Arbel's profileHome of Khowledge & plea...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
9/30/2007 รับน้องโหด ติดคุกได้รับน้องโหด ติดคุกได้ เขียนโดย แก้วมณี
เดือนพฤษภาคมและมิถุนายนเป็นช่วงเวลาการประกาศผลสอบเข้าเรียนในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐประจำปีและการเปิดเทอมใหม่ในสถานศึกษาทุกระดับ นักเรียนมัธยมปลายกำลังเปลี่ยนวิถีการเรียนไปเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชนซึ่งมีการควบคุมเวลาเรียนน้อยกว่าสมัยมัธยมอย่างมาก หลายคนจักปรับตัวเข้าระบบใหม่ช้าหรือไม่ได้ซึ่งสร้างความเครียดแก่นักศึกษาใหม่สืบทอดกันมานาน จึงเกิดวิถีปฏิบัติอย่างหนึ่งขึ้นในระดับอุดมศึกษาสำหรับนักศึกษาใหม่เพื่อช่วยการปรับตัวและให้กำลังใจแก่อดีตนักเรียนมัธยมโดยเหล่ารุ่นพี่จะถ่ายทอดประสบการณ์ของตนและบอกเล่าระเบียบปฏิบัติหรือแนะนำสถาบันศึกษา สร้างความเป็นมิตรระหว่างรุ่นพี่กับน้องใหม่เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลด้านกำลังใจหรือให้คำปรึกษาแก่น้องใหม่อันเรียกกันว่า พิธีรับน้องใหม่ ในอดีตนั้นพิธีรับน้องใหม่ของสถาบันอุดมศึกษาเป็นสิ่งที่น้องใหม่รอคอยจะพบ อาจารย์ รุ่นพี่ความสนุกสนาน คำแนะนำต่างๆ เพราะพวกเขายังมีความกลัวชีวิตใหม่ในฐานะนิสิตนักศึกษา พิธีรับน้องใหม่จึงเป็นความปรารถนาสูงสุดของน้องใหม่ พิธีต่างๆมีเจตนารมณ์ให้น้องใหม่ประทับใจและเชื่อมั่นในสถาบันของตนว่าจะให้ความรู้ ปัญญา และคุณธรรม แก่บัณฑิตใหม่ในอนาคต แต่หลายปีที่ผ่านมาจักเห็นข่าวรับน้องใหม่ประเภทโหดเกินพิกัด บางคนต้องตาย รับอันตรายสาหัสจนหมดอนาคตในการเรียน เกิดอันตรายทางจิตใจ โดยสืบเนื่องมาจากการรับน้องใหม่ของสถาบันศึกษาบางแห่งที่อาจารย์ขาดการดูแลเอาใจใส่ ปล่อยให้รุ่นพี่จัดพิธีรับน้องใหม่ผิดเพี้ยนจากวัตถุประสงค์อันดีงามดั้งเดิม การรับน้องใหม่แบบโหดเกินพิกัดที่เกิดขึ้นในสายตาของคนทั่วไปมีทั้งโหดเหี้ยม อนาจาร บางครั้งล่วงเลยไปถึงการข่มขืนน้องใหม่ ล้วนมาจากความคึกคะนองของเหล่ารุ่นพี่ที่กำหนดกิจกรรมให้น้องใหม่กระทำโดยไม่สนใจต่อขนบประเพณีของคนไทย การให้เกียรติแก่ผู้อื่นโดยเฉพาะเพศหญิง สภาพร่างกาย ขอบเขตสิทธิเสรีภาพของคนอื่น รุ่นพี่แหกคอกเหล่านั้นจึงคิดค้นการละเล่นพิสดารปนโหดเหี้ยมแล้วบังคับน้องใหม่ให้ทำตามโดยการวางอำนาจในฐานะรุ่นพี่ น้องใหม่หลายคนเพิ่งผ่านพ้นชีวิตนักเรียนที่เคยชินกับการอยู่ในอำนาจของครูบาอาจารย์ซึ่งเป็นผู้ให้ความรู้ที่ดี จึงไม่กล้าปฏิเสธอำนาจของรุ่นพี่เหล่านั้น ในที่สุดน้องใหม่หลายคนต้องหมดอนาคตการเรียนไปเพราะความตายหรือเป็นคนพิการ ส่วนรุ่นพี่คะนองใจหลายคนต้องเดินเข้าสู่เรือนจำในฐานะนักโทษคดีอาญาและไม่สามารถเป็นบัณฑิตสมดังใจหมายของตนเองและครอบครัวได้ จุดประสงค์ของการรับน้องใหม่คือ การประคองนักเรียนมัธยมให้ไปใช้ชีวิตในฐานะนักศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาได้อย่างราบรื่น โดยครูอาจารย์และรุ่นพี่เป็นผู้ช่วยเหลือ มิใช่การทำลายหรือทำร้ายจิตใจของน้องใหม่ด้วยการข่มขู่หรือใช้อำนาจในทางมิชอบ หลายตัวอย่างที่รุ่นพี่กระทำต่อน้องใหม่ในพิธีรับน้องซึ่งเป็นข่าวใหญ่ทุกปี เช่น แสดงท่าทางหรือคำพูดอนาจารขัดต่อประเพณีอันดีงามของคนไทย การซ้อมทำร้ายร่างกายหรือข่มขู่ด้วยวิธีต่างๆให้ร่วมทำกิจกรรม การบังคับให้ว่ายน้ำทั้งที่ว่ายไม่เป็นหรือสุขภาพไม่ดี เป็นต้น รุ่นพี่มักใช้ความคะนองในการสร้างกิจกรรมเหล่านั้นเพื่อสนองความต้องการหรือสะใจส่วนตัวเท่านั้น จึงลืมคิดถึงผลติดตามมาของกิจกรรมนอกคอกเหล่านั้นหรือคิดสั้นๆว่าน้องใหม่คงแค่บาดเจ็บแค่เล็กน้อย ทั้งที่แต่ละคนต่างรองรับความรุนแรงจากกิจกรรมเหล่านั้นได้แตกต่างกัน สุดท้ายรุ่นพี่ต้องรับโทษอาญาด้วยการติดคุก แทนที่จะเรียนหนังสือเป็นบัณฑิตอนาคตไกลกลับเป็นการตัดทอนอนาคตด้วยมือของตัวเอง แล้วยังส่งผลร้ายต่อน้องใหม่อีกด้วย งานรับน้องใหม่หฤโหดเหล่านั้นจึงกลายเป็นงานไม่มงคลทั้งรุ่นพี่และน้องใหม่ ก่อนความคิดสร้างสรรค์กิจกรรมของเหล่ารุ่นพี่นอกคอกสำหรับงานรับน้องใหม่จักเกิดขึ้นด้วยความคะนองใจ อยากให้ใช้สติคิดคำนึงด้วยว่า น้องใหม่มีครอบครัวที่รักห่วงใยเขา สภาพร่างกายแต่ละคนแข็งแรงไม่เท่ากัน บางคนอาจมีโรคเลือด โรคหัวใจ แอบแฝงอยู่ จุดประสงค์ของพิธีรับน้องใหม่ การรู้จักให้เกียรติต่อกันแม้ว่าจะเป็นน้องใหม่ สิทธิเสรีภาพของคน อนาคตของน้องใหม่และรุ่นพี่ คดีความที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรม รุ่นพี่ต้องไม่ลืมว่าทุกกิจกรรมที่กระทำต่อร่างกายของผู้อื่นอาจเป็นการละเมิดทางแพ่งหรือเป็นคดีอาญาได้ ถ้าทำเกินสมควรแก่เหตุหรือมนุษย์ปุถุชนทั่วไปไม่กระทำต่อกัน ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษอาญาหรือชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งเป็นจำนวนเงินมหาศาลได้ กิจกรรมที่ส่งผลต่อการบาดเจ็บทางร่างกายหรือจิตใจซึ่งรุ่นพี่กระทำต่อน้องใหม่และเคยเป็นคดีพิพาทกับครอบครัวของน้องใหม่มาแล้ว เช่น การบังคับให้ว่ายน้ำกลางแดดหรือน้ำเย็นจัดทั้งที่รู้ว่าน้องใหม่เป็นโรคหัวใจ อีกฝ่ายเกิดตาย การรุมชกต่อยเมื่อเล่นเกมส์แพ้ บังคับดื่มเบียร์หรือเหล้าทั้งที่แพ้แอลกอฮอล์แล้วอีกฝ่ายตาย การบังคับแสดงท่าอนาจารจนน้องใหม่ตกใจและเครียดจัดจนไม่กล้าไปเรียนซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อจิตใจในทางอาญา การให้กระทำกิจกรรมโดยน้องใหม่ไม่ยินยอม ถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น เป็นต้น การกระทำเหล่านี้อาจต้องรับโทษฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาหรือโดยประมาท ทำร้ายร่างกายสาหัสหรือทำร้ายจิตใจ บางคนอาจโต้เถียงว่ามิได้เจตนา แต่กฎหมายกำหนดชัดว่า เจตนามิได้หมายความว่าจงใจทำสิ่งนั้นอย่างเดียว แต่รวมถึงการเล็งเห็นผลได้ว่าหากกระทำสิ่งนั้น อาจเกิดผลคือความตายหรือการบาดเจ็บขึ้นได้ เช่น เขาว่ายน้ำไม่เป็นและบอกกล่าวให้ทราบแล้ว รุ่นพี่ใช้อำนาจข่มขู่ให้ว่ายน้ำ แล้วเกิดตายหรือบาดเจ็บสาหัสเป็นคนไข้นอนหลับตลอดกาล อย่างนี้ก็ถือว่าเจตนาฆ่าคนได้ หรือ บังคับดื่มเบียร์ทั้งที่เขาบอกว่าแพ้เบียร์ แต่รุ่นพี่ไม่เชื่อ ถ้าเขาตาย ถือว่าทำผิดโดยเจตนาได้ หรือบังคับให้แก้ผ้าเปลือยกายเพื่อให้คนอื่นโห่ร้องแล้วถ่ายภาพไว้ หรือ บังคับให้น้องใหม่กลืนเนื้อสด แล้วเกิดติดคอและหายใจไม่ออกจนตาย อย่างนี้ก็อาจเป็นเรื่องของความประมาทให้คนตายก็ได้ เป็นต้น พฤติการณ์และความผิดในตัวอย่างดังกล่าวจะเป็นโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงตลอดชีวิตที่รุ่นพี่ต้องรับโทษตามความหนักเบาของข้อเท็จจริงและผลร้ายจากการกระทำคึกคะนองของตนทั้งสิ้น หลายคนต้องหมดอนาคตการเรียนกลายเป็นนักโทษในเรือนจำ บิดามารดาผิดหวัง ดังนั้น อยากเตือนสติของรุ่นพี่ทั้งหลายขอให้รักน้องใหม่เยี่ยงเดียวกับคนในครอบครัวของตน เคารพสิทธิ์เสรีภาพของน้องใหม่ งดเว้นการข่มขู่ให้กลัวเกินเหตุ งดการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานพิธีด้วยข้ออ้างว่าเชื่อมสัมพันธ์กันเพราะเหล้าและเบียร์ทำลายสุขภาพอย่างแน่นอน ปัญญาชนต่างรู้และเข้าใจกันดี จึงไม่ควรทำลายสุขภาพของน้องใหม่ ส่วนน้องใหม่ซึ่งเพิ่งก้าวออกจากชีวิตนักเรียนมัธยมไปสู่รั้วสถาบันอุดมศึกษาในฐานะนิสิตนักศึกษานั้น ต้องรู้จักรักษาสิทธิเสรีภาพทางกายและจิตใจของตน แยกผิดชอบชั่วดีได้ ต้องตระหนักในเบื้องต้นว่า รุ่นพี่คือผู้ที่เรียนหนังสือล่วงหน้าตนเท่านั้น มิใช่ผู้มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายให้ใครได้แม้แต่น้องใหม่ พวกเขาอาจเป็นคนดีหรือคนไม่ดีก็ได้ ถ้ากิจกรรมใดที่รุ่นพี่เสนอให้กระทำมีรูปแบบที่รับไม่ได้เพราะขัดต่อประเพณีหรือศาสนาของตน ไม่สบายใจที่จะทำเพราะขัดต่อนิสัยหรือคำสอนของครอบครัว มีผลต่อสุขภาพส่วนตัว น้องใหม่มีสิทธิจะไม่กระทำกิจกรรมดังกล่าวได้เสมอ การบังคับจากรุ่นพี่ถือเป็นความผิดทางวินัยของสถาบันศึกษาและอาจต้องรับผิดชอบทางแพ่งหรือทางอาญาก็ได้ ส่วนคำขู่ที่รุ่นพี่มักชอบบอกแก่น้องใหม่ว่า ถ้าไม่เชื่อฟังคำสั่งของรุ่นพี่จะถูกไล่ออกจากสถาบัน ถือเป็นคำโกหกเนื่องเพราะผู้ที่จะไล่นักศึกษาออกจากสถาบันได้ มีเพียงอธิการบดีหรือคณะกรรมการสถาบันแล้วยังต้องเป็นไปตามกฎระเบียบของสถาบันดังกล่าว ซึ่งไม่มีข้อใดระบุว่าการไม่เชื่อฟังคำสั่งของรุ่นพี่ถือเป็นความผิดร้ายแรงที่ต้องรับโทษไล่ออก นอกจากนั้นคำขู่ที่จะสร้างแรงกดดันแก่น้องใหม่ที่ไม่เชื่อฟัง ก็ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการเรียนในสถาบันอุดมศึกษานั้นเป็นการให้รู้จักช่วยเหลือตัวเองเยี่ยงผู้ใหญ่มากกว่าตอนเรียนชั้นมัธยม ความเป็นรุ่นพี่และน้องใหม่ไม่มีผลต่อความสำเร็จทางการเรียนระหว่างกันเลย หากรุ่นพี่คนใดใช้คำขู่เหล่านี้บังคับให้ร่วมกิจกรรมนอกรีต จึงควรหลีกห่างพวกเขาให้มากที่สุด ถ้าอยากมีอนาคตเรียนต่อไปโดยไม่กลายเป็นคนพิการหรือคนตายเสียก่อน เนื่องจากพวกเขาพูดไม่จริงและไม่เคารพสิทธิของน้องใหม่ กิจกรรมของพวกเขาต้องส่งผลร้ายต่อน้องใหม่อย่างแน่นอน สิทธิในการปฏิเสธเข้าร่วมกิจกรรมนอกรีตทั้งหลายเป็นของน้องใหม่อย่างเด็ดขาด รุ่นพี่ไม่มีสิทธิ์ก้าวล่วงอย่างใด น้องใหม่หลายคนที่กล้าปฏิเสธคำบังคับไร้สาระของรุ่นพี่นอกคอก แต่รอดชีวิตหรือไม่ต้องอับอายขายหน้า พวกเขามีอนาคตสดใสและมีชื่อเสียงในวันนี้ก็มีให้เห็นมากในสังคม ดังนั้น น้องใหม่ทั้งหลายพึงรำลึกไว้เสมอว่า ท่านมีสิทธิเสรีภาพทางร่างกายและจิตใจเช่นเดียวกับรุ่นพี่ การคล้อยตามคำสั่งนอกรีตของรุ่นพี่นอกคอกอาจทำลายอนาคตหรือความภูมิใจในตนได้ ชีวิตหรืออนาคตของน้องใหม่กำหนดได้ด้วยจิตใจมั่นคงและรู้ผิดชอบชั่วดีของตัวเอง มิใช่คำสั่งของรุ่นพี่ จงไม่ลืมว่าวันเดียวที่เล่นสนุกกับรุ่นพี่ วันต่อไปก็เป็นคนแปลกหน้าไปแล้ว การสอบได้หรือตกมิได้มาจากรุ่นพี่ แต่ขึ้นอยู่กับความขยันอ่านหนังสือ เข้าใจวิชา ของน้องใหม่ต่างหาก หากปล่อยให้เขาทำร้ายร่างกายและจิตใจของน้องใหม่วันนี้ ผู้ที่รับเคราะห์กรรมและสูญเสียทุกสิ่ง คือ น้องใหม่และครอบครัว แม้ท่านจะใช้สิทธิ์ฟ้องคดีให้รุ่นพี่รับโทษทางอาญาและทางแพ่ง แต่ไม่อาจเทียบกับความสูญเสียทั้งชีวิตของท่านได้ น้องใหม่หลายคนที่มีจิตใจอ่อนไหว ไม่กล้าปฏิเสธคำสั่งนอกรีตของรุ่นพี่ ต้องกลายเป็นคนพิการ จิตผิดปกติ บอบช้ำทางกายและจิตใจไม่อาจเรียนหนังสือได้ หรือ เป็นคนตาย พวกเขาเหล่านั้นเป็นอุทาหรณ์เตือนสติของน้องใหม่ให้ระลึกไว้ว่า ตนมีสิทธิ์จะปฏิเสธกระทำตามคำสั่งที่ผิดกฎหมายหรือจักก่อความเสียหายแก่ตนทางร่างกาย ชื่อเสียงของตนและครอบครัวได้เสมอ รุ่นพี่ซึ่งออกคำสั่งให้กระทำสิ่งเหล่านั้นก็ต้องรับโทษอาญาหรือชดใช้ความเสียหายทางแพ่งแก่น้องใหม่และครอบครัวด้วย ดังนั้น การรับน้องโหดที่รุ่นพี่วิปริตทั้งหลายคิดค้นขึ้น ต้องเตรียมใจรับผลตอบแทนต่อสิ่งที่กระทำไว้ทั้งการรับโทษอาญา การไล่ออกจากสถาบัน สุดท้ายคือหมดอนาคต ส่วนน้องใหม่ต้องรู้จักรักษาสิทธิเสรีภาพของตนไว้ อย่าปล่อยให้ตกเป็นทาสอำนาจความคึกคะนองของรุ่นพี่นอกรีต เจตนารมณ์ของการรับน้องใหม่นั้นต้องสร้างความประทับใจดีๆแก่น้องใหม่ มิใช่ความเลวร้ายและความหวาดกลัวต่อรุ่นพี่และสถาบัน สุดท้ายคือ ครูอาจารย์ประจำสถาบันศึกษาต้องให้ความเอาใจใส่และดูแลใกล้ชิดสำหรับพิธีรับน้องใหม่ที่รุ่นพี่สร้างสรรค์ขึ้นให้อยู่ในขอบเขตอันควรและชอบโดยกฎหมาย ด้วยการเตือนถึงโทษที่รุ่นพี่ต้องได้รับ หากทำละเมิดกฎหมาย อย่าปล่อยให้พวกเขาทำตามความคึกคะนองของวัยและขาดสติ ควรประกาศเตือนสิทธิเสรีภาพให้น้องใหม่รับทราบเป็นพื้นฐานก่อนเข้าร่วมพิธีรับน้องใหม่ ถึงอย่างไรสถาบันศึกษาต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วยเสมอเพราะคณาจารย์ถือเป็นผู้ประสาทความรู้และบิดามารดาฝากให้อบรมลูกหลาน แต่สั่งสอนนักศึกษารุ่นพี่ไม่ดี ขาดสติปัญญา จนกระทั่งทำลายสมาชิกในครอบครัวของเขาถึงตายหรือบาดเจ็บ
******************************** 9/26/2007 มือถือสาก ปากถือศีลมือถือสาก ปากถือศีล หมายถึง การแสดงตัวเป็นคนมีศีลธรรม แต่กลับประพฤติชั่ว
บทขยายความ สำนวนนี้ใช้เปรียบเทียบคนที่สร้างภาพหรือเสแสร้งให้คนอื่นเห็นว่า เป็นคนดี อยู่ในศีลธรรม มีความจริงใจ คุณธรรมสูงส่ง มีความยุติธรรม แท้จริงแล้วจิตใจชั่วร้าย เลวทราม อิจฉาริษยา ลอบทำร้ายลับหลัง เห็นประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องเป็นหลักไม่ชอบเห็นคนเด่นเกินตนหรืออาจมีภัยต่อตนในอนาคต ในสังคมจะเห็นคนประเภทนี้อยู่รอบกายไม่จำกัดวัย แม้แต่ชายชราและมีความรู้ดีก็อาจเป็นคนประเภทนี้ได้ เขาจะพร่ำสอนให้คนอื่นมีคุณธรรมสูง ทำความดีเพื่อแผ่นดิน ไม่ทำละเมิดกฎหมาย บริจาคเพื่อคนด้อยโอกาส เขาแกล้งทำตนเป็นคนดี จิตใจสูงส่งและเป็นธรรม ไม่ทะเยอทะยาน แต่อยู่เบื้องหลังการทำผิดกฎหมาย ช่วยเหลือพรรคพวกให้มีตำแหน่งสูงเพื่อส่งเสริมงานเบื้องหลัง หักหลังเพื่อนหรือเจ้านาย ทำละเมิดกฎหมายหลากแบบ เช่น บุกรุกที่ดินป่าสงวน จดทะเบียนซ้อน และอื่นๆ แล้วใช้อิทธิพลทำให้เรื่องผิดกฎหมายเงียบหรือเปลี่ยนสภาพไป ส่วนเขาใช้ปากพร่ำบอกให้คนอื่นต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย คนประเภทมือถือสาก ปากถือศีล จะอยู่เหนือกฎหมายเสมอ แต่มีความสามารถแสดงให้คนอื่นหลงเชื่อว่า เป็นคนดีเพียงคนเดียวในโลกนี้ คนส่วนใหญ่ในสังคมมักหลงเชื่อคำพูดของเขา น้อยคนที่จะรู้จักตัวตนแท้จริงได้และหลีกห่างไม่คบหากับคนประเภทที่คนโบราณเขียนเป็นสำนวนเปรียบเปรยไว้สอนลูกหลานนานมาแล้วเพราะเขาเป็นคนอันตรายซึ่งสร้างความปั่นป่วนให้สังคมได้ง่ายและทำลายคนอื่นอย่างไม่ละอายต่อคุณธรรมเพื่อสนองกิเลสส่วนตัว
************************** 9/22/2007 พลังของภาษาพลังแห่งภาษา
เขียนโดย แก้วมณี
