Arbel's profileHome of Khowledge & plea...PhotosBlogListsMore Tools Help

Home of Khowledge & pleasure

วัคซีนของชีวิต คือ รู้กฎหมาย เพลินใจกับนิยายคุณภาพ

      ขอบพระคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชมเนื้อหาที่ให้ความรู้และเพลินใจในเว็บนี้ หากต้องการพูดคุย ให้กำลังใจ หรือเสนอความเห็นใด กรุณาเขียนฝากในสมุดเยี่ยมได้ อีกทางหนึ่ง คือ การใช้ Twitter ซึ่งเปิดที่คอลัมน์ Follow Me ก็ได้ 

 

**********************

Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
There are no photo albums.
11/8/2009

สูตรลับของเศรษฐี

สูตรลับของเศรษฐี

 

เขียนโดย  มณีอักษร

 

หนังสือชีวประวัติของเศรษฐีที่ประสบความสำเร็จในชีวิตจักสอดแทรกแนวคิดและประสบการณ์ให้ผู้อ่านนำไปใช้ได้ แต่มันมิใช่สูตรสำเร็จที่จะเกิดผลเดียวกันเสมอไป ผู้ใช้ต้องรู้จักประยุกต์บทเรียนเข้ากับการดำเนินชีวิต สถานภาพทางสังคม ระดับความรู้ และสิ่งแวดล้อม จึงสร้างผลลัพธ์ที่ถูกต้องหรือใกล้เคียงกับเจ้าของบทเรียนนั้นได้ หากเคยเรียนวิชาคณิตศาสตร์มาก่อน จักรู้ว่ามันมีหลายสูตรให้ใช้แก้ปัญหาตัวเลขเพื่อหาคำตอบที่ถูกต้องเดียวกันได้ขึ้นอยู่ที่ว่านักเรียนเลือกใช้สูตรเข้ากับปัญหา อุปนิสัย และถูกเวลา ก็จะพบคำตอบเหมือนกัน

ชีวิตเศรษฐีหลายท่านก็มิได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง แต่ต้องเริ่มต้นแสวงหาเส้นทางของตัวเอง บ้างก็เริ่มต้นด้วยหนี้สินติดตัวจากการกระทำของบุพการีหรือตนเองอันเรียกกันว่า ชีวิตติดลบ หลายชีวิตกว่าจะเป็นเศรษฐีในวันนี้ได้สร้างสูตรลับพื้นฐานให้ทุกคนที่อยากเป็นเศรษฐียึดถือปฏิบัติกันสรุปได้  ดังนี้

สูตร 1  ควรเชี่ยวชาญและรู้จริงในงานที่ทำ ตั้งใจทำงานที่ชอบหรือรู้ลึกซึ้งจริง อย่าจับปลาหลายมือในเวลาเดียวกัน ตัวอย่างเช่น เรียนเป็นหมอรักษาคนได้ดี มีเกียรติยกย่องในสังคม รายได้ก็สูงและดีกว่าอาชีพอื่นอยู่แล้วเรียกว่า มีทั้งกล่องและเงินพร้อมสรรพ จะรวยเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความขยันใช้ความรู้แลกรายได้เท่านั้น หมอบางคนอยากรวยและดังเร็วจึงสนใจเป็นเซียนพระ แต่ไม่มองให้ลึกซึ้งว่า เซียนพระคือ คนดูพระเก่งและบอกให้ผู้ซื้อเชื่อถือได้ว่า พระองค์นี้จริงหรือปลอมอย่างไร มูลค่าควรเป็นเท่าไร เขาเก่งในเส้นทางของเขาและกว่าจะมีรายได้จากการให้เช่าพระก็ขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาส บางคนศึกษาจริงจังมาตั้งแต่เด็กและเป็นเซียนพระที่คนเชื่อถือด้วยวัยเลข 4 ไปแล้ว ส่วนเซียนพระตัวปลอมก็ไม่สามารถอยู่ด้วยการหลอกลวงได้ตลอดไป หมอหรือเซียนพระก็มีสิทธิ์รวยได้เมื่อทำงานที่ชำนาญของตน

สูตร 2  รู้จักเก็บออม มาตรวัดความร่ำรวยที่จับต้องได้ คือ ตัวเลขทรัพย์สินและเงินฝาก จักเห็นว่า ทรัพย์สินและเงินฝากเกิดจากแนวคิดการเก็บออมในรูปต่างๆ เช่น ซื้อที่ดิน ทองคำ เครื่องประดับมูลค่าสูง ฝากเงินในธนาคาร เป็นต้น เศรษฐีส่วนใหญ่ล้วนเริ่มต้นด้วยวินัยการออมเป็นหลัก บางสถานการณ์เงินออมที่สะสมไว้ยังช่วยให้เขาฝ่าฟันวิกฤตสาหัสในชีวิตไปได้อย่างหวุดหวิดหรือช่วยคลี่คลายปัญหาให้เบาบางได้ยามคับขัน เศรษฐีมักสอนลูกหลานและคนอยากรวยว่า ต้องมีวินัยการออมเงิน

               สูตร 3  รายได้ต้องมีเข้าต่อเนื่อง แม้จะรู้จักออมเงิน แต่หารายได้เข้าไปเติมเงินเพิ่มพูนเงินออมหรือช่วยปรับปรุงการดำเนินชีวิตให้ดีขึ้นไม่ได้ การเป็นเศรษฐีก็ยังอยู่ห่างไกลยิ่ง เป็นที่ทราบกันดีว่า ชีวิตการทำงานของมนุษย์มีช่วงสั้นๆ เรี่ยวแรงทำงานอย่างสูงสุดไม่เกินอายุเฉลี่ย 60 ปี ช่วงเวลาทองของชีวิตในการทำมาหารายได้ปรับเปลี่ยนฐานะการเงินของมนุษย์จึงอยู่ประมาณอายุระหว่าง 22 – 60 ปี ต้องไม่ลืมว่าแต่ละคนอาจพบอุปสรรคระหว่างเส้นทางแตกต่างกัน เช่น เกิดอุบัติเหตุ ติดโรคร้าย มีความพิการกะทันหัน และอื่นๆ ส่งผลให้เวลาทำงานสั้นลงอีก เงินออมและรายได้เข้าต่อเนื่องจึงมีส่วนสัมพันธ์กันเสมอในช่วงชีวิตการทำงานของมนุษย์ หากไม่มีรายได้เข้าต่อเนื่อง ในที่สุดเงินออมต้องร่อยหรอและหมดสิ้นลง ความร่ำรวยหรือเป็นเศรษฐีเกิดขึ้นได้ด้วยการบริหารเงินออมและรายได้ให้ส่งเสริมกัน

สูตร 4  รู้จักให้เงินทำงานเพื่อเราได้ เมื่อมีเงินออมมากพอแล้ว ต้องรู้จักแบ่งไปลงทุนเพื่อสร้างผลประโยชน์งอกเงยขึ้น นอกเหนือจากการใช้แรงงานหรือปัญญาหารายได้แล้ว เช่น การซื้อทองคำ ซื้อที่ดิน ซื้อหุ้น ฝากประจำในสถาบันการเงิน และอื่นๆ ทั้งนี้การลงทุนต่างๆต้องกระทำอย่างระมัดระวังเพราะเป็นการนำเงินออมไปหาประโยชน์เพิ่มขึ้นอีกทอดหนึ่งเพื่อสะสมความมั่งคั่งต่อยอดไปอีก การลงทุนทุกประเภทเจ้าของเงินออมควรศึกษาลักษณะการลงทุนและอุปสรรคปัญหาของมันให้ถ่องแท้ มิฉะนั้น จะกลายเป็นการทำลายเงินออมของตัวเองด้วยความประมาท

สูตร 5  รู้จักใช้โอกาสที่เข้ามาหาให้เป็นประโยชน์สูงสุดด้วยวิสัยทัศน์ก้าวหน้าหรือมองเห็นอนาคตได้ หมายถึง การหยิบฉวยโอกาสที่แวะเยี่ยมเยียนเราในการหาประโยชน์เต็มที่ ไม่ปล่อยปละละเลยมัน ดังคำที่ว่า โอกาสดีมาเยือนแค่ครั้งเดียว ถ้าปล่อยลอยหายไป ถือเป็นผู้โง่เขลายิ่ง ทั้งนี้สิ่งที่ต้องเตรียมตัวไว้ก่อนคือ การเตรียมตนให้พร้อมใช้โอกาสนั้นทุกเวลา ตัวอย่างของการฉวยโอกาสดีไม่ได้เพราะจำใจ เช่น เขาประกาศรับโปรแกรมเมอร์ที่ได้ใบรับรองของวินโดว์ทุกหมวดความรู้และสร้างเว็บไซด์ได้ด้วยอัตราเงินเดือนสูงมากเพื่อปรับปรุงหน่วยงาน แต่เรารู้แค่โปรแกรมออราเคิล และไม่เคยเพิ่มเติมความรู้โปรแกรมอื่นหรือการสร้างเว็บไซด์มาก่อน ทั้งที่ตกงานอยู่และสนใจตำแหน่งงานนี้มาก ก็ฉวยโอกาสนี้ไม่ได้ ลองนึกดูว่าท่านรู้ทั้งออราเคิล วินโดว์ และสร้างเว็บไซด์ได้ จักเป็นตัวเลือกเด่นที่สุดและงานนี้ต้องเป็นของท่านแน่ มันชี้ให้เห็นว่า แม้โอกาสลอยมาอยู่เบื้องหน้า แต่หยิบฉวยไม่ได้เพราะคุณสมบัติไม่พร้อมของตัวเอง ดังนั้น การเตรียมตัวและรู้จักฉวยโอกาสดีเบื้องหน้าไว้ เป็นเรื่องสำคัญยิ่งเนื่องจากไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าโอกาสดีจะมาหาเวลาใด หากไม่รู้จักใช้โอกาสหาประโยชน์แก่ตนสูงสุด เมื่อผ่านพ้นไปแล้วก็อาจไม่หวนกลับมาให้เห็นอีกเลย จึงต้องฉวยโอกาสทุกครั้งที่พบเห็น ทั้งนี้ต้องยืนอยู่บนคุณธรรมทางสังคมด้วย เพราะคนฉวยโอกาสอย่างไร้คุณธรรม เราเรียกว่า คนเอาเปรียบที่สังคมรังเกียจ เราจึงต้องรู้จักแยกการฉวยโอกาสสองแบบนี้ให้ชัดเจนด้วย

สูตรลับทั้งห้าในการก้าวสู่ความเป็นเศรษฐีนั้น หัวใจสำคัญอยู่ที่ การรู้จักใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์สูงสุด เพราะมันนำมาซึ่งรายได้และเงินออมที่เป็นสัญลักษณ์บอกสถานภาพเศรษฐีทางสังคม หากใครสามารถใช้สูตรลับทั้งห้าได้ครบถ้วน เชื่อกันว่า สถานภาพการเงินต้องเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอนเนื่องจากชีวประวัติของหลายเศรษฐีล้วนใช้สูตรเหล่านี้เป็นพื้นฐานหลักอันพิสูจน์แล้วว่า สูตรนี้ใช้แก้ไขได้หลายสถานการณ์และสร้างเศรษฐีมาหลายคนแล้ว ท่านอาจเป็นเศรษฐีคนต่อไปก็ได้ถ้ารู้จักใช้สูตรลับทั้งห้านี้อย่างมีวินัยด้วย

 

*****************************

11/4/2009

พักโทษ พ้นโทษ และ การเมือง

         ถาม       ความแตกต่างระหว่าง พ้นโทษ กับ พักโทษ ?

               ตอบ       คำว่า พ้นโทษ คือ การได้รับอิสรภาพจากการจำคุกตามคำพิพากษาโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ส่วนคำว่า พักโทษ หมายถึง นักโทษยังมีจำนวนวันรับโทษจำคุกอยู่ แต่ได้รับอนุญาตให้อยู่นอกเรือนจำโดยมีเงื่อนไขและตามระยะเวลาจำคุกที่เหลืออยู่ นักโทษที่จะได้รับการพักโทษจากเรือนจำนั้นต้องมีคุณสมบัติตามที่กรมราชทัณฑ์กำหนด เช่น เหลือโทษจำคุก1ใน3ของโทษจริง เป็นนักโทษชั้นดีและประพฤติดี เป็นต้น เขายังเป็นนักโทษอยู่ มิใช่คนอิสระ และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขคุมประพฤติอย่างเคร่งครัด ถ้าละเมิดข้อใดข้อหนึ่งจะถูกจับกลับเข้าเรือนจำและขังตามโทษที่เหลืออยู่อีกครั้ง จุดประสงค์ของการพักโทษ คือ ให้โอกาสนักโทษปรับตัวเข้ากับสังคมนอกเรือนจำก่อนจะได้รับอิสรภาพอย่างแท้จริง

               ถาม       เมื่อนักโทษพ้นโทษแล้ว จะกลับมาเล่นการเมืองอีกได้หรือไม่ ?

