระทำอยู่ในวันนี้ ม็อบโกเต๊กซ์ดูหมิ่นอดีตกษัตริย์ไทยอันเป็นที่รักและคิดยึดแย่งสิทธิเสรีภาพของคนไทย ส่วนมือที่มองไม่เห็นซึ่งล้วนเป็นผู้มีเกียรติทางสังคมระดับสูงส่งเป็นที่นับถือเคารพจากคนไทยกลับเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวหรือกลุ่มตนมากจนละเลยและสนับสนุนม็อบโกเต๊กซ์ให้เหิมเกริมต่อเนื่องเพียงแค่ต้องการชัยชนะเหนือประชาชน คำถามที่ข้องใจมาก คือ เมื่อมีอำนาจสูงส่งแล้ว การแย่งชิงอำนาจหรือสิทธิเสรีภาพจากประชาชนคนไทยอีกกระทำไปเพื่อวัตถุประสงค์ใด ทั้งที่รัชกาลที่ 7 ประกาศชัดว่า ทรงมอบอำนาจของพระองค์แก่ปวงชนชาวไทย มิใช่คนหนึ่งคนใด การกระทำนอกเหนือจากนี้ น่าจะถือว่า เป็นการอกตัญญูต่อบรรพกษัตริย์ที่ทรงมีเมตตาต่อคนไทยยิ่ง อีกทั้งการหมุนนาฬิกาหวนคืนสู่ยุคอดีตทั้งแบบราชาธิปไตยหรือเผด็จการทหาร เป็นเรื่องที่ฝืนธรรมชาติอย่างมาก เมื่อคนไทยยุคนี้รู้จักหวงแหนสิทธิเสรีภาพที่บรรพกษัตริย์ทรงมอบให้แก่เขาและครอบครัวแล้ว มือที่มองไม่เห็นเป็นการรวมตัวกันของคนสูงวัย จิตป่วน ฮอร์โมนรวนเร สมคบคิดกันโดยใช้อิทธิพล บารมี พลิกฟื้นอดีตกาล หวังเสพย์สุขกับอำนาจที่เคยเสียไปอีกครั้งในยุคไซเบอร์ด้วยการปิดประเทศไทย น่าจะถือว่าเป็นคนแก่ตัณหากลับอย่างแท้จริง ณ วันนี้ประเทศไทยใหญ่อุดมแห่งนี้ต้องอยู่ในอุ้งมือของมือที่มองไม่เห็น แต่จิตไม่สมประกอบ คิดพลิกย้อนเวลา ไม่อยากเดินตามกาลอย่างที่คนทั้งโลกกำลังกระทำกันอยู่ หากย้อนเวลาได้เชื่อว่า คนไทยคงอยากลบรายชื่อในกลุ่มมือที่มองไม่เห็นออกไปจากแผ่นดินไทย เพื่อปกป้องประเทศไทยมิให้ต้องเสียหายจากการกระทำของพวกเขาในวันนี้แน่นอน ถ้านำประวัติชีวิตและการทำงานของแกนนำม็อบโกเต๊กซ์ประกอบการพิจารณาร่วมกับกลุ่มนายทุนเบื้องหลังทั้งมือที่มองไม่เห็น กลุ่มนักการเมือง กลุ่มนักวิชาการ กลุ่มนายทหาร กลุ่มเงินนอกกฎหมาย แล้วลากเส้นสายสัมพันธ์ของพวกเขาเพื่อหาความเชื่อมโยงกัน จักพบว่า ไม่ทางใดทางหนึ่งแกนนำเหล่านี้มักมีสัมพันธ์ใกล้ชิดในแบบลูกน้อง คนสนิท นายจ้างลูกจ้าง เพื่อนทางการค้า ผู้อุปถัมภ์ ซึ่งเคยมีการเกื้อหนุน แลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันมาก่อนทั้งสิ้น การติดค้างหนี้ทางใจหรือความคาดหวังหรือเชื่อมั่นในชัยชนะของมือที่มองไม่เห็นซึ่งประกอบไปด้วยชายหญิงสูงวัยอันทรงเกียรติสูงส่งที่ต้องการล้มล้างรัฐบาลซึ่งอาจเคยสร้างความแค้น หรือความเสียหายแก่พวกตนมาก่อน แม้จะทราบว่าเป็นการช่วงชิงอำนาจ สิทธิเสรีภาพ จากคนไทย พวกเขายังยอมรับได้เมื่อเทียบกับผลประโยชน์ที่กลุ่มนี้จักตอบแทนหากได้รับชัยชนะและครองอำนาจในบ้านเมืองอย่างเบ็ดเสร็จ มันคุ้มค่าอย่างมาก ม็อบโกเต๊กซ์จึงกลายเป็นม็อบมีเส้นใหญ่และทรงอิทธิพลต่อสังคมไทยอย่างมากชนิดชี้เป็นชี้ตายแก่คนไทยได้ตลอดเวลา อันเกิดจากกลุ่มสนับสนุนเบื้องหลังของม็อบคล้ายกับพ่อแม่ที่หนุนให้เด็กดื้อทำตามใจตัวเองได้โดยปราศจากการสั่งสอนตักเตือนเยี่ยงพ่อแม่ที่ดี ณ วันนี้ เด็กดื้อจึงกลายสภาพเป็นมหาโจรก่อกวนสังคมในแผ่นดินไทย ชายหญิงชราทั้งหลายช่างมีอารมณ์เพี้ยนได้มากเพียงนี้ แล้วยังผสมพันธุ์กันสร้างจอมมารเผาผลาญประเทศชาติสนองตัณหาราคะของตนอีก แม้คนไทยจักรู้ว่าชายหญิงชรากลุ่มนี้มีรายชื่อตระกูลใด ก็ต้องใช้ธรรมเข้าข่มใจและอโหสิกรรมแก่พวกเขา โดยหวังว่าสักวันมัจจุราชจะคิดบัญชีดอกทบต้นแล้วช่วยปัดเป่าคนคิดร้ายต่อบ้านเมืองให้พ้นไปจากแผ่นดินและยังเชื่อว่าบรรพกษัตริย์ไทยต้องช่วยนำความสงบกลับคืนแผ่นดินไทยในไม่ช้านี้ เรียกว่า ต้องรอกรรมสนองกรรมหรือจิตสำนึกที่ดีของชายหญิงชราผู้ทรงเกียรติเหล่านี้จะฟื้นคืนชีพ สังคมไทยจึงสงบได้อีกครั้ง คนไทยไร้อาวุธที่หวงแหนสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยคงอยากถามว่า เมื่อไม่มีอาวุธ คนไทยจะปกป้องประเทศนี้ได้หรือไม่ ถ้าศึกษาจากประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศตะวันตกหรือชาติเอเชียบางประเทศแล้ว การต่อสู้ด้วยหลักอหิงสาแท้จริงของคนไทยเป็นสิ่งที่กระทำได้ดีที่สุดและเหมาะสมกับนิสัยความเชื่อด้านพุทธศาสนา คือ สถาบันการเงินกำลังนำเงินของคนไทยไปส่งเสริมการฝ่าฝืนกฎหมายของม็อบ จึงต้องตัดแหล่งเงินที่มาจากประชาชน แต่พวกเขานำเงินของคนไทยกลับมาทำร้ายแย่งชิงสิทธิเสรีภาพของคนไทย มันเป็นการใช้สิทธิ์ส่วนตัวของคนไทยที่จะนำเงินของท่านไปฝากสถาบันอื่นที่ไม่ทำร้ายคนไทย ตอนนี้ก็มีหลายธนาคารทั้งของไทยและของต่างประเทศซึ่งให้อัตราดอกเบี้ยสูงโดยพวกเขามิได้นำเงินของคนไทยมาทำร้ายคนไทยด้วยกัน การไม่ใช้สินค้าของบริษัทเอกชนเพื่อมิให้นำรายได้ไปส่งให้ม็อบ การไม่ร่วมงานหรือไม่ยกย่องนับถือสมาชิกกลุ่มมือที่มองไม่เห็นที่มีรายชื่อหลุดรอดออกไปหรือแสดงตนชัดเจนต่อสาธารณชนว่าสนับสนุนม็อบ การกระทำเหล่านี้เป็นการต่อต้านทางสังคมที่ไม่ขัดต่อกฎหมายหรือหลักพุทธศาสนาซึ่งเหมาะสมกับคนไทยที่หวงแหนสิทธิเสรีภาพอันพึงกระทำต่อกลุ่มคนที่ต้องการแย่งชิงอำนาจที่บรรพกษัตริย์ทรงมอบแก่ปวงชนชาวไทย แต่คนกลุ่มหนึ่งต้องการสิ่งนี้คืนกลับไปเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของบรรพกษัตริย์ไทย คนไทยทั้งหลายสมควรปกป้องสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยโดยวิถีทางสันติ ละเว้นการใช้กำลัง ด้วยการแสดงพละกำลังแห่งเจตนารมณ์ร่วมกันเพื่อเรียกคืนกฎหมาย หลักนิติธรรม ประชาธิปไตย จากกลุ่มมือที่มองไม่เห็นและม็อบโกเต๊กซ์ การรวมตัวอย่างเหนียวแน่นและทรงพลังของคนรักสิทธิเสรีภาพและนักวิชาการที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยจำต้องแสดงตนให้อีกฝ่ายเห็นว่า ประเทศไทยต้องอยู่ในระบอบประชาธิปไตยที่มีองค์กษัตริย์เป็นประมุขเท่านั้น ระบอบราชาธิปไตยหรือเผด็จการทหารเป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว การหมุนเวลาย้อนคืน เป็นการฝ่าฝืนธรรมชาติและความรู้สึกของคนไทยยุคไซเบอร์อย่างมาก นอกจากนั้นประเทศมหาอำนาจด้านประชาธิปไตยพร้อมจะต่อต้านหรือลงโทษทุกกลุ่มที่ทำลายประชาธิปไตยในไทยด้วย