ข่าวชิ้นหนึ่งทางทีวีไทยทำให้คิดถึงพลังแห่งภาษาซึ่งเป็นกำแพงกีดกั้นคนต่างด้าวที่คิดจะทำมาหากินในประเทศอื่นโดยประเทศนั้นไม่ต้องใช้กฎหมายใดๆกั้นขวางให้ต้องกลายเป็นข้อครหาของชาติอื่น คือ ข่าวจากประเทศฮ่องกงเกี่ยวกับภาวะตกงานของคนต่างด้าวที่คิดไปทำงานในประเทศนั้นซึ่งมีสถิติสูงมาก อันมีสาเหตุจากภาษา คนที่เป็นหัวข้อข่าว คือ ชายปากีสถานที่มีความรู้ระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศปากีสถานและย้ายถิ่นฐานตามภรรยาซึ่งมีสิทธิอาศัยในฮ่องกง แต่ไม่อาจหางานทำได้เป็นปีแล้วเพราะขาดคุณสมบัติอย่างหนึ่งซึ่งบริษัทในฮ่องกงต้องการมาก คือ ต้องพูดและเข้าใจภาษาท้องถิ่น คือ ภาษากวางตุ้งหรือจีนกลาง ในที่สุดเขาต้องยอมหางานพิเศษระดับล่างทำเพื่อประทังชีพ คือ เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยหรือคนงานก่อสร้าง ทั้งที่เขาพูด เขียน อ่าน ภาษาอังกฤษได้ดี แต่ไม่อาจใช้ได้ในประเทศฮ่องกงซึ่งภาษาท้องถิ่นทั้งกวางตุ้งและจีนกลางมีความสำคัญในการสื่อสารเป็นส่วนใหญ่ คนจีนให้ความสำคัญต่อภาษาถิ่นของตนเอง แต่ไม่ได้รังเกียจภาษาต่างชาติ แต่ละบริษัทต้องการการทำงานที่ราบรื่น จึงกำหนดคุณสมบัติพนักงานว่าต้องสื่อสารกับคนในองค์กรเข้าใจได้เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินเดือน ทำให้คนต่างชาติหางานทำได้ยากเมื่อบริษัทเน้นให้ลูกจ้างต้องเข้าใจภาษาถิ่นอย่างดี ยกเว้นงานระดับล่างประเภทใช้แรงงานเป็นหลักที่ไม่จำกัดความรู้และภาษา มันจึงกลายเป็นแรงบีบคั้นให้คนต่างชาติที่มีความรู้ดีจำต้องเก็บปริญญาตรีไว้แล้วใช้แรงงานแลกเงินเลี้ยงชีพ บางคนยอมฝึกภาษาท้องถิ่นให้คล่องซึ่งต้องใช้เวลานานและค่าใช้จ่ายสูง ทำให้ประเทศนี้ต้องขาดแรงงานคุณภาพหรือใช้คนไม่เหมาะสมกับระดับความรู้ อันเป็นผลเสียหายต่อความเจริญเติบโตของชาติ แต่ประเทศฮ่องกงสนใจการทำงานที่ราบรื่นระหว่างคนท้องถิ่นกับลูกจ้างต่างชาติและให้ผลงานคุณภาพต่อบริษัทเท่านั้น นอกจากนั้นยังเป็นเรื่องความภาคภูมิใจในประเทศและภาษาของตนด้วย จึงกลายเป็นการกีดกันคนงานต่างชาติโดยปริยายและเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละประเทศที่จะทำได้ การมีภาษาเป็นของตนเองต้องอาศัยแนวคิดพัฒนาจากบรรพชนที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะการพิทักษ์ภาษามิให้สูญหายไป มันยังเป็นเอกลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของประเทศที่มีภาษาของตนเองเพราะจักบ่งบอกประวัติศาสตร์การสร้างชาติและพัฒนาต่อเนื่องยาวนานนับหลายร้อยพันปีด้วยความฉลาดและองอาจ ดังเช่น จีน รัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน ญี่ปุ่น เกาหลี ประเทศแถบตะวันออกกลาง เป็นต้น ประเทศเหล่านี้มีบันทึกประวัติศาสตร์ชาติของตนเองให้คนรุ่นหลังและต่างชาติศึกษาวิวัฒนาการของชนเผ่าได้ผ่านตัวอักษร ปัจจุบันนี้การติดต่อสื่อสารกันต้องใช้ภาษาเป็นหลัก เราจักสังเกตว่าประเทศมหาอำนาจของโลกล้วนมีความเข้มแข็งทางภาษาและวัฒนธรรม มีภาษาเป็นของตนเอง ความภาคภูมิใจในประเทศและเอกลักษณ์ของตนสูง อันสร้างความยำเกรงและได้รับความนับถือจากนานาประเทศ ดังนั้น ภาษาประจำประเทศซึ่งมิได้ลอกเลียนหรือยืมจากอักษรของชาติอื่น เช่น อักษรจีน อักษรอังกฤษ อักษรรัสเซีย อักษรไทย และอักษรอาหรับ มันบ่งบอกความฉลาด ความยิ่งใหญ่ ของบรรพชนประเทศนั้นๆซึ่งสร้างเอกลักษณ์ประจำชาติทิ้งไว้ให้ชนรุ่นหลังสืบทอดกันมา ประเทศที่มีอักษรหรือภาษาใช้เป็นของตัวเองจึงเป็นความภูมิใจของชาติอย่างยิ่ง อีกทั้งมีน้อยประเทศที่มีอักษรและสำเนียงเป็นของตนเองอย่างแท้จริง ความเจริญในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันมากจึงเกิดภาพการย้ายถิ่นฐานหรือเปลี่ยนสถานที่ทำงานไปต่างประเทศมากขึ้น หลายประเทศพยายามกีดกันคนต่างชาติมิให้เข้าไปทำมาหากินหรือแย่งเงินทองจากชนในชาติ จึงออกกฎหมายหรือระเบียบขึ้นเพื่อป้องกันคนต่างชาติอย่างเข้มงวดอันขัดต่อหลักกฎหมายระหว่างประเทศหรือกลายเป็นข้อขัดแย้งกัน แต่มีข้อสังเกตบางอย่างซึ่งเกิดขึ้นในประเทศที่มีความเข้มแข็งทางภาษาและวัฒนธรรมสูง ดังเช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ประเทศแถบตะวันออกกลาง เป็นต้น ต่างมีอักษรและภาษาเป็นของตนเองโดยมิได้หยิบยืมมาจากภาษาอื่นดังเช่นภาษาอเมริกันที่นำภาษาอังกฤษไปใช้ หรือภาษาฝรั่งเศสหรือสเปนที่ใช้อักษรอังกฤษ แต่ปรับเสียงให้เป็นถิ่นเฉพาะของตน ภาษาอินโดนีเซียหรือมาเลเซียที่ยืมอักษรอังกฤษไปใช้เขียนกำกับเสียงหรือสำเนียงของประเทศตน ประเทศเจ้าของอักษรจะมีความภาคภูมิใจในชาติของตนสูงมาก อันส่งผลต่อการทำงานของคนต่างชาติในประเทศนั้นโดยปริยาย นั่นคือ บริษัทห้างร้านจะเลือกคนงานที่ต้องฟังและพูดภาษาของประเทศนั้นได้เข้าใจมากพอ จึงเลือกเป็นลูกจ้าง อันสร้างความลำบากแก่คนต่างชาติที่ต้องการทำงานในประเทศเหล่านั้น ประเทศจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลี ประเทศแถบตะวันออกกลาง ได้สำแดงความแข็งแกร่งของภาษาให้ทุกชาติประจักษ์แล้วว่า มันเป็นกำแพงปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดและเป็นเอกสิทธิ์ของประเทศ ดังที่เกิดขึ้นในเนื้อข่าวจากฮ่องกงเมื่อชาวต่างชาติต้องการไปหางานทำที่ประเทศซึ่งมีความเข้มแข็งของภาษาอย่างมาก แต่มิอาจได้งานเพราะติดระเบียบเรื่องการสื่อสารด้านภาษา ทั้งที่เขามีการศึกษาระดับปริญญาตรีและใช้ภาษาอังกฤษได้ดี ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาไม่อาจหางานทำได้จนกระทั่งต้องลดระดับงานลงเป็นคนงานก่อสร้างและพนักงานรักษาความปลอดภัยระหว่างรองานที่เหมาะสมเพราะต้องการเงินเลี้ยงชีพให้ตนเองและครอบครัว ทั้งที่เคยคิดว่าฮ่องกงเป็นแหล่งหาเงินทองที่น่าจะสบาย ด้วยกฎระเบียบของบริษัทในฮ่องกงซึ่งเคร่งครัดให้ลูกจ้างต้องเข้าใจภาษาท้องถิ่น เช่น จีนกลางหรือกวางตุ้ง เป็นหลักเพื่อสื่อสารในองค์กรได้ชัดเจน จึงทำให้หลายคนต้องกลายเป็นคนตกงาน อันเป็นบทเรียนเตือนใจสำหรับคนที่ต้องการแสวงหางานใหม่ในต่างแดนโดยเฉพาะประเทศที่มีภาษาท้องถิ่นและวัฒนธรรมแข็งแกร่งที่ต้องคิดไตร่ตรองให้มากพิเศษ คุณภาพของชาวต่างชาติที่ต้องการทำงานในประเทศที่มีความเข้มแข็งทางภาษาสูง เช่น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี หรือประเทศแถบตะวันออกกลาง เป็นต้น หลายคนมีการศึกษาดี แต่ขาดทักษะด้านภาษาท้องถิ่น จึงทำให้ไม่อาจใช้ความสามารถของเขาเต็มที่ และการเรียนภาษาท้องถิ่นเพิ่มเติมก็มีราคาสูงมากและอาจกลายเป็นปัญหาทางสังคมในอนาคตเมื่อแรงบีบคั้นเรื่องการเงินหนักขึ้น คนเหล่านั้นอาจสร้างความเดือดร้อนแก่สังคมท้องถิ่นได้ องค์กรการกุศลของประเทศนั้น เช่น ฮ่องกง เป็นต้น ได้ริเริ่มโครงการอบรมภาษาท้องถิ่นที่จำเป็นในการทำงานให้แก่คนต่างชาติที่ประสงค์ทำงานในประเทศนั้นเพื่อมอบโอกาสดีแก่คนต่างชาติได้แสดงศักยภาพส่วนตัวพัฒนาบริษัทห้างร้านของท้องถิ่นอย่างเต็มที่ เราจักเห็นความเข้มแข็งทางภาษาที่เป็นพลังปกป้องหรือกีดกันคนต่างชาติมิให้เข้ามาหาประโยชน์จากประเทศเจ้าของภาษาง่ายดายนัก โดยไม่ต้องเสียเวลาออกกฎหมายหรือระเบียบให้ยุ่งยาก คนในชาติต้องรักและภูมิใจในภาษาของประเทศตนสูง จักเป็นความเข้มแข็งของชาติที่คนต่างชาติต้องให้ความนับถือและปรับตัวเข้ากับเจ้าของภาษา มิใช่เจ้าของประเทศต้องเรียนภาษาของคนอื่นเพื่อพูดกับลูกจ้างต่างชาติอันเป็นการทำลายความนับถือตัวเองหรือความภูมิใจในประเทศและภาษาที่บรรพชนสร้างไว้ การเรียนรู้ภาษาของชาติอื่นเป็นเรื่องที่ดี ถือเป็นการให้เกียรติแก่ประชาชนของประเทศเหล่านั้นและสามารถเข้าใจประวัติศาสตร์ของประเทศนั้นได้ถ่องแท้ขึ้น แต่คนไทยต้องไม่ลืมว่าบรรพชนไทยคิดประดิษฐ์อักษรและภาษาไทยไว้เพื่อคนไทย จึงควรภาคภูมิใจในภาษาของตนเยี่ยงเดียวกับที่จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ประเทศแถบตะวันกลางแสดงความเข้มแข็งและผลสนองที่ยอดเยี่ยมต่อความภูมิใจในตัวตนของชาติไว้ เมืองไทยประสบปัญหาคนงานต่างชาติแย่งงานคนไทยทำในทุกระดับชั้น หลายคนเสนอให้ออกกฎหมายคุมการทำงานของคนต่างด้าว แต่ลืมไปว่าวิธีแก้ปัญหาขั้นพื้นฐานที่ง่ายและเร็วที่สุด คือ ภาษาที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร ถ้าบริษัทห้างร้านของไทยใช้ระเบียบกำหนดให้ลูกจ้างต่างชาติที่ประสงค์ทำงานกับตน ต้องพูดและเข้าใจภาษาไทยได้ จักกลายเป็นกำแพงกีดกันคนงานต่างชาติได้ระดับหนึ่ง แล้วยังเสริมการทำงานระหว่างคนท้องถิ่นกับลูกจ้างต่างชาติให้ทำงานร่วมกันได้ง่าย เจ้าของธุรกิจก็ได้ประโยชน์สูงสุดจากลูกจ้างต่างชาติ เป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของชาติโดยทางอ้อมด้านข้อมูลส่วนตัวอันเกิดจากการสนทนาระหว่างลูกจ้างไทยกับต่างชาติ สุดท้ายคือ การรักษาความภูมิใจในความเป็นคนไทยและประเทศของตน ภาษาแสดงความเป็นมาของแต่ละชาติ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาติ ไม่มีคนชาติใดจะนับถือหรือรักภาษาไทยได้เท่าคนไทยอย่างแน่นอน การจะให้คนต่างชาตินับถือประเทศไทย ก็ต้องให้พวกเขาใช้ภาษาไทยกับคนไทยเมื่อติดต่อสื่อสารกันเยี่ยงเดียวกับคนจีน คนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่รู้กันดีในกลุ่มนักธุรกิจต่างชาติว่าต้องเข้าใจภาษาท้องถิ่นจึงทำการค้ากันคล่องตัว การส่งลูกจ้างไปดูแลผลประโยชน์ของตนในประเทศเหล่านั้นจึงเน้นให้เข้าใจภาษาท้องถิ่นเป็นหลักใหญ่ มันเป็นการเพิ่มแรงกดดันให้ภาษาของเขาเป็นที่ต้องการของคนทั่วโลกได้ ความภูมิใจในภาษาไทยจักเป็นแรงผลักดันให้คนต่างชาตินับถือคนไทย แต่มิใช่บังคับคนไทยให้เรียนรู้ภาษาอื่นเพื่อพูดกับคนต่างชาติในประเทศไทย ปัจจุบันนี้คนไทยรุ่นใหม่พูดภาษาไทยไม่ชัด คลุมเครือด้านสำเนียงไทยที่กระเดียดไปทางภาษาอื่น ในทางกลับกันคนต่างชาติหลายคนพยายามพูดและเขียนภาษาไทยอย่างชัดเจนกว่าผู้ใหญ่ในบ้านเมืองของไทยบางคน มันแสดงถึงความอ่อนแอทางภาษาไทยและความนับถือตัวตนของคนไทยน้อยลง อันส่งผลอันตรายต่อความมั่นคงของชาติอย่างมาก ความภูมิใจด้านภาษาของชาติต้องปลูกฝังกับคนหลายรุ่นมายาวนาน จึงเป็นกำแพงแข็งแรงของประเทศได้ในวันนี้ ขณะนี้ภาษาไทยอยู่ในจุดอ่อนแอมาก คนไทยอยากพูดภาษาอื่นเพื่อความเก่งกาจหรือโก้เก๋ แทนที่จะภูมิใจในการพูดไทยให้คล่องและชัดเจนตามอักขระที่ถูกต้อง