               ตอบ       ตามหลักกฎหมายและรัฐธรรมนูญแล้ว นักโทษที่รับโทษจำคุกจริงในเรือนจำจะหมดสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งในระยะเวลาประมาณ 5 ปี แม้จะผ่านพ้น 5 ปีแล้วได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส. ก็จะไม่มีคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลได้ ทำให้อดีตนักการเมืองคนหนึ่งซึ่งผ่านการจำคุกและอยู่ในระหว่างพักโทษประกาศตนไม่เล่นการเมืองอีกเพราะเขาเล่นไม่ได้ตามหลักกฎหมาย

               ถาม       เงื่อนไขคุมประพฤติ คือ อะไร ?

               ตอบ       เจ้าหน้าที่เรือนจำจะกำหนดเงื่อนไขให้นักโทษปฏิบัติเมื่ออยู่นอกเรือนจำเป็นข้อๆ แล้วแต่จะเห็นสมควร เช่น การรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่คุมประพฤติเป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือน กำหนดการย้ายสถานที่อยู่ ข้อห้ามเข้าบางสถานที่ การปฏิบัติตนว่าสำนึกผิดต่อสาธารณชน ห้ามพูดคุยเรื่องใด เจ้าหน้าที่จะเยี่ยมดูสภาพของนักโทษในเคหสถานทุกเวลา ห้ามดื่มสุรายาเสพย์ติด และอื่นๆ ดังนั้น จึงไม่แปลกที่นักโทษซึ่งได้รับการสัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนด้วยคำถามว่า สำนึกผิดในสิ่งที่กระทำไปหรือไม่ เขาจะต้องใช้คำตอบเดียวกัน คือ เขาสำนึกผิดแล้ว เนื่องจากถ้าเขาตอบว่า เฉยๆหรือความหมายเดียวกันหรือไม่ตอบ จักถือเป็นการละเมิดเงื่อนไขคุมประพฤติทันทีและต้องกลับเข้าคุก ทั้งที่ในอดีตนักโทษคนนี้เคยหลบหนีคำพิพากษาจำคุกของศาลนานหลายปี บางคนจำหน้าของเขาได้จึงแจ้งตำรวจให้ไปจับแล้วส่งเข้าเรือนจำจนถึงวันพักโทษของเขา ดังนั้น เขาจะมีจิตสำนึกจริงหรือไม่ มิอาจตรวจสอบได้ชัด แต่ต้องตอบเพื่อมิให้ขัดต่อเงื่อนไข

 

********************************

11/1/2009

ใต้เงาบาป 9

เฉพาะอ่านออนไลน์
ใต้เงาบาป 9
บทประพันธ์ของ "ช่อมณี"

                  ปรานต์ อัครชัยกำลังนั่งรับประทานอาหารค่ำกับสังสิตเพื่อนเก่าในห้องส่วนตัวของภัตตาคารญี่ปุ่น  ทั้งสองมีท่าทางผ่อนคลายมากเมื่ออยู่กันตามลำพัง

คุณตรีบอกนายไหมว่า  ไปหาหมอมาหรือยัง

คำถามของปรานต์ไม่ได้ทำให้เพื่อนเก่ามีสีหน้าเปลี่ยนไปเลย  สังสิตตอบว่า  เธอไม่ชอบพูดเรื่องตัวเองกับใคร  นั่นเป็นนิสัยของเธอ

นายไม่รู้เรอะ ? “

เมื่อคุณแจ้งให้ผมทราบเรื่องนั้น……. “  สังสิตจิบน้ำชาเล็กน้อย  ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า  ผมจึงติดตามเสาะหาเอง

ปรานต์รับสำเนาเอกสารฉบับหนึ่งจากอีกฝ่าย  อะไรรึ ? “

เอกสารการตรวจอาการของคุณตรี ! “

ฉันอ่านไม่รู้เรื่องหรอก  นายบอกมาสิ

สังสิตยิ้มเล็กน้อย  มืออ่อนแรงเกิดจากเธอใช้มันทำงานกับแป้นพิมพ์นานเกินไป  เส้นประสาทจึงอ่อนล้าและแสดงอาการออกมาเช่นนั้น

มีทางรักษาไหม ? “  ปรานต์ถามเสียงรัว  ใจนึกเป็นห่วงเต็มที

หมอให้เธอออกกำลังกายมากขึ้น  จึงช่วยฟื้นฟูได้   สังสิตถอนใจเฮือกใหญ่  ยามบอกว่า  สิ่งที่เธอทำไม่ค่อยได้คือ  ลดการใช้มือบนแป้นพิมพ์น่ะสิ

เด็กดื้อ ! “

สังสิตส่ายศีรษะไปมา  ผมเข้าใจดีว่า  เธอได้พยายามลดการใช้มือ  แต่อาชีพของเธอบังคับให้ทำเช่นนั้น

คุณตรีไม่นึกถึงสุขภาพของตัวเองต่างหาก

ผมว่าเธอรักตัวเองมากเหมือนกันนะ   สังสิตตั้งข้อสังเกต  เมื่อเล่าเหตุการณ์ที่หญิงสาวตื่นเช้ามาออกกำลังกายทุกวัน  หลังได้รับคำแนะนำจากแพทย์ประจำตัว

มันน้อยเกินไปนะ   ปรานต์ชักหงุดหงิดบ้าง  นายเตือนเธอบ้างสิ

หากผมพูดมากไป  เธออาจจับได้ว่าผมติดตามอยู่  คงโกรธ  ไม่ยอมพูดกับผม

แบบนี้ก็แย่น่ะสิ

สังสิตมองอีกฝ่ายอย่างพินิจ  พลางกล่าวเอาใจว่า  ผมจะหาวิธีพูดไม่ให้เธอรู้ตัวก็ได้ครับ

ปรานต์พยักหน้าเห็นด้วย  แล้วยื่นเช็คสองฉบับให้  คุณลุงกับผมช่วยเงินสมทบกับโครงการที่คุณตรีกับนายดูแลอยู่

ฉบับละสามแสนบาท ! “  สังสิตมองตัวเลขในเช็คด้วยความดีใจ

ปรานต์กล่าวย้ำว่า  อย่าบอกชื่อของเราล่ะ  เดี๋ยวคุณตรีไม่ยอมรับเงิน

ผมเข้าใจครับ

ทั้งสองนั่งคุยกันอีกพักใหญ่  เสียงโทรศัพท์มือถือของปรานต์จึงดังขึ้น  เมื่อเขาได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายทำให้สีหน้าของชายหนุ่มเครียดขรึมขึ้นทันใด

ผมจะรีบไปทันที ! “  ปรานต์บอกแล้วเก็บโทรศัพท์โดยเร็ว

มีเรื่องไม่ดีหรือครับ ? “

ปรานต์พยักหน้ารับ  โชคไม่ดีที่มีคุณตรีเข้าไปเกี่ยวด้วยน่ะสิ

เรื่องอะไรครับ ? “  สังสิตถามเสียงรัว

แล้วจะเล่าให้ฟังทีหลังนะ

ปรานต์ทำท่าจะเดินออกไป  สังสิตกล่าวขึ้นว่า  ผมจะไปด้วย ! “

ฉันยังไม่อยากให้คุณตรีรู้เรื่องนายกับฉัน   ปรานต์กล่าวเสียงเด็ดเดี่ยว

อย่าห่วงเลย  ฉันจัดการเรื่องนี้ได้

ครับ   สังสิตจำใจรับคำ  ทั้งที่ใจเป็นห่วงมันตรินี  อย่างไรก็ตามเมื่อปรานต์มีท่าทีมั่นใจในการช่วยเหลือหญิงสาว  เขาจึงโล่งใจได้บ้าง

นายจะนั่งกินต่อไปก็ได้  ฉันเลี้ยงเอง   ปรานต์บอกก่อนจะก้าวเดินไปจากห้องพิเศษแห่งนั้น

 

ชายร่างสูง  ผมสีดำตัดสั้นเกรียนก้าวเข้าไปในโกดังแห่งหนึ่งด้วยท่าทางมาดมั่น  เขากวาดสายตามองไปยังกลุ่มชายฉกรรจ์หกคนที่ยืนรายล้อมหญิงสาวทั้งสองไว้อย่างระแวดระวัง  หัวหน้าชายฉกรรจ์เดินเข้ามาคุยกับปรานต์สักพัก  จึงนำมันตรินีมาหาเจ้าของร่างสูง  จากนั้นก็กลับไปรวมกลุ่มเช่นเดิม

คุณมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ? “  เขาถามขึ้น  เมื่อเห็นมันตรินียังอยู่ในชุดกีฬาสีแดงสลับขาว  แสดงว่าหล่อนอาจกำลังเล่นกีฬาสักอย่างก่อนจะมาอยู่ที่นี่

มันตรินีมีสีหน้ากังวล  ฉันเพิ่งเล่นสควอชเสร็จ  นิตว์ก็โทร.ให้มาที่นี่  เมื่อฉันมาเธอก็ถูกจับตัวไว้แล้ว  พวกนั้นค้นข้าวของในกระเป๋าของฉัน  จึงเห็นนามบัตรของคุณแล้วบังคับให้ติดต่อกับคุณค่ะ

คุณโชคดีที่เขายังเห็นแก่ผมบ้าง  จึงเรียกผมมาพบก่อน    ปรานต์บอกเสียงหนัก

ม่ายงั้นแม้แต่ศพของพวกคุณก็หาไม่เจอแน่

คุณต้องช่วยนิตว์นะคะ

ปรานต์มองคาดคั้น  คุณรู้ไหมว่าทำไมเพื่อนของคุณจึงถูกจับตัวแบบนี้

หญิงสาวพยักหน้ารับโดยดี  พลางย้ำเสียงว่า  ฉันอยากได้เพื่อนกลับมาทั้งที่มีชีวิต ไม่ใช่ศพนะคะ

มันขึ้นอยู่กับความร่วมมือของเธ อ   ปรานต์ตอบ  สีหน้าไม่สบายใจนัก

มันตรินีทำท่าจะเอ่ยบางอย่าง  แต่ชายหนุ่มกล่าวขึ้นก่อนว่า  คุณออกไปคอยข้างนอกก่อน  ผมจะเจรจากับพวกเขาเอง

เราควรแจ้งตำรวจไหมคะ ? “  หล่อนลดเสียงถาม

เชื่อใจผมเถอะ   เขาบอกเสียงหนักแน่น  หากให้ตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้อง  เรื่องจะยาว

มันตรินียอมรับความเห็นของเขา  แต่ยังอิดออดไม่ยอมเดิน  เขาจึงกล่าวพร้อมกับด้วยรอยยิ้มที่มุมปากว่า  พวกนอกกฎหมายด้วยกันพูดง่ายกว่าเยอะ  คุณตรี

หญิงสาวสะอึกเล็กน้อยกับคำพูดของอีกฝ่าย  ซึ่งหล่อนมักเรียกปรานต์เป็นพวกนอกกฎหมายเสมอ  แต่วันนี้หล่อนต้องยอมรับความช่วยเหลือตามแบบฉบับของเขาทั้งที่ไม่เคยชอบวิธีการพวกนี้เลย

ออกไปได้แล้ว  คุณตรี   เขาบอกย้ำเสียง  พลางผลักร่างหญิงสาวเบาๆ

เมื่อมันตรินีเดินออกไปนอกโกดังแห่งนั้น  ปรานต์ก้าวเท้าเข้าไปเจรจากับกลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านั้นทันที

 

มันตรินีเดินไปมาด้วยอาการกระวนกระวายอยู่หน้าโกดังที่ใช้กักขังชนิตว์เพื่อนนักข่าวของหล่อน  เสียงประตูเหล็กเปิดออกหล่อนเห็นปรานต์กับชนิตว์เดินออกมาอย่างปลอดภัย  แต่ดูเหมือนทั้งสองกำลังโต้เถียงกัน  หญิงสาวก้าวเท้าไปหาคนทั้งสองด้วยความดีใจยิ่ง