ผู้ใดที่มีเกียรติยศสูงส่งและมีอำนาจบารมีสูงอยู่แล้ว ควรใช้ชีวิตอยู่ตามทฤษฎีพอเพียงที่ประชาชนกลุ่มใหญ่ดำเนินรอยตามพระราชดำริของในหลวง มิใช่ก้าวลงมาแย่งอำนาจกับนักการเมือง ตัวแทนประชาชน ให้เสื่อมเสียเกียรติหรือศักดิ์ศรี เนื่องจากคนไทยไม่เคยมีความคิดจะแย่งชิงอำนาจจากสถาบันหลักของชาติเลย แค่ต้องการรักษาสิทธิเสรีภาพและระบอบประชาธิปไตยไว้เท่านั้น มือที่มองไม่เห็นซึ่งเป็นหัวสมองหรือผู้นำตัวจริงของม็อบโกเต๊กซ์ควรตั้งสติ ไตร่ตรอง คิดทบทวนประวัติศาสตร์ชาติ นิสัยหรือจิตใจของคนไทยซึ่งไม่เคยเปลี่ยนแปลงในความภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มานานหลายร้อยปีแล้ว แม้ว่าพวกเขาจะมีความรู้สูงขึ้นจากอดีตก็ตาม ความหวาดระแวงใจของกลุ่มมือที่มองไม่เห็นควรกำจัดทิ้งไปด้วยกาลเวลาพิสูจน์ความภักดีของคนไทยแล้ว ตัวแทนประชาชนย่อมมีสภาพจิตใจเดียวกันจึงได้รับเลือกจากคนไทยไปบริหารบ้านเมือง และไม่คิดแย่งอำนาจหรือแบ่งปันสิ่งใดมากไปกว่าเจตนารมณ์ของบรรพกษัตริย์อย่างแน่นอนเพราะทุกคนรู้จักความพอเพียงและสำนึกในพระเมตตาสูงล้นของบรรพกษัตริย์ ความสงบในบ้านเมืองจักเกิดขึ้นได้ด้วยการรู้จักและยอมรับในหน้าที่ ตำแหน่ง งาน ของแต่ละคน อย่าก้าวก่าย ควรให้ความร่วมมือกำจัดม็อบเพื่อนำความสงบมาสู่บ้านเมือง อย่าแย่งอำนาจจากประชาชนด้วยความหวาดระแวงหรือเข้าใจผิด คนสูงวัยทั้งหลายในกลุ่มมือที่มองไม่เห็นต้องมีสติปัญญา คุมจิตใจให้สงบ ได้ดีกว่าชาวบ้านทั่วไปสมกับความมีเกียรติของพวกท่าน ขอให้หยุดทำลายประเทศและคนไทย เรามีเวลาไม่มากให้คนไทยเตรียมตัวเผชิญกับพิษเศรษฐกิจหนัก พวกท่านเสพย์สุขจากทรัพย์สินที่มากล้นหรือสืบทอดกันมานานย่อมไม่เดือดร้อนกับหายนะภัยครั้งนี้ ส่วนแกนนำม็อบโกเต๊กซ์ก็มีรายได้จากค่าจ้างนำม็อบสูงกว่าชาวบ้านโดยไม่ต้องเคร่งเครียดทำงานหรือกลัวตกงานเพราะทำหน้าที่ชี้นิ้วสั่งลูกม็อบเท่านั้น ขณะที่ชาวบ้านบางคนอาจต้องอดตาย ฆ่าตัวตายหนีความทุกข์ที่ท่านมีส่วนสร้างให้พวกเขา หวังอย่างยิ่งว่าความละอายใจจะเกิดขึ้นกับคนสูงวัยกลุ่มนี้และสมาชิกม็อบโกเต๊กซ์ คนดับไฟร้ายของชาติได้อยู่ที่จิตสำนึกของคนชรากลุ่มมือที่มองไม่เห็นเท่านั้น อย่าทำร้ายประชาชน หยุดทำลายรัฐบาลเลือกตั้งด้วยวิธีสมคบคิดกันที่เห็นประจักษ์แก่สายตาของคนไทยวันนี้ คนไทยรู้จักตัวตน ชื่อเสียงเรียงนามของพวกท่าน แต่กระดากปากจะเอ่ยถึงและอยากให้โอกาสคิดใหม่แก่พวกท่าน ถ้าวันใดที่คนไทยทนไม่ได้แล้วประกาศชื่อและตระกูลของพวกท่าน จักหมายถึง ความรู้สึกเคารพนับถือต่างๆมลายไปสิ้นด้วยการกระทำของพวกท่านแล้วตามด้วยการต่อต้านหรือลงโทษทางสังคมอันเจ็บปวดด้วยการแสดงออกทางกาย วาจา และสายตา ลมหายใจสุดท้ายที่เหลืออยู่ควรมอบสิ่งดีๆน่าสรรเสริญให้คนไทย จึงถือเป็นผู้เสียสละเพื่อประเทศไทย มิฉะนั้น พวกท่านก็จะถูกตราหน้าไปจนตายและอยู่ในบัญชีนรกภูมิว่า เป็นพวกพันธมารทรยศต่อแผ่นดินแม่
***************************** |
|
|