แม้แต่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็พูดไทยไม่ชัด ปะปนภาษาอื่นเข้าไปในการพูด อันเป็นตัวอย่างที่ไม่เหมาะสมกับคนรุ่นใหม่ ในประเทศจีนบังคับให้ทุกคนต้องเรียนรู้จีนกลางในการสื่อสารระหว่างกันทั้งประเทศ ทำให้แผ่นดินกว้างใหญ่ ประชากรพันล้านคนเป็นคนจีนเนื้อเดียวกัน แต่ไม่ทอดทิ้งภาษาถิ่นเดิม เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้ชาติโดยรวมและไม่ทำลายประวัติศาสตร์ของแต่ละถิ่น ดังนั้น การที่ประเทศไทยสนับสนุนให้ทุกภาคต้องใช้ภาษาไทยกลางเป็นหลักในการติดต่อสื่อสารกันทั้งประเทศ จึงมีจุดประสงค์เดียวกับของจีน คือ คนไทยทุกภาคควรเป็นหนึ่งเดียวกัน ภาษาจึงเป็นจุดเชื่อมความเป็นคนไทยเข้าด้วยกันอย่างแนบเนียนที่สุด คนเก่งด้านภาษาที่แท้จริง คือ คนที่เข้าใจและใช้ภาษานั้นอย่างถูกต้องและคล่องปากในกาลเทศะที่เหมาะสม มิใช่การพูดปะปนหลายภาษาในประโยคเดียว เราจะเรียกตัวเองว่าเป็นคนไทยมิได้ ถ้าพูดภาษาไทยไม่ชัดและไม่ถูกต้องเพราะภาษาไทยเป็นของคนไทยที่บรรพชนคิดค้นและสร้างรากฐานเพื่อแสดงว่านี่คือเอกลักษณ์ของคนไทย จงภูมิใจที่คนไทยมีภาษาเป็นของตนเองซึ่งในโลกใบนี้มีน้อยประเทศที่มีภาษาเป็นของตนโดยมิได้หยิบยืมภาษาอื่นมาใช้เลย การเรียนรู้ทุกภาษาในโลก คือ การเปิดโอกาสเข้าใจชนชาติอื่นได้ถ่องแท้ แต่ต้องไม่ลืมภาษาอันเป็นชาติกำเนิดของคนไทย มิฉะนั้น เราต้องละอายตัวเองเมื่อคนต่างชาติสามารถพูดไทยได้อย่างถูกต้องมากกว่าคนไทย สักวันอาจต้องว่าจ้างคนต่างชาติที่เชี่ยวชาญภาษาไทยอย่างถูกต้องมาสอนคนไทยพูดไทยก็ได้ ถ้าคนไทยไม่ช่วยกันรักษาและนับถือภาษาไทย
************************** 9/10/2007 ความสำคัญของเลขบัตรประจำตัวความสำคัญของเลข 13 หลัก เขียนโดย แก้วมณี
กฎหมายไทยกำหนดให้คนไทยต้องมีบัตรประจำตัวซึ่งมีตัวเลขสิบสามหลักเขียนไว้ แต่มิได้บอกเตือนให้ทุกคนรับรู้ถึงความสำคัญของบัตรใบนี้ว่าจะส่งผลร้ายต่อเจ้าของบัตรมากเพียงใด ถ้าเปิดเผยตัวเลขเหล่านั้นให้บุคคลอื่นที่อาจเป็นมิจฉาชีพรับทราบ ความสำคัญของบัตรใบนี้ คือ คนไทยจะมีเลขประจำตัวเพียงชุดเดียวตั้งแต่เกิดจนตาย โดยไม่มีการนำตัวเลขนี้กลับมาใช้ใหม่อย่างเด็ดขาด มันจะถูกเก็บข้อมูลไว้ตลอดกาลแม้บุคคลนั้นตายแล้ว แต่ละชุดเลขจักระบุที่มา ถิ่นกำเนิด สถานภาพบุคคลและครอบครัว ประวัติการต้องโทษหรือความผิดที่มีการบันทึกในฐานข้อมูลของชาติ ดังนั้น การได้เลขบัตรประจำตัวของผู้ใดจึงเป็นการเปิดเผยตัวบุคคลโดยการตีความจากตัวเลขเหล่านั้นซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐจะแปลความหมายได้ง่าย รวมถึงมิจฉาชีพที่ศึกษาการแปลความจากตัวเลขหรือสามารถนำตัวเลขเหล่านั้นไปค้นหารายละเอียดจากแหล่งข้อมูลของรัฐ ประเทศทางตะวันตกจะให้ความสำคัญกับเลขประจำตัวบุคคลซึ่งอาจอยู่ในรูปของบัตรประจำตัวหรือบัตรประกันสังคมก็ได้ ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละประเทศ โดยเขาจะให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของเลขประจำตัวและสิทธิส่วนบุคคลซึ่งมีขอบเขตที่คนอื่นจะล่วงละเมิดมิได้รวมทั้งอันตรายของการเปิดเผยตัวเลขประจำบุคคลให้ผู้อื่นรับรู้ด้วย เราจึงเห็นว่ามีน้อยกิจกรรมมากที่บังคับให้แสดงเลขประจำตัวบุคคล เช่น ตำรวจขอให้แสดงบัตรฯหรือเลขบัตรฯต้องมีกฎหมายรองรับ การเปิดบัญชีธนาคารหรือบัตรเครดิต การเข้าสถานเริงรมณ์ที่มีกฎหมายบังคับเรื่องอายุของลูกค้า เป็นต้น ส่วนเว็บไซด์ที่มีการสมัครสมาชิกจะไม่มีการบังคับให้ผู้ใช้บริการต้องแสดงเลขประจำตัวบุคคลไว้เลยเพราะถือเป็นสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคลที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้และไม่มีกฎหมายให้อำนาจเจ้าของเว็บบังคับหรือบีบคั้นอีกฝ่ายในทางตรงหรือทางอ้อมเพื่อให้บอกตัวเลขนั้น ผู้ใดกระทำจะมีกฎหมายลงโทษอย่างหนักเพราะเป็นการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เลขประจำตัวบุคคลที่ใช้กันในหลายประเทศทั่วโลกใช้บอกแหล่งกำเนิดของคนและครอบครัว สถานภาพทางสังคม ประวัติส่วนตัวและการเงินทั้งด้านดีและไม่ดี จากฐานข้อมูลของราชการซึ่งมีการบันทึกไว้ตั้งแต่บุคคลนั้นถือกำเนิดขึ้นในประเทศ โดยกฎหมายกำหนดขอบเขตการแบ่งปันข้อมูลให้แต่ละหน่วยงานใช้ประโยชน์ในการพิสูจน์บุคคลเพื่อการทำงานตามวัตถุประสงค์ของตน หากนำไปใช้เพื่อทำลายหรือสร้างความเสียหายแก่เจ้าของข้อมูล มีกำหนดโทษหนักแก่ผู้กระทำผิดไว้ชัดเจน อีกด้านหนึ่งซึ่งถือเป็นด้านมืดของการใช้เลขประจำตัวบุคคลคือ การปลอมแปลงตัวตนด้วยการใช้ข้อมูลของผู้อื่นไปก่อความเสียหายแก่เจ้าของเลขตัวจริง เช่น ก่อหนี้ด้วยบัตรเครดิตปลอม ขอวีซ่าไปต่างประเทศหรือทำสัญญากู้ยืมหรือค้ำประกันหรือเช่าซื้อสินค้าด้วยเลขประจำตัวของจริง การทำบัตรประจำตัวปลอมด้วยเลขบุคคลของผู้อื่น เป็นต้น พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนก่อความเสียหายต่อเจ้าของเลขหมายและต่อความมั่นคงแห่งชาติอย่างมาก หลายคนต้องกลายเป็นลูกหนี้หรือสูญเสียเครดิตทางการเงินอันทำให้เสียโอกาสในการทำมาค้าขายหรือการทำงาน หรือถูกขึ้นบัญชีดำในการเข้าบางประเทศทั้งที่ถูกขโมยตัวตนไปทำผิดกฎหมายของประเทศนั้น สำหรับประเทศไทยราชการไม่ให้ความสนใจจะให้ประชาชนรู้ความสำคัญและอันตรายของการเปิดเผยเลขหมายบัตรประชาชนอย่างจริงจัง จึงเห็นว่าหลายบริษัท หลายกิจกรรม มักให้ระบุเลขบัตรประชาชนหรือมอบสำเนาบัตรฯแก่เจ้าของกิจการอย่างง่ายๆ แม้แต่การเป็นสมาชิกเว็บไซด์ไทยทางอินเตอร์เนตหลายแห่งซึ่งเป็นที่นิยมของนักเล่นเนตบังคับให้แจ้งเลขหมายบัตรฯด้วยข้ออ้างว่าเพื่อต้องการยืนยันตัวตน มิฉะนั้น จะใช้บริการของเขาไม่ได้ การกระทำเช่นนี้ถือเป็นอันตรายต่อเจ้าของเลขหมายอย่างมากเพราะพวกเขาอาจไม่มีความสามารถดูแลข้อมูลบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยเพียงพออันทำให้มันรั่วไหลไปสู่มิจฉาชีพที่รอคอยข้อมูลเหล่านี้ไม่ว่าจะตั้งใจขายหรือสะเพร่าก็ตาม มันเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลด้วยการโน้มน้าวกึ่งบังคับโดยอาศัยความนิยมในเว็บไซด์ของตนดึงดูดให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวในสาธารณสถานซึ่งเรียกว่าอินเตอร์เนตโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลหรือความเสียหายของผู้ใช้บริการ ความเหมาะสมและความสามารถในการคุ้มครองข้อมูลที่ได้รับมา แม้แต่ธนาคารซึ่งเชื่อกันว่ามีระบบคุ้มครองข้อมูลลูกค้าดีที่สุดยังเคยมีข่าวการรั่วไหลข้อมูลของเลขบัตรเครดิตจนกระทั่งสร้างความเสียหายแก่องค์กรมหาศาลมาแล้ว แต่มีกฎหมายคุ้มครองลูกค้าผู้บริสุทธิ์ไว้ จึงไม่ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย อินเตอร์เนตเป็นสถานที่ซึ่งบุคคลไม่ควรให้เลขบัตรประจำตัวบุคคลแก่ผู้ใดอย่างเด็ดขาด เว้นแต่จะเป็นหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือด้านความปลอดภัยอย่างมาก เช่น ธนาคารซึ่งเราลงทะเบียนใช้บริการจักรับมอบรหัสความปลอดภัยพิเศษแก่ลูกค้าในการทำธุรกรรมทางเนต กรมสรรพากรซึ่งมีระบบตรวจสอบและป้องกันข้อมูลที่ดี เป็นต้น แต่เว็บไซด์ทั่วไปพึงระวังการขอเลขประจำตัว 13 หลักของบุคคลให้มากเพราะความน่าเชื่อถือต่ำ วัตถุประสงค์ในการใช้ตัวเลขไม่มีความจำเป็นเพราะส่วนใหญ่ทำเพื่อความบันเทิงและแลกเปลี่ยนมุมมองกัน ไม่มีกฎหมายกำหนดให้พวกเขาต้องรับผิดชอบ ถ้าข้อมูลรั่วไหลไปสู่มิจฉาชีพเยี่ยงเดียวกับธนาคาร เราจักสังเกตปัญหาบัตรประชาชนปลอม บัตรเครดิตปลอม ซึ่งต้องมีการจัดหาตัวเลขที่เป็นจริงมาก่อนทำบัตรปลอมแต่ละใบ แหล่งหาตัวเลขแท้จริงในประเทศไทยอยู่ที่เจ้าของเว็บไซด์ซึ่งบังคับให้ผู้ใช้บริการแจ้งเลขหมายประจำตัวเพื่อสมัครสมาชิก อันอาจได้จากการซื้อขายกันหรือขโมยจากคอมพิวเตอร์ซึ่งไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานสากลเนื่องจากการลงทุนที่สูงและไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องรับผิดชอบการลักขโมยข้อมูลผู้ใช้บริการ ปัจจุบันนี้จึงกลายเป็นแหล่งตัวเลขของมิจฉาชีพที่นิยมกันมากและหาง่ายแทบคาดไม่ถึงเพราะเว็บไซด์ชื่อดังของไทยหลายแห่งบังคับให้สมัครสมาชิกโดยใช้เลขบัตรประชาชนของแต่ละบุคคลโดยอาศัยชื่อเสียงและความนิยมของเว็บดึงดูดให้ลูกค้าต้องยอมให้ตัวเลขเหล่านั้นด้วยข้ออ้างสวยหรู นอกเหนือจากการลอบซื้อขายจากหน่วยงานรัฐซึ่งมีหน้าที่เก็บตัวเลขเหล่านี้ไว้ โดยเฉพาะคนไทยไม่เคยรู้ความสำคัญของตัวเลขบนบัตรประชาชนที่กฎหมายบังคับให้ทุกคนต้องพกติดตัวไว้ บัตรประชาชนใบเล็กที่มีเลขหมาย 13 หลัก ถ้าดูเผินๆก็ไม่ค่อยมีความสำคัญไปกว่าการบอกตัวตนและภูมิลำเนาของบุคคล ประสิทธิภาพของบัตรก้าวหน้ามากในการบันทึกสถานภาพ แต้มความผิดอันมีผลต่อการต่ออายุใบขับขี่ การรับบริการในหน่วยงานรัฐ จักเห็นว่ามันให้ประโยชน์สูงแก่เจ้าของบัตรอย่างมาก ในทางกลับกันตัวเลขเหล่านี้อาจส่งผลร้ายต่อเจ้าของได้ถ้าอยู่ในมือของมิจฉาชีพอาจถึงขั้นกลายเป็นคนล้มละลายหรือคนในบัญชีดำทางธุรกรรมหรือในต่างประเทศขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่ตัวเลขนั้นถูกนำไปใช้ ดังนั้น ทุกคนพึงตระหนักแก่ใจให้มากถึงความสำคัญของตัวเลข 13 หลักบนบัตรประชาชน จึงไม่ควรมอบให้แก่ผู้ใดง่ายดายเกินไป บรรดากิจการหรือเว็บไซด์ควรรู้จักขอบเขตสิทธิส่วนบุคคล วัตถุประสงค์ในกิจกรรมที่จะให้บุคคลอื่นเข้าร่วมว่ามีความสำคัญมากพอจะต้องเอาตัวเลขเหล่านั้นหรือไม่ จรรยาบรรณและความรับผิดชอบของเจ้าของเว็บไซด์หรือกิจการ ประสิทธิภาพในการคุ้มครองข้อมูลมีมากเพียงพอหรือไม่ กฎหมายให้อำนาจแก่ท่านหรือไม่ การบังคับเอาความยินยอมจากเจ้าของตัวเลขโดยอาศัยชื่อเสียงความนิยมของตนเหมาะสมหรือไม่ สิ่งสำคัญสุดท้ายที่เจ้าของตัวเลข 13 หลัก ต้องรับรู้ไว้คือ เอกชนไม่ต้องรับผิดชอบความเสียหายใดๆกรณีข้อมูลตัวเลขของท่านที่ยินยอมบอกแก่เขารั่วไหลไปอยู่กับมิจฉาชีพและสร้างความเดือดร้อนแก่เจ้าของตัวเลขเพราะไม่มีกฎหมายกำหนดไว้ พวกเขาจึงไม่ต้องใส่ใจต่อระบบความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้บริการ นอกจากหน่วยงานรัฐแล้วก็มีธนาคารเท่านั้นที่มีกฎหมายเฉพาะบังคับให้ต้องรับผิดชอบข้อมูลลูกค้าที่มอบแก่พวกเขาด้วย อีกอย่างหนึ่งกฎหมายกำหนดให้เจ้าของข้อมูลต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ตัวเลขไปทำนิติกรรมต่างๆ เว้นแต่จะพิสูจน์โดยชัดแจ้งว่ามิได้เป็นผู้กระทำด้วยตัวเองซึ่งความเป็นจริงแล้วกระบวนการพิสูจน์ต้องใช้เวลายาวนานและเสียเงินทองจำนวนมาก จึงอาจทำให้เจ้าของข้อมูลต้องเสียโอกาสในชีวิตไปมากกว่าจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้ อันแตกต่างจากผู้รับข้อมูลแล้วทำรั่วไหลที่ไม่มีกฎหมายใดบังคับให้ต้องรับผิดชอบต่อผู้เสียหาย มันจึงเป็นความเสี่ยงสูงที่เจ้าของตัวเลขต้องรับไว้เพียงผู้เดียว ดังนั้น จึงอยากให้เจ้าของบัตรประชาชนพึงระมัดระวังการแจ้งตัวเลขในบัตรให้มากและช่วยกันต่อต้านเว็บไซด์ที่ต้องการข้อมูลในบัตรประชาชนโดยไม่คำนึงถึงสิทธิส่วนบุคคล ความสำคัญของตัวเลขประจำตัว ลักษณะการบริการ จรรยาบรรณในงาน ศักยภาพและความรับผิดชอบ หากเจ้าของบัตรประชาชนไม่เข้าใจความสำคัญของเลขทั้งสิบสามตัวและคุ้มครองเบื้องต้นด้วยตัวเองก่อน สักวันจักต้องเดือดร้อนมาจากตัวเลขทั้งสิบสาม ดังคำที่ผู้ใหญ่มักเตือนไว้ว่า ไม่มีใครรักเรา เท่าตัวเราเอง ตนจึงเป็นที่พึ่งแห่งตน
************************ 9/5/2007 การแบ่งมรดกตามกฎหมายเสี้ยวที่ถูกลืมของมรดกหลังความตาย เขียนโดย ลีลา LAW
ความทุกข์สี่อย่างที่มนุษย์ต้องประสบอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ระหว่างที่มีชีวิตทุกคนย่อมแสวงหาทรัพย์สินมาบำเรอความสุขให้ตนเองและครอบครัว เมื่อความตายพรากชีวิตของเราไปไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม สิ่งที่เหลืออยู่ในโลกนี้คือ ทรัพย์สินกับหนี้สิน เพื่อความสงบสุขของสังคมผู้ปกครองบ้านเมืองจึงออกกฎหมายมาจัดการแบ่งปันทรัพย์สินของเราแก่เหล่าทายาท อันได้แก่ ภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมาย บุตรธิดา เป็นต้น หลายคนเข้าใจว่าทรพัย์สินทั้งหมดซึ่งเป็นชื่อของผู้ตายถือเป็นกรรมสิทธิ์ไว้ในเวลาที่สิ้นชีวิต จะต้องนำมาแบ่งสรรกันตามจำนวนทายาทของเขา นั่นเป็นความเข้าใจซึ่งถูกเพียงส่วนเดียว หลักการแบ่งปันทรัพย์สินของผู้ตายนั้นยังมีความซับซ้อนมากกว่าที่บุคคลธรรมดาคิดไว้นัก คราวนี้เรามารู้จักกับคำว่า”มรดก” ซึ่งเป็นคำเรียกทรัพย์สินของคนตายที่ฟังไพเราะนี้ก่อน “มรดก” หมายถึง ทรัพย์สินทุกชนิดซึ่งผู้ตายหรือที่อาจเรียกกันว่าเจ้ามรดกมีอยู่ในขณะที่สิ้นชีวิต ยังหมายรวมถึงหนี้สินใดๆด้วย มรดกจักตกทอดไปสู่ทายาทโดยชอบธรรมของเจ้ามรดกทันทีที่เขาสิ้นชีวิตอันเป็นไปตามหลักกฎหมาย ณ ที่นี้จักกล่าวถึงสัดส่วนที่เหล่าทายาทของผู้ตายพึงได้รับตามหลักการแบ่งปันทรัพย์มรดกที่ถูกต้อง เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนจึงขอยกตัวอย่างให้คิดง่ายๆดังนี้คือ ผู้ตายหรือเจ้ามรดกมีทรัพย์สิน 100 บาท โดยมีทายาทตามกฎหมาย คือ ภรรยา(ต้องมีทะเบียนสมรส) และ บุตรธิดารวม 2 คน ตอนนี้ก็มาถึงวิธีแบ่งปันทรัพย์มรดกจำนวน 100 บาท เริ่มต้นด้วยหลักกฎหมายกำหนดให้สินส่วนตัวของผู้ตายเท่านั้นที่เป็นทรัพย์มรดกซึ่งนำมาแบ่งกับทายาทได้ ทรัพย์สินของผู้ตาย ณ เวลาสิ้นชีวิตจำนวน 100 บาท ถูกสันนิษฐานว่าเป็นสินสมรสซึ่งเป็นทรัพย์สินร่วมกันระหว่างสามีภรรยา จึงต้องมีการแบ่งกันก่อน โดยแต่ละฝ่ายจักได้สิทธิในเงินก้อนนี้ครึ่งหนึ่ง นั่นหมายความว่าคู่สมรสของผู้ตายจักได้เงิน 50 บาทไปก่อนตามสิทธิอันพึงได้ตามกฎหมาย จากนั้นเงิน 50 บาทที่เป็นของผู้ตายจะนำมาแบ่งปันกับเหล่าทายาทของเขาอันได้แก่ ภรรยา(ต้องมีทะเบียนสมรส) และบุตรธิดารวม 2 คน ตามที่ตัวอย่างระบุไว้ ณ จุดนี้กฎหมายกำหนดให้ทายาทแต่ละคนได้หนึ่งส่วน ดังนั้นเงิน 50 บาทของผู้ตายจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนเท่ากัน ซึ่งถือเป็นมรดกของทายาทที่พึงได้รับไป เราจักสังเกตเห็นว่าภรรยานั้นดูจะได้สัดส่วนมาก นี่แหละคือ ประโยชน์ของภรรยาที่มีทะเบียนสมรสซึ่งสังคมพยายามรณรงค์ให้หญิงสาวพึงเรียกร้องจากผู้ชายที่คิดจะร่วมชีวิตด้วย สังคมคุ้มครองผู้อยู่ใต้กฎหมายเสมอ หวังว่าสตรีทั้งหลายพึงเรียกร้องและรักษาผลประโยชน์ที่สังคมมอบให้ท่าน กอปรกับได้เข้าใจถึงวิธีการแบ่งปันทรัพย์มรดกอย่างถูกต้องด้วย
************************************************** |
|
|