ฉันต้องเสียเวลา  เสียเงิน  กว่าจะได้ฟิล์มนั้นมา……. “  ชนิตว์พูดอย่างหงุดหงิด  น้ำเสียงขุ่นเคือง  แต่คุณแย่งจากฉันไปให้พวกเขาอย่างง่ายๆ  เท่ากับสนับสนุนการทำผิดกฎหมายของเขานะ

ปรานต์ชะงักฝีเท้า  แล้วหันขวับมาจ้องอีกฝ่ายเขม็ง  พวกนั้นยอมรับฟิล์มคืนไปโดยไม่เอาชีวิตของคุณไปด้วย  นับว่าปรานีแล้วนะ  คุณนักข่าว

แต่…… “

น้ำเสียงของปรานต์แข็งกร้าวยามเอ่ยว่า  ถ้าย้อนเวลาได้คุณจะเลือกเอาฟิล์มหรือชีวิตตัวเองล่ะ  ลองคิดดูสิ

ชนิตว์ยืนนิ่ง  ลำคอตีบตัน  ใจหวาดหวั่นกับเหตุการณ์เมื่อครู่นี้  อันที่จริงคำพูดของชายหนุ่มก็น่าคิด  หล่อนยังนึกเสียดายฟิล์มที่แอบถ่ายภาพการค้าของเถื่อนในท่าเรืออันเป็นความลับมานาน  หากได้ตีพิมพ์หล่อนจะมีชื่อเสียงขึ้นมาอย่างแน่นอน

ฉันก็ไม่ได้เกิดเสียที ! “  ชนิตว์บ่นพึม

คุณน่าจะเขียนเรื่องอื่น  ม่ายงั้นยังไม่ทันเกิดในวงน้ำหมึก  คุณก็ลาโลกนี้ไปแล้ว  คนเราไม่มีโชคดีบ่อยครั้งหรอกนะ  คุณนักข่าว   เขากล่าวเตือน  แล้วเดินไปที่รถของเขาอย่างหัวเสีย

มันตรินีเข้ามาปลอบใจเพื่อนสนิทว่า  เธอยังมีชีวิต  ก็มีโอกาสในอนาคตนะ นิตว์

ฉันไม่มีข้อมูลจะเขียนอีกแล้ว

ค่อยๆคิดก็ได้

ชนิตว์หันขวับมามองเพื่อนร่างเล็กอย่างเอาเรื่อง  เธอรู้จักกับคุณปรานต์มาก่อนรึ ตรี

มันตรินีอึ้งไปนิดหนึ่ง  ก่อนจะพยักหน้ารับ  ชนิตว์เอ่ยตัดพ้อว่า  ทำไมต้องปิดบังกันด้วย  ไม่เห็นฉันเป็นเพื่อนรึไง

เธอไม่ได้ถามนี่นา

ชนิตว์ถอนใจยาว  พลางกระซิบว่า  อย่าเล่าเรื่องที่ฉันบอกกับเธอให้เขารู้นะ  จริงสิ  แล้วเธอเอาชัชไปไว้ไหนล่ะ ตรี

เธอคิดว่า…… “  มันตรินีอ้าปากค้างกับความเข้าใจผิดของเพื่อน

ชนิตว์มองชายหนุ่มซึ่งยืนรออยู่ที่รถของเขาด้วยความเสียดาย  ผู้ชายที่สมบูรณ์ตามแบบฉบับในฝันของสาวๆหายากจริง  เมื่อฉันได้พบก็มีเจ้าของเสียแล้ว  น่าเสียดายจัง

เธอเข้าใจผิดแล้ว  นิตว์

ชนิตว์มีสีหน้าสงสัย  ขณะก้าวตามเพื่อนร่างเล็กไปหาปรานต์

ฉันรู้จักเขาส่วนหนึ่งเพราะคุณปรานต์เป็นเพื่อนสนิทกับพี่ภัคญาติผู้พี่ของฉัน

มันตรินีตอบเสียงชัด  แล้วย้ำอีกว่า  เขาจึงไม่ใช่แฟนของฉัน ! “

ฉันยังมีหวังอีกรึ ! “

ตราบใดที่เขายังไม่มีเจ้าของ  เธอก็มีหวังเสมอแหละ นิตว์

ชนิตว์หรี่ตามองเพื่อนด้วยความฉงน  ไม่กลัวฉันอาจชนะพี่สาวของเธอหรือ  ตรี

หัวใจของคนเปลี่ยนได้เสมอ  จึงไม่มีอะไรแน่นอน   มันตรินีบอกเสียงจริงจัง

พูดราวกับว่าเธอจะไม่รู้สึกอะไร  หากมีคนมาแย่งชัชไป

มันตรินียิ้มเย็น  บางทีอาจเป็นเพราะฉันอ่านหนังสือธรรมะมากล่ะมัง  จึงไม่ยึดติดกับเรื่องหัวใจของคน  แต่ฉันก็จะไม่แย่งคนรักของใครเช่นกัน

มั่นคงดีจัง   ชนิตว์พูดพลางกลั้วเสียงหัวเราะ

มันตรินีบอกเสียงเบาลงว่า  ฉันก็หวังว่าจะมั่นคงตลอดไป ! “

ปรานต์เดินเข้ามาหาหญิงสาวร่างเล็ก  เมื่อชนิตว์ผลุบเข้าไปนั่งที่เบาะหลังแล้ว

คุณเป็นหนี้ผมแล้วนะ

ฉันไม่ลืมหรอกค่ะ   มันตรินีตอบเสียงห้วนเล็กน้อย   แต่สังหรณ์ใจจังว่าคุณจะทวงหนี้แบบที่ฉันไม่ชอบนัก

รับรองว่าไม่ให้คุณทำผิดกฎหมายหรือผิดศีลธรรมแน่นอนครับ  คุณตรี เขากล่าวอย่างมั่นใจ  ก่อนจะเข้าไปนั่งประจำที่คนขับด้วยอารมณ์ดีขึ้น

 

ภายในห้องพักของโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งบนถนนรัชดาภิเษก  ชายหนุ่มผิวขาว  ใบหน้าหล่อคมกำลังนั่งจิบเหล้าในแก้วอย่างใจเย็น  ประตูห้องเปิดออกโดยมีหญิงสาวร่างบอบบางในชุดเสื้อแขนยาว  คอปิด  กระโปรงสั้นเหนือเข่าเผยให้เห็นช่วงขาที่เรียวยาว  ผิวเนียน  ก้าวเท้าเข้ามาด้วยท่าทางเชื่อมั่น  ริมฝีปากแย้มยิ้มเมื่อเห็นชายหนุ่มจ้องมองอยู่

คุณคือกัญญาสินะ   เขาถามขึ้นก่อน  มือหมุนแก้วเหล้าไปมา

หญิงสาวใบหน้างามพยักหน้ารับ  พลางตอบเสียงหวานว่า  ใช่ค่ะ  แล้วคุณล่ะคะ ? “

เริ่มงานของคุณได้แล้ว ! “

กัญญาหุบยิ้มเกือบทันที  เจ้าของใบหน้าหล่อคมมองนัยน์ตากร้าว  น้ำเสียงเข้มยามกล่าวว่า  ถอดเสื้อผ้า  แล้วไปนอนบนเตียง

ฉันไม่ชอบลูกค้าที่ไร้มารยาทเช่นนี้

หญิงสาวทำท่าจะเดินออกไป  เขากระชากร่างบอบบางไว้  แล้วเหวี่ยงลงไปบนเตียงนอน  พลางพูดคำรามในลำคอว่า  ผู้หญิงแบบคุณมีสิทธิ์เลือกลูกค้าด้วยรึ  กัญญา

หยาบคาย ! “

ชายหนุ่มยังกดร่างของกัญญาไว้แน่น  แล้วก้มกระซิบข้างหูว่า  คุณไม่รู้จักผม  แต่คู่ขาประจำของคุณต้องจดจำไว้นานทีเดียว

บ้าที่สุด ! “

หญิงสาวเริ่มดิ้นรนเมื่อเขาระดมจูบอย่างบ้าคลั่ง  สักครู่ชายหนุ่มเงื้อฝ่ามือตบใบหน้าของกัญญาเต็มแรง

ผมต้องการบริการจากคุณให้สมกับเงินที่จ่ายไป  ได้ยินชัดไหม ? “

เลือดไหลซึมจากริมฝีปากสีสดของกัญญา  ดวงตาของเขาพราวระยับเมื่ออีกฝ่ายหยุดดิ้นรน  ชายหนุ่มจับใบหน้าของหล่อนให้มองมาที่ตัวเขา

ผมชื่อพลัช  ธนวัตร ! “

กัญญานอนนิ่งน้ำตาซึมและปล่อยให้ชายหนุ่มผู้เป็นลูกค้าปลดปล่อยอารมณ์ใคร่กับเรือนร่างของหล่อนด้วยความรุนแรงตามความปรารถนาของเขา  ด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวทั้งหัวใจและร่างกายเหลือประมาณ

 

เวลาเดียวกันนั้นปรานต์  อัครชัย กำลังขับรถไปส่งมันตรินีที่บ้านธมนันท์  หลังจากแวะส่งชนิตว์นักข่าวสาวซึ่งเพิ่งผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญมาหมาดๆที่แมนชั่นของหล่อน  ทั้งสองนั่งนิ่งเงียบมาตลอดทาง  ปรานต์เริ่มหมดความอดทน  จึงพูดทำลายความเงียบก่อน

คุณนั่งสมาธิหรือไง  ไม่ได้ยินเสียงพูดสักคำ

ไม่มีอะไรจะพูดต่างหาก   มันตรินีตอบเสียงสะบัดนิดๆ

ปรานต์อมยิ้ม  สีหน้าจริงจังยามเอ่ยเตือนว่า  เพื่อนของคุณชอบทำงานเสี่ยงๆ คุณควรเลี่ยงบ้าง  อย่าคบให้สนิทนัก  เดี๋ยวจะเดือดร้อน

นิสัยนิตว์ชอบความยุติธรรม  จิตใจดี  ชอบผาดโผนบ้าง   หล่อนพูดพลางถอนใจเล็กน้อย  เพื่อนแบบนี้หาไม่ง่ายในยุคนี้  และเรื่องที่เกิดขึ้นล้วนเกี่ยวพันกับงานของเธอ  ฉันไม่อยากเลิกคบกับนิตว์ด้วยเรื่องนี้  มันไม่ยุติธรรมเลย

ผมเข้าใจ  แต่……”

มันตรินีกล่าวขัดขึ้นว่า  เรื่องของฉันกับนิตว์เป็นเรื่องส่วนตัว  คุณไม่ควรก้าวก่ายนะคะ

ก็ได้   เขายอมรับโดยดี

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น  ชายหนุ่มนำรถจอดเข้าข้างทางก่อน  แล้วเปิดช่องเก็บของด้านหน้ารถ  พลางหยิบโทรศัพท์มาฟังด้วยสีหน้าเครียด

คุณรออยู่ที่นั่นนะ  ผมจะไปหาโดยเร็วที่สุด   ปรานต์บอกเสียงเข้ม  แล้วปิดโทรศัพท์ทันที

เพื่อนของผมมีปัญหาหนัก  คงต้องไปส่งคุณทีหลัง

ฉันกลับบ้านเองได้ค่ะ    มันตรินีบอกอย่างเกรงใจ

ผมไม่ยอมปล่อยคุณกลับบ้านคนเดียวแน่   เขายืนกรานหนักแน่น

สีหน้าเครียดขรึมของปรานต์ทำให้หญิงสาวรู้สึกว่าไม่ควรตอแยเขามากนัก  จึงนั่งสงบเงียบไปตลอดทาง  ชายหนุ่มปรายตามองผู้ที่นั่งเคียงข้างนิดหนึ่ง  ก่อนจะเร่งความเร็วเพื่อไปยังจุดหมาย

 

*********โปรดติดตามตอนต่อไป**********

สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย

10/31/2009

คอร์สบอรมใช้ปืนสั้นอย่างปลอดภัยTAS 1 เดือนพ.ย.

การฝึกอบรมยิงปืนระดับต้น TAS1 (การยิงปืนโดยสัญชาตญาณระดับพื้นฐาน) สอนวันที่ 28-29 พฤศจิกายน 52 เวลา 9.00 - 17.00 น. ราคา 2,500 บาทต่อคน จะมีปืนหรือไม่มีปืนก็ได้ (เช่าปืนจากชมรมได้ 500 บาทต่อวัน)

สนใจอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสมัครคอร์สอบรมหรือต้องการให้สอนเฉพาะกลุ่มได้ที่

 

            คุณวรรณพงศ์ 081-9502099                คุณณัฐดนัย 081-9114522  

            คุณกฤษติกา  084-0795144                  คุณชูเกียรติ  081-6850025      

             คุณภัทรา  081-9075002    หรือ เว็บไซด์ของชมรม ที่ www.thaitas.com

 

                                           *****************

10/30/2009

งาช้าง ไม้แหย่แย้เลี่ยมทอง ถึง แหวนทองคำ

               ถาม       การให้จะถือว่ามีผลสมบูรณ์ทางกฎหมายเมื่อไร ?

               ตอบ       หลักกฎหมายที่ยึดถือกันทั้งในโลกตะวันตกและประเทศไทยนั้นแบ่งเป็นการให้อสังหาริมทรัพย์กับสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะมีผลสมบูรณ์ทางกฎหมายแตกต่างกัน ดังนี้ กรณีอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน เรือ เป็นต้น การให้จะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนกับเจ้าหน้าที่รัฐจึงมีผลสมบูรณ์ใช้บังคับกันได้ ส่วนสังหาริมทรัพย์อันได้แก่ สิ่งของที่เคลื่อนที่ได้และไม่ติดตรึงถาวร เช่น แก้วแหวนเงินทอง กล่องไม้สักฝังเพชร งาช้าง กรอบพระเลี่ยมทอง เป็นต้น หากมีการหยิบยื่นและผู้รับได้รับสิ่งของนั้นแล้ว ถือว่าการให้สมบูรณ์ สิ่งของนั้นมีการเปลี่ยนเจ้าของตามกฎหมายทันที

               ถาม       หลักการให้อยู่ในกฎหมายฉบับใด ใช้บังคับกับทุกคน ทุกหน่วยงานหรือไม่

               ตอบ       ตราบใดที่ยังไม่มีกฎหมายบัญญัติเฉพาะกำหนดลักษณะการให้ที่แตกต่างจากกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งใช้บังคับในเวลานี้ ก็ต้องยึดกฎหมายแพ่งฯเป็นหลัก หากมีการพิจารณาเรื่องการให้สิ่งของแก่บุคคล ข้าราชการ ก็ต้องยึดคำวินิจฉัยของศาลฎีกาที่ตัดสินไว้ตามกฎหมายแพ่งฯ

               ถาม       ข้าราชการประจำหรือข้าราชการการเมืองรับงาช้างหรือแหวนทองคำในวันหยุดราชการจะใช้เป็นข้ออ้างว่ามิได้รับสิ่งของในขณะดำรงตำแหน่งนั้นแต่รับการให้ในฐานะบุคคลธรรมดาได้หรือไม่ ?

               ตอบ       กฎหมายกำหนดชัดว่า ข้าราชการจะพ้นสถานภาพต้องตายหรือลาออกหรือเป็นบุคคลต้องห้าม แม้จะเป็นวันหยุดราชการ เขาก็ยังเป็นข้าราชการอยู่ การรับสิ่งของที่เป็นข้อห้ามตามกฎหมายในวันหยุดราชการ จึงใช้อ้างเพื่อยกเว้นความผิดมิได้

               ถาม       ข้ออ้างว่า ไม่รู้มูลค่าสิ่งของขณะรับการให้นั้น ใช้มาตรฐานใดตัดสินการรับรู้ ?

               ตอบ       การรับรู้ของบุคคลนั้นต้องใช้หลักวิญญูชนเป็นพื้นฐานเพื่อดูว่า ผู้ถูกกล่าวหารับรู้เรื่องดังกล่าวได้หรือไม่ ตัวอย่างเช่น เขาเรียนจบปริญญาโทจากเมืองนอกและมีถิ่นฐานอยู่ในกทม. พูดอ่านไทยคล่อง มีเพื่อนฝูงเป็นคนไทยมาก เมื่อเป็นข้าราชการแล้วรับแหวนทองคำหนัก 1 สลึง หรือ งาช้างขนาดใหญ่มูลค่าในท้องตลาด 3 แสนบาท โดยมีการถ่ายภาพต่อหน้าสื่อมวลชนและแพร่ภาพไปทั่วโลก เมื่อมีการร้องเรียนว่าข้าราชการการเมืองคนนี้รับสิ่งของมูลค่าเกินสามพันบาทอันผิดต่อกฎหมายปรามการทุจริต เขาอ้างว่าตอนรับไม่ทราบมูลค่าสิ่งของ หลักพิจารณาการรับรู้มูลค่าเป็นปัจจัยสำคัญของข้อกล่าวหานี้ จึงต้องใช้หลักวิญญูชนมาช่วยตรวจสอบว่า บุคคลอื่นที่มีคุณสมบัติเดียวกับเขารู้หรือไม่ว่าสิ่งของเหล่านั้นมีมูลค่าเท่าใดในเวลาที่รับมอบการให้นั้น ถ้าคนอื่นทราบแน่ เขาก็ย่อมรับรู้มูลค่าของมันในเวลากระทำผิดด้วยตามหลักวิญญูชน จึงมิอาจใช้ข้ออ้างว่าเขาเพียงคนเดียวในเมืองไทยที่ไม่รู้มูลค่าของสิ่งของนั้น เคยมีคำพิพากษาฎีกาเรื่องการรับรู้กฎหมาย เมื่อจำเลยอ้างว่าอยู่ในป่าบนดอย จึงไม่รู้ว่าการกระทำของเขาเป็นความผิดต่อกฎหมายไทย ศาลฎีกาตัดสินว่า คนไทยจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไทยมิได้ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดบังคับว่า คนไทยต้องรู้กฎหมายไทย แม้ข้อเท็จจริงบางคนอาจไม่รู้กฎหมายฉบับนั้นฉบับนี้ก็ตาม กฎหมายตีเหมาว่า บุคคลในแผ่นดินไทยต้องรู้ข้อความในกฎหมายทุกฉบับที่ใช้บังคับในประเทศไทย

               ถาม       การให้และรับงาช้างหรือแหวนทองคำของนักการเมืองคนหนึ่งถือว่าเป็นการให้และรับตามหลักกฎหมายหรือไม่ ?

               ตอบ       เวลานี้หลักการให้สำหรับนักกฎหมายไทยยังต้องยึดถือคำวินิจฉัยของศาลฎีกาอยู่ คือ การให้สังหาริมทรัพย์นั้นต้องมีการส่งมอบในฐานะผู้ให้และรับไว้ในฐานะผู้รับ เมื่อต้องพิจารณาว่านักการเมืองรับสิ่งของเกินมูลค่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ จึงต้องตีความก่อนว่า เขารับสิ่งของไว้หรือไม่  ถ้ามีการรับมอบสิ่งของจากผู้ให้โดยชัดเจน เช่น มีภาพ มีพยานบุคคล มองเห็นหรือแสดงว่าเขาคือผู้รับสิ่งของ ต่อไปก็ต้องดูว่า ขณะรับมอบสิ่งของเขารู้มูลค่าของมันหรือไม่ ถ้าการให้และการรับรู้มูลค่าครบสมบูรณ์จึงเท่ากับเขามีเจตนารับสิ่งของที่มีมูลค่าเกินกว่ากฎหมายกำหนดไว้ ส่วนข้อยกเว้นความรับผิดใด ก็ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดเหล่านั้นทีหลัง หากเป็นกรณีที่ผู้รับมีอาการจิตเภทหรือปัญญาอ่อนตอนที่รับของ จักถือว่า ไม่มีการรับสิ่งของมาแต่ต้น เพราะผู้รับไม่มีสติเพียงพอขณะรับของ อีกกรณีคือ ผู้รับมีไอคิวต่ำ รับรู้ช้า จักยังถือว่าการรับสิ่งของสมบูรณ์อยู่ เพราะเขามีเจตนารับสิ่งของมูลค่าเท่าใด แค่รู้ช้ากว่าคนอื่น

               ถาม       การตีความเรื่อง การให้ ทำแตกต่างจากคำพิพากษาศาลหรือหลักกฎหมายได้หรือไม่ ?

               ตอบ       ปกติการตีความในกฎหมายนั้น เป็นเอกสิทธิ์ขององค์คณะในหน่วยงานที่กฎหมายให้อำนาจชี้ขาดได้ กรณีที่เคยมีพฤติกรรมนี้ในศาลมาก่อนและกฎหมายของตนไม่มีบัญญัติเฉพาะไว้ จักนำกฎหมายใกล้เคียงกันมาใช้วินิจฉัย ถ้าไม่เคยมีพฤติกรรมเทียบเคียงกันได้หรือไม่มีกฎหมายใดบัญญัติมาก่อน องค์คณะนั้นจะใช้วิจารณญาณส่วนตนและหลักกฎหมายเท่าที่มีอยู่วินิจฉัยตีความได้ นี่เป็นพื้นฐานของนักกฎหมายทั่วโลกใช้กันอยู่ ทั้งนี้องค์คณะของหน่วยงานต่างๆนั้นมีอำนาจตีความให้แตกต่างจากคำพิพากษาของศาลก็ได้ แต่ไม่มีอำนาจตีความขยายกฎหมายของตนอันถือเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อให้คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียเปรียบและทำลายหลักความเป็นธรรมในการพิจารณาข้อพิพาท

 

**************************

10/28/2009

เสื่อมสลาย คือ สัจธรรม

เสื่อมสลาย คือ สัจธรรม

 

เขียนโดย  แก้วมณี

 

สารคดีชุด เปิดกรุโบราณในประเทศจีน ตอน เปิดสุสานจักรพรรดิติ้ง แห่งราชวงศ์หมิง ทำให้มองเห็นสัจธรรมสำหรับผู้มีอำนาจทั้งหลายว่า สุดท้ายเถ้ากระดูกก็ไม่มีให้เห็นอีก การคืนชีพกลับมาเสพสุขดังที่หวังหรือเชื่อถือแต่โบราณนั้นล้วนมิใช่ความจริง สิ่งที่ชนรุ่นหลังได้รับรู้หรือเห็นกับสายตาคือ ประวัติ ผลงานในช่วงชีวิตของคนตาย วัตถุต่างๆที่ใส่อยู่ในโลงหรือสุสานเพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ในอดีต ณ เวลาปัจจุบันนั้นเขาไม่มีตัวตนอีกต่อไป แม้จะยิ่งใหญ่เป็นจักรพรรดิหรือฮ่องเต้ที่มีอำนาจเหนือชีวิตชาวจีนมาก่อนก็ตาม สัจธรรมที่ว่า ความตายเป็นสิ่งเที่ยงแท้แน่นอน ทุกคนหนีไม่พ้นความตายไม่ว่าจะมีระดับชนชั้นสูงหรือต่ำล้วนเหลือพื้นที่แค่โลงศพ สิ่งที่จะให้คนอื่นจดจำไว้ คือ ความดีหรือชั่วที่ตนสร้างไว้เมื่อยังมีชีวิตอยู่

ราชวงศ์หมิงถือเป็นราชวงศ์ของจีนที่ครองอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ยาวนานที่สุด และเป็นผู้ริเริ่มก่อสร้างพระราชวังต้องห้ามและใช้สืบทอดกันมาถึงราชวงศ์ชิง ปัจจุบันนี้บางส่วนของราชวังแห่งนี้ก็เป็นที่ทำงานของรัฐบาลจีนด้วย พื้นที่ไม่ห่างจากพระราชวังต้องห้ามเป็นเทือกเขาของสุสานราชวงศ์
หมิงที่มีพระศพจักรพรรดิฝังร่างอยู่ 13 พระองค์ และมีการขุดค้นเปิดสุสานอย่างสมบูรณ์แค่พระองค์เดียว คือ จักรพรรดิ ติ้ง ซึ่งเป็นจักรพรรดิที่ครองราชย์ยาวนานพระองค์หนึ่งและมีชีวิตน่าสนใจพอควร รัชสมัยของพระองค์อยู่เกือบปลายราชวงศ์หมิงที่ถูกกองทัพชิงโค่นล้มซึ่งเป็นรุ่นพระโอรสของพระองค์ครองราชย์พระนามว่า จักรพรรดิฉงเจิน

จักรพรรดิติ้งครองราชย์ต่อจากพระราชบิดาเมื่อพระชนมายุ 10 พรรษา จึงต้องให้ข้าหลวงชั้นผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทน เมื่อพระองค์เติบใหญ่พร้อมจะบริหารแผ่นดินด้วยพระองค์เอง ข้าหลวงกลุ่มนั้นไม่ยินยอมมอบอำนาจคืนแก่พระองค์ แต่ต้องการเชิดพระองค์เป็นหุ่นและทำตามคำสั่งของพวกเขาเท่านั้น จึงสร้างความขัดเคืองใจแก่พระองค์อย่างมาก ความฝันที่พระองค์จะเป็นจอมทัพทำศึกร่วมกับกองทหารของพระองค์สลายลง ด้วยพระชันษาเกือบ 30 ปี พระองค์เบื่อหน่ายการแย่งชิงอำนาจกับกลุ่มข้าหลวงและตระหนักใจดีว่า มิอาจต้านทานจิตทะเยอทะยานของพวกเขาที่อยากให้พระองค์เป็นหุ่นเชิด พระองค์เลือกจะแสดงท่าทีต่อต้านด้วยการวางเฉยและเก็บตัวเงียบหาความสุขสำราญในพระราชฐานชั้นใน การติดต่อระหว่างจักรพรรดิกับกลุ่มข้าหลวงใหญ่จะผ่านขันทีหลวงเท่านั้น เมื่อมีการส่งหนังสือเพื่อขอความเห็นชอบจากจักรพรรดิตามขั้นตอนปกติ หากพระองค์เห็นชอบก็จะลงพระนามแล้วให้ขันทีไปส่งมอบหนังสือแก่ข้าหลวงเท่านั้น งานราชประเพณีทุกอย่างที่จักรพรรดิต้องเกี่ยวข้องด้วย พระองค์จักปฏิเสธทั้งหมด รัชสมัยของพระองค์จึงมีน้อยครั้งมากที่เหล่าข้าหลวงหรือประชาชนจะเห็นงานปฏิบัติของพระองค์หรือข่าวคราวจากพระองค์ กลุ่มข้าหลวงใหญ่จึงบริหารบ้านเมืองอย่างติดขัดเป็นระยะ แม้ไม่พอใจที่มิอาจพบหรือเจรจากับพระองค์ได้ แต่จำต้องยอมรับเพราะพระองค์กระทำตามอำนาจของจักรพรรดิและไม่อยากรับรู้พฤติกรรมของพวกเขาอีก

ณ เวลาส่วนพระองค์ของจักรพรรดิติ้งในเขตพระราชฐานชั้นในนั้นเล่าลือกันว่า พระองค์รอคอยเวลาตายอย่างเดียวซึ่งถือเป็นเวลาแห่งอิสรภาพแท้จริง พระองค์เริ่มก่อสร้างสุสานของพระองค์ขึ้นในเทือกเขาสุสานราชวงศ์หมิงเช่นเดียวกับจักรพรรดิองค์ก่อนๆ แนวคิดของพระองค์คือ จำลองพระราชวังต้องห้ามไว้ในสุสานเยี่ยงเดียววังบนโลก เตรียมสถานที่เก็บพระศพของพระองค์ ของพระมเหสีทั้งสอง จัดวางข้าวของเครื่องใช้สำหรับจักรพรรดิและจักรพรรดินีที่ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ อันมีทั้งถ้วยชามกระเบื้อง ผ้าไหม ผ้าแพรลวดลายงดงามและถักทอด้วยฝีมือเลิศยิ่ง แม้เวลาจะผ่านไปนานนับพันปี วันที่นักประวัติศาสตร์จีนเปิดสุสานของจักรพรรดิติ้งก็ได้เห็นความยั่งยืนของวัตถุที่พระองค์จัดวางไว้ตามความเชื่อที่จะกลับมาฟื้นคืนชีพและเสวยสุขพร้อมกับข้าวของเครื่องใช้ของจักรพรรดิจีนผู้ยิ่งใหญ่ตามฐานันดรศักดิ์ของพระองค์ แต่เมื่อเดินเข้าไปยังห้องบรรจุหีบพระศพของจักรพรรดิและพระมเหสีทั้งสอง พวกเขาเห็นข้าวของอันมีค่าสำหรับจักรพรรดิและพระมเหสี เช่น ผ้าไหมคลุมพระศพ ชุดฉลองพระองค์ของฮ่องเต้และฮองเฮาที่ถักทอลวดลวยงามยิ่ง มงกุฎของจักรพรรดิและพระมเหสีซึ่งทอจากด้ายทองคำและอัญมณีมีค่าหลากสีซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นอย่างงดงามชนิดที่ช่างปัจจุบันยังมิอาจเทียบฝีมือกันได้ แต่สิ่งที่คาดหวังว่าจะได้เห็นหีบพระศพที่สมบูรณ์และงามสง่าเยี่ยงจักรพรรดิ กลับพบเพียงหีบไม้ชั้นดีขนาดใหญ่สามใบที่แตกสลาย ผุพัง ไปตามกาลเวลา ภายในมีเครื่องใช้ส่วนพระองค์ที่ชื่นชอบและใช้เป็นประจำจัดไว้รอบพระศพยังคงวางอยู่ ณ จุดเดิม แต่พระศพได้สูญสลายไปสิ้นแล้วเหลือเพียงเศษผ้าไหมอันเป็นฉลองพระองค์ที่สวมกับศพเหลือทิ้งไว้ให้ชนรุ่นหลังเท่านั้น เถ้ากระดูกก็ไม่มีให้พบเห็นเลย ความยิ่งใหญ่ของสุสานแห่งนี้ คือ ข้าวของเครื่องใช้ของจักรพรรดิติ้งที่ยังคงความงดงามและยิ่งใหญ่ พระราชวังต้องห้ามจำลองที่สร้างเป็นสุสาน หลังจากเสร็จสิ้นพิธีศพของจักรพรรดิติ้งก็เกิดศึกชิงอำนาจระหว่างพระโอรสสองพระองค์ซึ่งเกิดต่างพระมารดา แม้พระองค์จะทำพระพินัยกรรมกำหนดให้พระโอรสที่เกิดจากพระสนมคนโปรดสืบทอดราชบัลลังก์ต่อไป แต่เหล่าขุนนางไม่ยอมทำตามพระบัญชานั้นโดยสนับสนุนพระโอรสอีกองค์ขึ้นครองอำนาจแทน จึงเกิดศึกชิงอำนาจขึ้นในราชสำนัก ต่อมาอีกไม่กี่ปีราชวงศ์หมิงก็สิ้นสลายเพราะกองทัพประชาชนบุกเข้าปล้นและยึดวังล้มล้างราชวงศ์หมิงก่อนที่กองทัพของชิงจะเข้าทำลายพวกเขาได้และก่อตั้งราชวงศ์ชิงขึ้น อันถือเป็นการสิ้นสุดราชวงศ์หมิงอย่างแท้จริง

ภาพความโอ่อ่าสง่างามของสุสานจักรพรรดิติ้ง ข้าวของเครื่องใช้สูงค่าและมากมาย ยังคงอยู่ให้ชนรุ่นหลังเห็นและชื่นชมกับความยิ่งใหญ่ของจักรพรรดิยุคโบราณ ส่วนพระศพสูญสลายไปสิ้น มันบอกยืนยันชัดและเตือนใจชนรุ่นหลังได้ว่า  แม้จะอยู่ในชนชั้นสูงหรือต่ำ เมื่อต้องลาลับจากโลกนี้ไปสู่แดนความตาย ร่างกายต้องย่อยสลายและผุพังไปตามกฎธรรมชาติเสมอ ไม่มีผู้ใดหนีพ้นหลักธรรมนี้ได้ สิ่งที่ชนรุ่นหลังจดจำเกี่ยวกับราชวงศ์หมิง คือ การก่อตั้งอาณาจักรและสืบทอดยาวนานอย่างยิ่งใหญ่ ความเสื่อมโทรมของงานบริหารในรัชสมัยแต่ละพระองค์อันเป็นเหตุให้ราชวงศ์ต้องสูญสลายและเปลี่ยนราชวงศ์ไปในท้ายที่สุดล้วนเกิดขึ้นจากจักรพรรดิและข้าราชบริพารที่เห็นแก่ตัว มัวเมาในกิเลสตัณหา แย่งชิงอำนาจกัน บีบคั้นประชาชนเพื่อความสุขส่วนตัว คนรักชาติ รักแผ่นดิน บริหารบ้านเมืองน้อยกว่าคนชั่ว จักรพรรดิละเลยประชาชน ไร้จิตสำนึกต่อหน้าที่ของจักรพรรดิซึ่งต้องเสียสละเพื่อปวงชนและความผาสุกของบ้านเมืองเป็นหลัก ประวัติศาสตร์ราชวงศ์หมิงนั้นแม้จะมีจักรพรรดิมากพระองค์ที่สุด แต่มีน้อยมากที่จะเป็นที่กล่าวขานในทางชื่นชมสำหรับประชาชนในเวลานั้นหรือนักประวัติศาสตร์ในยุคปัจจุบัน ดังนั้น การเปิดสุสานจักรพรรดิติ้งแห่งราชวงศ์หมิงช่วยยืนยันหลักธรรมที่ว่า ความตาย คือ ความว่างเปล่าและเป็นสิ่งที่แน่นอนอย่างเดียวของมนุษย์ สิ่งที่เหลือไว้ในปฐพีนี้ คือ ผลของการทำดีหรือทำชั่วที่เขาหรือเธอกระทำไว้เมื่อยังมีชีวิตว่า จะเป็นที่กล่าวขานในทางดีหรือร้ายให้ผู้คนคิดถึงชื่นชมหรือประณามหยามเหยียด ประชาชนรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินหรือในพระราชวังของจักรพรรดิ แม้ไม่อาจพูดได้ถนัดปาก แต่ความเกลียดที่ประชาชนแสดงออกให้โลกเห็น แม้จะแตะต้องคนที่พวกเขาเกลียดไม่ได้ จนกลายเป็นที่กล่าวขานมาถึงยุคปัจจุบัน คือ ตำนานการทำปาท่องโก๋ซึ่งประชาชนได้รับการกดขี่ข่มเหงจากข้าหลวงชั้นผู้ใหญ่และจักรพรรดิที่อ่อนแอ พวกเขาต้องการประณามและแสดงความไม่พอใจอย่างยิ่ง จึงปั้นแป้งสองชิ้นแล้วนำมาติดกัน จากนั้นไปทอดในน้ำมันเดือด แล้วนำมากินอย่างเอร็ดอร่อยเพื่อความสะใจของประชาชน ปาท่องโก๋คือตัวแทนข้าหลวงชั่ว น้ำมันเดือดคือความแค้นใจของประชาชน มันเป็นการตอบโต้ของประชาชน จักรพรรดิที่อ่อนแอไม่ดูแลแผ่นดินให้สงบสุขหรือเป็นทรราชย์จักถูกประณามสืบทอดกันมาชั่วลูกชั่วหลานในหมู่ประชาชนอย่างไม่มีวันลืมเลือนได้ แม้จะไม่เหลือเถ้าถ่านแต่คำกล่าวขานในทางไม่ดีจะยังคงได้ยินอยู่ถึงชนรุ่นหลัง สังขารไม่เที่ยงแท้ ผลกรรมไม่ว่าดีหรือชั่วที่กระทำบนโลกสืบทอดยาวนานไม่สูญสลายแตกต่างจากเลือดเนื้อของคน สุดท้ายก็เหลือแค่พื้นที่สี่เหลี่ยมเล็กที่ร่างเหยียดยาวได้เท่านั้น มันเป็นสัจธรรมโดยแท้

 

****************************

10/24/2009

ความแข็ง กับ ความอ่อน

ความแข็ง และ ความอ่อน

 

ขุนพลที่สันทัดในการนำทัพ ย่อมมีพร้อมทั้งความแข็งที่มิอาจหักล้างลงได้และความอ่อนที่ไม่ยอมสยบหัว ดังนั้น จึงสามารถชนะความแข็งด้วยความอ่อน ชนะข้าศึกที่เข้มแข็งด้วยกำลังที่อ่อนกว่า ถ้าแม้นมีความอ่อนอย่างเดียว พลังรบแห่งกองทัพย่อมถูกบั่นทอนได้โดยง่าย ถ้ามีความแข็งอย่างเดียว พลังรบแห่งกองทัพจะถูกตีสูญสิ้นไปในที่สุด พึงพร้อมด้วยความแข็งและความอ่อน แข็งอ่อนประสานกัน จึงต้องด้วยหลักแห่งขุนพล

 

ความหมาย

 

หลักคิดเรื่องความอ่อน ความแข็ง นี้ขงเบ้งต้องการให้รู้จักคิดวิเคราะห์สถานการณ์อย่างมีสติและยึดธาตุแท้ของเหตุการณ์ให้ได้ แม้จะกำลังอยู่ในสถานการณ์คับขันเพียงใดก็ตาม อันเป็นหัวใจสำคัญของ การประสานความแข็งกับความอ่อนเข้าด้วยกันโดยอาศัยความสุขุมเยือกเย็นและสมองอันแจ่มใสหนักแน่นของผู้นำ ดังนั้น ผู้นำจึงต้องฝึกฝนบังคับตนให้มีความเยือกเย็นและรอบรู้เมื่อต้องอยู่ในสภาวะคับขันและอันตรายอย่างยิ่ง เพื่อนำพากองทัพหรือองค์กรไปสู่ความปลอดภัยหรือชัยชนะ

***************************

10/22/2009

เตือนภัยหวัดใหญ่2009ยังอยู่ในไทย

            งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 2/2552 เริ่มตั้งแต่ 15-25 ตุลาคม ที่ศูนย์ประชุมสิริกิตต์ ตอนนี้ก็ใกล้เวลาสิ้นสุดงานแล้ว  ฝากเตือนมิให้ชะล่าใจกับเชื้อไข้หวัด 2009 ที่ยังระบาดในเมืองไทย และองค์การอนามัยโลกประกาศเตือนการระบาดใหญ่อีกครั้งของเชื้อตัวนี้ที่เชื่อว่าจะหนักและแผ่ขยายกว้างขึ้นด้วยลักษณะภูมิอากาศเย็น ชื้น ของแต่ละทวีป ขณะที่รัฐบาลไทยยกเลิกประกาศตัวเลขคนติดเชื้อ คนตาย ในไทยไปแล้วเพราะเกรงทำลายภาพลักษณ์งานประชุมเอเชียนที่หัวหิน อันอาจส่งผลให้คนไทยชะล่าใจว่าไม่มีโรคนี้ในเมืองไทยแล้ว

            อันที่จริงไข้หวัดใหญ่ 2009 ยังระบาดอยู่ในทุกท้องที่ของไทย เพียงแต่รัฐไม่ประกาศตัวเลขเท่านั้น เชื้อนี้จะเป็นอันตรายสูงสุดกับเด็ก คนแก่ เพราะจะตายภายใน 3 วัน ถ้าไม่ได้รับยารักษาทันเวลา เชื้อจะทำลายปอดเป็นหลัก ส่วนการเก็บยาของรัฐไม่ได้มีมากตามที่แจ้งไว้เพราะขาดเงินซื้อยา ถ้ามีการระบาดหนัก ทุกชาติจะเก็บยาไว้ใช้กับพลเมืองของตนซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ฝรั่งเป็นคนผลิตยารักษาโรคนี้ ย่อมใช้เพื่อฝรั่งด้วยกัน ไม่มีทางเผื่อแผ่มาถึงชาติเอเชียแน่ ส่วนคนไทยก็มีการแบ่งระดับชั้นไว้ในการรับยา ชนชั้นสูงมีบรรดาศักดิ์ทั้งหลาย ข้าราชการ นักการเมืองและคนรวยมีสิทธิ์รับยาก่อน ชาวบ้านเป็นตัวเลือกสุดท้าย

            หากไม่ต้องการเป็นตัวเลือกสุดท้ายต้องป้องกันมิให้ติดเชื้อนี้ก่อนด้วยวิธีราคาถูกมาก คือ ล้างมือบ่อยด้วยสบู่หรือเจล กินของร้อน ใช้ช้อนกลาง ออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรง เลี่ยงอยู่ในที่ชุมชนหนาแน่น เลือกอยู่สถานที่โปร่ง อากาศถ่ายเทดี หากเป็นไข้สูง อาการคล้ายหวัด ถ้าเป็นเด็กหรือคนแก่ ควรพบแพทย์โดยเร็วเพื่อคัดกรองว่าเป็นหวัดธรรมดาหรือหวัดใหญ่2009 ถ้าไม่อยากให้เด็กหรือคนแก่ตาย ก็ควรเลี่ยงพาพวกเขาไปห้างสรรพสินค้า หรือที่ชุมชมหนาแน่น ช่วงนี้อากาศในไทยปรวนแปรมาก การติดเชื้อย่อมง่ายมาก ถ้ารักพวกเขาก็ไม่ควรพาไปอยู่ในที่เสี่ยงตาย

            อีกสถานที่หนึ่งที่พึงเลี่ยงอย่างมาก คือ หัวหิน เพราะมีการเข้ามาของสื่อต่างชาติและเจ้าหน้าที่ต่างชาติซึ่งอาจมีเชื้อหวัดใหญ่2009ในเขตประเทศของเขาอยู่ในร่างกาย แต่ยังไม่แสดงอาการ เมื่อรวมกับเชื้อในพื้นที่หัวหิน เท่ากับสะสมเชื้อเพิ่มสูงพิเศษ ถ้าร่างกายของใครอ่อนแอเล็กน้อย ก็มีสิทธิ์ติดเชื้อง่ายขึ้น ถ้าไม่อยากตายหรือติดเชื้อหรือไม่อยากเป็นตัวเลือกสุดท้ายของรัฐบาล ก็ควรเลี่ยงจากหัวหิน

****************************

10/20/2009

จัดการหนี้อย่างมีสติ

จัดการหนี้อย่างมีสติ

 

เขียนโดย  ลูกแก้ว

 

เบื้องหลังของหนี้เงินมาจากสภาพเครดิตของผู้กู้ว่าดีมากหรือน้อย จักส่งผลต่อจำนวนเงินกู้ยืมด้วย เจ้าหนี้ใช้ประวัติธุรกรรมการเงิน รายได้ และลักษณะอาชีพของผู้กู้ในการประเมินให้สินเชื่อเป็นหลัก การกู้หนี้ได้จึงถือว่า ผู้กู้มีเครดิตดี อีกด้านหนึ่งคือ การจ่ายคืนหนี้ได้ตามเวลาในสัญญายังสร้างเครดิตที่ดีแก่ลูกหนี้ด้วย เมื่อต้องมีการกู้ยืมครั้งต่อไป ประวัติการใช้หนี้ที่อยู่ในเครดิตบูโรช่วยให้เจ้าหนี้คนใหม่ยินยอมให้กู้ยืมง่ายขึ้น เราจักเห็นว่า เงินกู้มีด้านดีและด้านมืดที่ส่งผลต่อลูกหนี้ได้ ดังนั้น ลูกหนี้จึงต้องมีสติในการกู้หรือการใช้คืนหนี้ ถ้าไม่อยากถูกบันทึกประวัติเสียในเครดิตบูโรอันส่งผลต่อการทำธุรกรรมในอนาคต

การกู้หนี้ยืมเงินจากเจ้าหนี้บุคคลธรรมดาหรือสถาบันการเงิน ผู้กู้หรือลูกหนี้ล้วนมีเหตุผลประกอบการกู้ทั้งที่น่าเชื่อถือหรือไร้สาระก็ได้ บางคนต้องการกู้เงินไปปรับปรุงกิจการ บ้างไปซื้อรถหรือเครื่องประดับราคาแพง บ้างนำเงินกู้ไปเที่ยวเตร่หาความสุข ปัจจุบันนี้มีแหล่งเงินกู้ที่หาง่ายขึ้น นอกเหนือจากการใช้สัญญากู้ เช่น การกดบัตรเครดิตเบิกเงินสดล่วงหน้า มันจะกลายเป็นเงินกู้ทันที การขอสินเชื่อบัญชีเดินสะพัด และอื่นๆ ส่วนใหญ่ตอนได้เงินกู้มามักคิดว่าเดี๋ยวก็หาไปคืนได้ บ้างก็คิดว่ากู้ประเดี๋ยวจะคืน เมื่อถึงเวลาอันควรที่ต้องคืนเงิน หลายคนอาจเกิดปัญหาคืนเงินไม่ทันเวลา จึงกลายเป็นหนี้พอกสะสมทบทวีขึ้นจนกลายสภาพเป็นคนแบกหนี้หลังแอ่น บางคนก็ตั้งใจกู้ยืมเงินเพื่อโกงเจ้าหนี้แล้วเชิดเงินหนีหายไป เจ้าหนี้จึงมีหลายวิธีในการตามทวงหนี้หรือลดความเสียหายของตนลง อาทิเช่น จ้างคนทวงหนี้แบบโหด ดำเนินคดีทางกฎหมาย ขู่เพิ่มดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมสารพัดชื่อ และอื่นๆ

หนี้ที่สร้างปัญหาในสังคมมากที่สุดเมื่อเศรษฐกิจตกต่ำ คือ หนี้บัตรเครดิต เนื่องจากเป็นการก่อหนี้ที่ง่าย ไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก แต่ละคนอาจมีบัตรหลายใบทำให้มีวงเงินเบิกได้มากเมื่อเทียบกับศักยภาพแท้จริงของผู้ใช้บัตร หลายคนจึงก่อหนี้โดยขาดสติ เมื่อรู้ตัวก็เป็นหนี้เกินความสามารถจะใช้คืนแล้ว อีกทั้งสถาบันการเงินพยายามกระตุ้นให้ใช้บัตรเพื่อรับค่าธรรมเนียมจากร้านค้าที่ถูกรูดบัตรซึ่งเป็นรายได้ของสถาบันฯ ลูกหนี้บัตรเครดิตจึงเกิดขึ้นง่าย แม้จะมีข้อเสนอให้จ่ายคืนเงินแก่สถาบันฯด้วยเวลากว่า 45 วัน แต่เจ้าของบัตรที่รูดเพลินจักไม่สามารถจ่ายคืนหนี้ได้ทันเวลา จนกลายเป็นหนี้สะสมทุกเดือนพร้อมกับดอกเบี้ย 20 % ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยเต็มเพดานที่ธนาคารชาติอนุญาตให้สถาบันการเงินคิดกับลูกหนี้บัตรเครดิตได้ สิ่งที่ผู้ใช้บัตรมักลืมดูในใบแจ้งหนี้ คือ อัตราดอกเบี้ย 20 % กรณีผิดนัดชำระหนี้ซึ่งจะพอกทวีขึ้นทุกรอบเรียกชำระ ตัวอย่างเช่น รอบนี้ค้างไว้ 100 บาท จะถูกคิดอัตราดอกเบี้ยนี้เข้าไปทันทีที่พ้นเวลาชำระหนี้ว่าหนี้ค้างอยู่ 120 บาท รอบถัดไปมีการใช้บัตรมูลค่า 100 บาท แล้วไม่จ่ายตามเวลาอีก จะเท่ากับ 100 + 120 + อัตราดอกเบี้ย 20 % จะกลายเป็นหนี้ในรอบถัดไปเรื่อยๆ เมื่อทบกับยอดใช้จ่ายใหม่ ผู้ใช้บัตรจึงแบกหนี้ที่มีดอกเบี้ยซ้อนทบทวีจนสุดท้ายก็กลายเป็นหลักแสนหลักล้านในเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้น อีกทั้งยังมีค่าธรรมเนียมทวงหนี้ที่คิดทุกเดือนในจดหมายทวงหนี้จนกว่าจะได้รับชำระครบถ้วน

ลูกหนี้อีกประเภท คือ ลูกหนี้สินเชื่อต่างๆ เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน สินเชื่อบัญชีเดินสะพัด และสารพัดชื่อต่างๆ ถือเป็นสัญญากู้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และอยู่ในความควบคุมของธนาคารชาติซึ่งกำหนดอัตราดอกเบี้ยส่วนใหญ่ในเวลานี้ประมาณ 5 – 8 เปอร์เซนต์ อันเป็นไปตามกลไกตลาดที่เจ้าหนี้กำลังแย่งลูกหนี้ให้มาใช้สินเชื่อของตนเพราะดอกเบี้ยเป็นรายได้หลักของสถาบันการเงินในเวลานี้ การคิดดอกเบี้ยผิดนัดก็มีอัตรา 7%  อีกอย่างหนึ่งคือ การให้สินเชื่อของสถาบันการเงินจะมีขั้นตอนตรวจสอบลูกหนี้ละเอียดและมีระบบป้องกันความเสียหายไว้ จึงสามารถให้อัตราดอกเบี้ยที่ไม่แพงได้เพราะความเสี่ยงต่ำ อันแตกต่างจากหนี้บัตรเครดิตที่เลือกลูกค้าไม่ได้ นอกจากนั้นสัญญาสินเชื่อต่างๆมักมีการนำทรัพย์สินของลูกหนี้หรือบุคคลเพื่อค้ำประกันหนี้สินไว้ ทำให้เจ้าหนี้ลดความเสียหายหรือความเสี่ยงลงอย่างมาก ถ้าลูกหนี้ไม่สามารถใช้คืนหนี้ได้ตามกำหนดเวลา เจ้าหนี้ก็ไปเรียกเงินจากผู้ค้ำประกันหรือเอาทรัพย์สินไปขายทอดตลาด เมื่อความเสี่ยงต่ำ การคิดอัตราดอกเบี้ยจึงไม่สูงเท่าอัตราที่คิดกับลูกหนี้บัตรเครดิตอย่างเห็นได้ชัด

ก่อนจะก่อหนี้ยืมเงินแบบไหน ลูกหนี้ควรใช้สติคิดพิจารณาข้อดีข้อเสียและศักยภาพของตนก่อนว่า ควรเป็นหนี้หรือไม่ ความสามารถใช้คืนเงิน แหล่งเงินกู้ นักธุรกิจรุ่นใหม่บางคนมักง่ายหรือไม่ต้องการไปยื่นขอสินเชื่อเพื่อกิจการ จึงกดเบิกเงินสดล่วงหน้าจากบัตรเครดิตมาเป็นเงินหมุนเวียนหรือเพื่อลงทุน หวังว่าจะนำรายได้หรือกำไรจากกิจการไปจ่ายคืนทีหลัง แต่การคาดการณ์อาจผิดพลาดด้วยหลายสาเหตุ ทำให้ต้องแบกอัตราดอกเบี้ย 20 % ต่อไปจนพอกพูนหนี้นับแสนบาทด้วยเวลาไม่กี่เดือน ทั้งที่ค้าขายได้แค่เดือนละไม่กี่พันบาทหรือใช้เงินประเภทนี้เพื่อซื้อของสนองตัณหาหรือเที่ยวเตร่ แต่มีเงินเดือนแค่เดือนละไม่ถึงสองหมื่นบาท ยิ่งไม่ยอมจ่ายหรือจ่ายแบบจำนวนขั้นต่ำก็จะพอกพูนหนี้เงินต้นที่บวกอัตราดอกเบี้ยสูงนี้ไปทุกเดือน ในที่สุดก็ถูกระงับการใช้บัตร สิ่งที่ลูกหนี้ต้องเจอคือ มิใช่แค่อัตราดอกเบี้ยที่สูงมากเท่านั้น เมื่อคิดตัวเลขหนี้สินทั้งหมดจะเห็นตัวเลขค่าธรรมเนียมติดตามหนี้เดือนละ 300 – 500 บาท(แล้วแต่อัตราของสถาบันการเงิน) และชื่อค่าธรรมเนียมแปลกๆที่บวกเพิ่มเข้าไปทุกเดือน ดังนั้น หนี้สินจากบัตรเครดิตซึ่งควรจะบวกแค่อัตราดอกเบี้ยก็ต้องเจอค่าธรรมเนียมสารพัดชื่ออีก ทำให้ตัวเลขหนี้สูงขึ้น หนี้ใช้จ่ายโดยบัตรเครดิตล้วนๆก็มีอัตราดอกเบี้ยทบต้นซ่อนอยู่ ทำให้มองไม่เห็นหนี้แท้จริงของลูกหนี้ สรุปคือ หนี้แท้จริงของลูกหนี้อาจไม่สูง แต่หนี้อุปกรณ์ปกคลุมจนมองแทบไม่เห็นตัวเลขจริง ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่า ลูกหนี้ได้เซ็นชื่อยอมรับค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการใช้บัตรเครดิตแล้วในสัญญาครั้งแรกที่ขอมีบัตรกับสถาบันการเงิน จึงเป็นสิทธิ์ของเจ้าหนี้โดยชอบ

เจ้าหนี้มีรายได้จากดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมต่างๆซึ่งลูกหนี้ต้องจ่ายเมื่อใช้บริการ เงินเหล่านั้นก็เป็นเงินเดือนที่จ้างพนักงานบริการลูกค้าในแผนกต่างๆ รวมทั้งค่าติดตามทวงหนี้ด้วย เมื่อเกิดสถานการณ์หนี้สินพอกพูนเกินความสามารถของลูกหนี้จากการประเมินของเจ้าหนี้ สิ่งที่ต้องพบ คือ จดหมายทวงหนี้ การส่งคนไปแจ้งเตือน และขู่ว่าจะฟ้องคดีที่ศาลถ้าไม่จ่ายคืนเงินภายใน 7-30 วัน อันสร้างความตื่นตระหนกใจแก่ลูกหนี้อย่างมาก บางคนลนลานยิ่งเมื่อตัวเลขหนี้สินเป็นหลักแสนหรือหลักล้านบาท จึงตระหนักใจว่าไม่มีทางใช้หนี้ภายในเวลานั้นได้

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปัญหาทวงหนี้และระยะเวลาชำระคืนสั้น ควรตั้งสติให้มั่นคงก่อน ทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ไขเสมอ ขอเพียงมีสติจะมองเห็นมันได้ ก่อนอื่นควรทราบว่า เจ้าหนี้ต้องการเงินคืนเท่านั้น ขอเพียงเห็นว่าลูกหนี้ไม่คิดหนีหนี้ แค่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน สุจริตใจที่จะคืนเงิน ความตายของลูกหนี้ไม่มีประโยชน์ต่อเจ้าหนี้เลย แหล่งรายได้ของลูกหนี้น่าเชื่อถือ การเจรจาทยอยผ่อนคืนหนี้จะเกิดขึ้นง่าย ดังนั้น ลูกหนี้ต้องตั้งสติในการลดตัวเลขหนี้ลงให้เต็มความสามารถก่อน ด้วยการนำตัวเลขหนี้เปรียบเทียบกับหลักทรัพย์ต่างๆที่ถือครองอยู่ว่า จะเหลือตัวเลขหนี้เท่าไร การขายหลักทรัพย์ออกไปด้วยตัวเองย่อมได้ราคาสูงกว่าปล่อยให้เจ้าหนี้ยึดไปตีราคาหรือประมูลขายเพื่อชำระหนี้เองเพราะจะได้ราคาซื้อขายที่ต่ำมากและมักไม่พอชำระหนี้ ทำให้ลูกหนี้ยังเป็นหนี้ต่อไป

หนี้บัตรเครดิตมีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 20 % ถ้าไม่มีหลักทรัพย์เพื่อลดทอนหนี้ได้ ก็ควรหาแหล่งเงินกู้ที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่าไปปิดหนี้บัตรฯก่อน เช่น กู้ยืมจากพ่อแม่ญาติพี่น้อง เปลี่ยนหนี้บัตรฯไปเป็นหนี้ตามสัญญากู้ที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่า เป็นต้น ทั้งนี้การเปลี่ยนรูปแบบการกู้ยังต้องอาศัยคุณสมบัติส่วนตัวของลูกหนี้ว่าน่าเชื่อถือในแหล่งรายได้ที่จะชำระคืนหรือไม่ เช่น ยังทำงานอยู่ ระดับเงินเดือนพอคืนเงินหรือไม่ ลักษณะวิชาชีพ เป็นต้น ดังนั้น ถ้าลูกหนี้ตกงานหรือกิจการล้มหรือมีประวัติชอบเบี้ยวหนี้ มีคดีความทางการเงินเยอะ การปรับเปลี่ยนไปอยู่ในระบบสัญญากู้ที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่า คงทำยากขึ้น ดังนั้น การรักษาเครดิตธุรกรรมจึงเป็นเรื่องสำคัญ

การปรับโครงสร้างหนี้เดิมไปเป็นสัญญากู้ใหม่เป็นเรื่องฮิตที่สถาบันการเงินจะใช้กับลูกหนี้ซึ่งยังมีหวังในการได้เงินกู้คืน โดยให้ทยอยคืนเป็นรายเดือนในอัตราแน่นอน ทั้งนี้ ลูกหนี้ต้องเจรจาหาตัวเลขหนี้ที่เหมาะสมและเป็นธรรมด้วย คือ เจ้าหนี้ควรลดทอนหรือหักดอกเบี้ยทบต้นที่แทรกในตัวเลขหนี้ทั้งหมดออกไปเพื่อให้เหลือเงินต้นจริงและอัตราดอกเบี้ยที่ลูกหนี้จ่ายได้จริง เจ้าหนี้ยอมลดตัวเลขกำไรลง ส่วนค่าติดตามหนี้ก็ต้องเป็นจำนวนที่เป็นธรรมด้วย ก่อนการเจรจานั้นลูกหนี้ต้องเตรียมข้อมูลส่วนของตน อาทิ แหล่งรายได้จริง ศักยภาพของลูกหนี้ หลักทรัพย์หรือคนที่จะค้ำประกันหนี้ใหม่เพื่อให้เจ้าหนี้เชื่อถือว่า ต้องได้เงินคืนแน่ การแสดงความสุจริตใจว่าต้องการใช้หนี้ ความอดทนต่อการพูดข่มขู่หรือคำพูดไม่สบายหูจากฝ่ายเจ้าหนี้ เป็นต้น การเจรจาจึงเริ่มต้นและสิ้นสุดด้วยดีได้

เมื่อได้รับจดหมายทวงหนี้ซึ่งแสดงว่าศักยภาพการจ่ายคืนหนี้เริ่มมีปัญหาจนกระทั่งเจ้าหนี้ไม่วางใจอีกต่อไป ลูกหนี้ไม่ควรหลบหนีหนี้เพราะจะทำลายเครดิตบูโรของตนอันส่งผลต่อการกู้ยืมในอนาคต เช่น การกู้เงินซื้อบ้าน ซื้อรถ ขอสินเชื่อ เป็นต้น บางคนอาจเถียงว่า หนี 10 ปีก็ไม่ต้องใช้หนี้แล้ว แต่เวลา 10 ปีนั้นอาจสร้างอนาคตดีๆได้อีกมาก แต่ต้องใช้ชีวิตหลบซ่อนตัวจากเจ้าหนี้อย่างไร้ความสุขหรือไร้อนาคต ดังนั้น จึงควรคลายปัญหาทีละเปลาะด้วยสติก่อน การเจรจาต่อรองหนี้สินนั้นสามารถทำได้ทั้งก่อนหรือหลังขึ้นศาลก็ได้ ถ้าก่อนขึ้นศาลเจ้าหนี้ไม่ยอมลดหย่อนผ่อนปรน ก็รอให้ฟ้องศาลก่อนเพื่อศาลจะจัดทีมเจรจาประนอมหนี้ขึ้นโดยมีผู้พิพากษาหรือเจ้าหน้าที่ศาลเป็นตัวกลางพูดคุยเพื่อหาข้อยุติให้สองฝ่ายพอใจและเป็นธรรม ลูกหนี้สามารถยื่นข้อเสนอที่จะคืนเงินตามศักยภาพของตนก็ได้ มันจึงไม่ใช่ทางตันเมื่อเจ้าหนี้ไม่ยอมคุยด้วย ส่วนใหญ่เจ้าหนี้ต้องการเงินคืนหรือทำการค้าขายก็อยากได้กำไรไม่ว่ามากหรือน้อย ถ้าลูกหนี้แสดงความสุจริตใจตีแผ่ศักยภาพแท้จริงในการคืนเงินให้เจ้าหนี้รับทราบว่าผ่อนคืนได้เท่าไร เจ้าหนี้มักยอมรับฟังและรับข้อเสนอนั้นเพราะเขาแค่ลดกำไรลงหรือลดความเสียหายลง แต่หนี้ไม่สูญทั้งหมด

ก่อนการก่อหนี้เป็นเรื่องสำคัญเพราะทุกคนจะมีเครดิตทางการเงินเท่าเทียมกันหมด วันใดที่เริ่มกู้เงินจะถูกบันทึกการจ่ายคืนเงิน การค้างชำระ เครดิตของบุคคลนั้นจะเป็นเส้นกราฟที่อาจสูงหรือต่ำได้จากวินัยการเงิน ถ้ามันลดต่ำกว่าเส้นมาตรฐานเมื่อไร จะกลายเป็นเส้นแดงอันพึงระวังของเจ้าหนี้และเครดิตของลูกหนี้มีปัญหาแน่ การใช้เงินจากสินเชื่อต่างๆควรใช้เพื่อเหตุผลตามที่ขอกู้เท่านั้น การใช้เงินผิดประเภทสร้างปัญหาหนักแก่ลูกหนี้เสมอ เช่น กู้เงินเพื่อปรับปรุงกิจการ แต่เอาไปซื้อรถหรู ซื้อบ้านใหม่ เมื่อกิจการขาดเงินก็ไม่มีปัญญาจ่ายเงินคืนหนี้ เป็นต้น คนใช้บัตรเครดิตควรรักษาวินัยทางการเงิน ด้วยการเลือกชำระเงินเต็มวงเงินทุกรอบบิล ขอให้เตือนตนเสมอว่า การชำระขั้นต่ำเท่ากับสร้างหนี้สินและถูกคิดดอกเบี้ยอัตราสูงสุดเมื่อเทียบกับการใช้สินเชื่อทั่วไป ผู้ใช้บัตรต้องไม่กดเงินสดเบิกล่วงหน้าจากบัตรเครดิตเด็ดขาดเพราะมันคือการกู้เงินด้วยอัตราดอกเบี้ย 20 % ควรเข้มงวดต่อการใช้เงินเยี่ยงมีเงินสดติดตัว และบัตรเครดิตเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกอย่างหนึ่ง คือ มีรายได้แค่ไหน หลังหักเงินออมทุกเดือนแล้ว จึงเป็นเงินที่ใช้จ่ายได้ การไม่มีเงินออมในชีวิตเลย คนไม่มีอนาคตจึงกระทำกัน เงินออมจะมีประโยชน์ยามประสบปัญหาทางการเงินหรือปัญหาสุขภาพให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้ต่อไปอย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ดังนั้น การก่อหนี้ยืมเงินไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่ควรอยู่ในขอบเขตที่ผู้กู้สามารถรับผิดชอบได้ ระวังการใช้ชีวิตหรือใช้เงินให้เหมาะสมและจำเป็นเท่านั้น ใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ในการทำงาน เมื่อเป็นหนี้ก็ต้องชดใช้ การหนีมิใช่ยุติปัญหา แต่เป็นการต่ออายุของปัญหาให้ยาวขึ้น การแก้ปัญหาต้องทำด้วยสติ ศักยภาพในหารายได้คือสิ่งที่เจ้าหนี้ให้ความสำคัญอันดับต้นและช่วยให้การเจรจาประนอมหนี้ทำง่ายขึ้น หนทางสุดท้ายที่ลูกหนี้จะต้องพบเมื่อไม่จ่ายคืนหนี้ คือ การเป็นบุคคลล้มละลายหรือเรียกสั้นๆว่าตายทางแพ่ง อันส่งผลให้ทำธุรกรรมทุกชนิดไม่ได้ ถ้ามีทรัพย์สินหรือรายได้งอกเงยก็ถูกยึดไปใช้หนี้ทั้งหมด มันไม่ใช่ทางปิดของลูกหนี้ซึ่งมีหนี้สินตั้งแต่หนึ่งล้านบาทขึ้นไปเพราะกฎหมายให้เวลา 3 ปี สำหรับคนล้มละลายสุจริตหรือ 10 ปีสำหรับคนล้มละลายทุจริตหรือไม่ให้ความร่วมมือกับศาลหรือเจ้าหนี้ มีสิทธิ์ขอให้พ้นจากการล้มละลายได้ซึ่งจะช่วยล้างหนี้ทั้งหมด ประวัติการล้มละลายนี้จะส่งผลร้ายต่อบุคคลนั้นตลอดชีวิตเพราะจะมีบันทึกการล้มละลายไว้เตือนเจ้าหนี้ทางการเงินเสมอ บางอาชีพมีกฎห้ามลูกจ้างที่เคยเป็นบุคคลล้มละลายมาก่อนทำงานนั้น ข้อจำกัดมีมากและต้องพบกับความหวาดระแวงจากผู้อื่นที่ทราบว่าเคยล้มละลายมาก่อนทำให้ขาดความน่าเชื่อถือในการทำกิจกรรมร่วมกัน ยิ่งบางคนตั้งใจล้มละลาย แต่สมาชิกครอบครัวรวยขึ้นผิดตา จะเป็นที่รังเกียจของคนในสังคมอย่างมากเพราะมันเป็นพฤติกรรมการโกงเจ้าหนี้โดยอาศัยข้อกฎหมายถ่ายโอนเงินทองไปให้ครอบครัว แล้วตนยอมล้มละลายเพียงคนเดียวและรอคอยเวลา 3 ปี ผลลัพธ์คุ้มค่าคือ หนี้สินทั้งหมดเป็นพับ ไม่ต้องรับผิดชอบอีกต่อไป เจ้าหนี้รับเคราะห์ฝ่ายเดียว เงินทองของเจ้าหนี้ก็ให้ครอบครัวใช้สอยและจ่ายให้ตนหาความสุขไปด้วย แต่ต้องแน่ใจแล้วว่าไม่ต้องการทำมาหารายได้อีกในอนาคตเพราะจะขาดความน่าเชื่อถืออย่างสิ้นเชิง แม้กฎหมายจะให้กลับมาเป็นคนปกติได้ก็ตาม ประวัตินี้จะติดตัวไปจนสิ้นลมหายใจ วิธีนี้เรียกกันว่า ล้มแล้วรวย ส่วนลูกหนี้ที่มีหนี้ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาทควรยึดการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้เป็นหลักเพื่อรักษาเครดิตทางการเงินไว้เพื่อการทำงานหรือประกอบกิจการในวันหน้าย่อมเป็นหนทางดีที่สุด ขอให้ตระหนักว่า คนมีหนี้วันนี้มิได้หมายความว่าจะไม่มีอนาคตที่ดี จึงไม่ควรทำลายชีวิตวันนี้อย่างขาดสติ แต่ต้องคลายปัญหาทีละเปลาะ ย่อมพบหนทางที่ดีขึ้นแน่นอน

 

********************************

10/16/2009

ประธานองคมนตรี กับ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน

        ถาม       ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน คือ อะไร ?

               ตอบ       ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน เป็นคำเรียกบุคคลหรือคณะบุคคลที่ทำงานหรือใช้อำนาจในพระนามของกษัตริย์ กรณีกษัตริย์ยังไม่บรรลุนิติภาวะ สวรรคต หรือ ไม่สามารถปฏิบัติพระกรณียกิจของกษัตริย์ได้ ผู้ดำรงตำแหน่งนี้มีอำนาจและทำหน้าที่เยี่ยงเดียวกับกษัตริย์จนกว่าจะมีการแต่งตั้งกษัตริย์องค์ใหม่ตามกฎหมายหรือกฎมณเทียรบาลอันแล้วแต่รัฐธรรมนูญจักกำหนดไว้

 

               ถาม       ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน กับ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต่างกันอย่างไร ?

               ตอบ       ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินเป็นคำเรียกในรัฐธรรมนูญไทย กรณีที่มีเงื่อนไขว่า กษัตริย์ยังไม่บรรลุนิติภาวะ สวรรคต หรือ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ของกษัตริย์ได้โดยรัฐสภาเป็นผู้แต่งตั้ง หากรัฐสภายังไม่แต่งตั้ง ประธานองคมนตรีจะดำรงตำแหน่งนี้ไปจนกว่ารัฐสภาแต่งตั้ง ส่วนผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์จะมีเมื่อกษัตริย์ไม่อาจปฏิบัติกรณียกิจชั่วเวลาหนึ่ง จึงทรงแต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคลปฏิบัติงานตามที่มีพระราชประสงค์โดยมีกำหนดเวลาแน่นอน

 

               ถาม       เมืองไทยเคยมีผู้สำเร็จราชการแผ่นดินหรือไม่ ?”

               ตอบ       ยุครัตนโกสินทร์เคยมีหลายครั้งแล้ว เช่น รัชกาลที่ 5 ครองราชย์เมื่อทรงพระเยาว์จึงมีการตั้งคณะผู้สำเร็จราชการแผ่นดินและตอนที่ทรงเสด็จประพาสต่างประเทศก็ทรงแต่งตั้งพระราชินีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ รัชกาลที่ 8 ก็ทรงพระเยาว์ตอนเป็นกษัตริย์ก็มีการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการฯ ในรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งทรงผนวชก็ทรงแต่งตั้งพระราชินีให้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

 

               ถาม       รัฐธรรมนูญไทยมีตำแหน่งนี้หรือไม่ ?

               ตอบ       สำหรับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกำหนดให้ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน กรณีที่รัฐสภายังไม่เห็นชอบแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการหรือกษัตริย์องค์ใหม่ ดังนั้น ตำแหน่งประธานองคมนตรีจึงมีความสำคัญเมื่อเกิดเงื่อนไขทางรัฐธรรมนูญให้เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน เขาจึงควรมีคุณสมบัติสำคัญ คือ ความจงรักภักดีต่อกษัตริย์ ยึดมั่นกับระบอบประชาธิปไตยอันมีกษัตริย์เป็นพระประมุข และความเป็นกลางทางการเมืองอย่างแท้จริง

 

               ถาม       เหตุไฉนบางกลุ่มจึงเพ่งเล็งคุณสมบัติหรือพฤติกรรมของประธานองคมนตรีเป็นพิเศษ ?

               ตอบ       ถ้าประธานองคมนตรีไม่ดำรงตนอยู่ในพฤติกรรมอันเหมาะควร จักส่งผลร้ายต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีกษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือพระเกียรติของกษัตริย์อย่างมาก เช่น การแผ่อิทธิพลหรือบารมีควบคุมหรือสามารถสั่งสมาชิกรัฐสภา รัฐบาล ฝ่ายทหาร ฝ่ายตุลาการ และอื่นๆได้ เมื่อเกิดเงื่อนไขให้ต้องแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นอำนาจของรัฐสภา เขาอาจใช้อิทธิบารมีผ่านหน่วยงานเหล่านั้นมิให้คัดเลือกหรือแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแผ่นดินหรือกษัตริย์องค์ใหม่ ทำให้เขาดำรงตำแหน่งนั้นตามรัฐธรรมนูญทันทีเพราะกำหนดว่า ถ้ายังไม่มีการแต่งตั้งตำแหน่งนั้นจากรัฐสภา ประธานองคมนตรีจะทำหน้าที่นั้นไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการและสามารถใช้พระราชอำนาจเยี่ยงเดียวกับกษัตริย์ ถ้าเขาใช้อิทธิบารมียับยั้งกระบวนการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแผ่นดินหรือกษัตริย์องค์ใหม่ได้ ประธานองคมนตรีจะปฏิบัติหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินไปนานเท่าใดก็ได้และเป็นไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญเพราะมิได้กำหนดเวลาให้ต้องแต่งตั้งไว้ แม้ประเทศจะว่างเว้นพระประมุข แต่ยังมีผู้ใช้อำนาจของกษัตริย์อยู่ งานต่างๆที่ต้องมีการลงพระนามโดยกษัตริย์ก็จะเป็นอำนาจของผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน

               ถาม       หน้าที่ของประธานองคมนตรีคืออะไร ?

               ตอบ       คณะองคมนตรีมีหน้าที่ชัดเจนว่า เป็นที่ปรึกษาของกษัตริย์ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ประธานองคมนตรีจึงเป็นประธานคณะที่ปรึกษาของกษัตริย์ คุณสมบัติสำคัญของผู้ดำรงตำแหน่งในคณะองคมนตรี คือ การไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองโดยเด็ดขาด การใช้ตำแหน่งนี้เพื่อหาประโยชน์ทางธุรกิจ แม้มิได้เป็นข้อห้าม แต่เป็นเรื่องมิบังควรอย่างยิ่ง

 

****************************

 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by